เสียงจากต้นไม้ริมถนนในเมือง “ปิดไฟให้หน่อย พวกเราอยากนอนบ้าง”

เรื่อง: พชร์ โพธิ์พุ่ม

 

ต้นไม้ก็เหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไปที่ไม่ต้องการแสงสว่างในเวลากลางคืน ไฟถนน คิดง่ายๆ ว่าคล้ายกับเวลาเราเปิดไฟตอนนอน ซึ่งหลายๆ คนอาจไม่ชอบมัน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่างๆ ในชีวิตเมืองส่งผลให้ต้นไม้ไม่เจริญเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น 

ปีเตอร์ โวห์ลเลเบน (Peter Wohlleben) เจ้าหน้าที่ป่าไม้สัญชาติเยอรมันกล่าวในงาน ‘The Hay Festival of Literature & Arts’ ที่เวลส์ว่า “ผมเปรียบต้นไม้กับมนุษย์ เพราะอยากให้มันเข้าใจง่ายที่สุด”

โวห์ลเลเบน ยังอ้างถึงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในThe Journal of Ecology ปี 2016 ชื่อ Ecological effects of artificial light at night on wild plants‘ ซึ่งศึกษาผลกระทบของแสงไฟจากหลอดประดิษฐ์ต่อต้นไม้และพืชในเวลากลางคืน งานวิจัยยืนยันว่า การได้รับแสงดังกล่าวส่งผลถึงช่วงเวลาแตกยอดในฤดูใบไม้ผลิ สีของใบไม้ และการตัดแต่งกิ่งต้นไม้  

โดยสรุป การได้รับแสงจากหลอดประดิษฐ์จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพ การเจริญเติบโต และการขยายพันธุ์ของต้นไม้ การปิดไฟตอนกลางคืนจะช่วยต้นไม้ให้มีชีวิตที่ดีกว่า เจริญเติบโตได้มากกว่า และผลลัพธ์อื่นๆ เช่น การประหยัดพลังงาน และแน่นอน เราอาจเห็นดาวต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น

นอกจากแสงไฟ สภาพแวดล้อมอื่นๆ ของต้นไม้ ก็สำคัญไม่แพ้กัน      

สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นในสังคมเมืองคือ การปลูกต้นไม้โดยไม่สนใจสภาพแวดล้อมของมัน ซึ่งโวห์ลเลเบนกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า

“ต้นไม้ริมถนนคือต้นไม้ที่ไร้ป่า ไม่ต่างอะไรกับเด็กในเมืองที่ไร้บ้าน”

เพราะต้นไม้ที่ปลูกในเมืองต้องยึดรากกับดินใต้ทางเท้าอย่างยากลำบาก เผชิญรังสีความร้อนจากถนน และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่รอบต้นไม้ ยังไม่รวมการขาดแคลนสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่จะช่วยนำสารอาหารและน้ำมาให้แก่ต้นไม้ด้วย  

สภาพแวดล้อมแย่ๆ ในเมืองไม่เหมาะแก่การปลูกต้นไม้ และจะแย่มากขึ้นหากมันไม่ได้รับการเอาใจใส่จากคนปลูก การดูแลเอาใจใส่ต้นไม้อย่างจริงจังสามารถสร้างประโยชน์มากมาย ซึ่ง แมท แมคเดอร์มอตต์ (Mat Mcdermott ) จากเว็บไซด์ TreeHugger ได้รวบรวมไว้ดังนี้

  1. ต้นไม้ที่สภาพดีจะสร้างปรากฏการณ์ Net Cooling หรือทำความเย็นได้เท่ากับแอร์ขนาด 10 ห้อง 10 ตัวที่ทำงาน 20 ชั่วโมงต่อวัน
  2. การปลูกต้นไม้ไว้ทางทิศตะวันตกลดการใช้พลังงานในบ้านในช่วงห้าปีแรกได้ราว 3 เปอร์เซ็นต์ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 12 เปอร์เซ็นต์ใน 15 ปี
  3. การมีต้นไม้ในบ้านเรือน เพิ่มมูลค่าตัวบ้านได้ราว 10-23 เปอร์เซ็นต์
  4. ในพื้นที่เขตเมือง การปลูกต้นไม้หนึ่งต้นใช้เงินเพียงแค่ 250-600 ดอลลาร์ (8,500-20,000 บาท) แต่ผลจากการปลูกต้นไม้จะมีมูลค่ากว่า 90,000 ดอลลาร์ (3,058,745 บาท) ต่อต้น ซึ่งเป็นมูลค่าตลอดชั่วชีวิตที่ไม่ใช่มูลค่าจากความร่มรื่นสวยงาม

อ้างอิงข้อมูลจาก: treehugger.com

 

Editorial Staffเสียงจากต้นไม้ริมถนนในเมือง “ปิดไฟให้หน่อย พวกเราอยากนอนบ้าง”

Related Posts

คายัคล่ม ผจญหนาม ณ ต้นน้ำบางปะกง

‘สายฝน’ ไปพายคายัคที่คลองสียัด ฉะเชิงเทรา กับเพื่อนๆ เธอโม้ว่าเธอเกือบตาย (ได้เป็นวรรคเป็นเวร) เธอจมน้ำ เธอได้บาดแผลเป็นของฝาก แต่ภายใต้ความไร้สาระ (โง่ๆ) เธอพบว่า เวลานี้ฉะเชิงเทรากำลังจะถูกพัฒนาไปตามแผน EEC ซึ่งไม่รู้ว่า อนาคตข้างหน้าเราจะยังมีคลองสียัดให้พายคายัคเล่นกันอยู่อีกหรือเปล่า

เปิดผลศึกษามลพิษอุตสาหกรรมยุค 4.0

มูลนิธิบูรณะนิเวศ เผยผลการศึกษา ‘ภาพรวมปัญหามลพิษอุตสาหกรรม 2558-2559 และผลการศึกษาโลหะหนักในตะกอนดิน 8 จังหวัด’ พบว่า ภายใต้รัฐบาลยุคคืนความสุข สถานการณ์สิ่งแวดล้อมกลับเลวร้ายลงกว่าเดิม

ไม่มีสิทธิ์ห้ามเศร้า

เรื่องราวของ ไร พันธรังศรี วัย 63 ปี ผู้มีอาชีพเก็บของป่าขาย ครอบครัวของเธอและกลุ่มคนลาวอพยพอีกนับหมื่นชีวิตในจังหวัดอุบลราชธานี ถูกจัดให้เป็นบุคคลไร้สัญชาติ ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินแม้เพียงตารางนิ้ว นำมาซึ่งปัญหาการเข้าถึงที่ดินทำกิน การบุกรุกพื้นที่ป่า และความยากจน ซึ่งผูกโยงกันอย่างแนบแน่น