นาฬิกาออกกำลังกาย ช่วยได้จริงๆ หรือ

photo credit: bitdefender

ใครกำลังตัดสินใจหรือวางแผนว่าจะซื้อ Fitness Trackers หรือ อุปกรณ์วัดความฟิต เสียเวลาอ่านรายงานชิ้นนี้สัก 5-10 นาที แล้วค่อยควักเงินจ่ายก็ยังไม่สาย

จากบทความเรื่องนี้ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of American Medical Association (JAMA) เผยว่า นาฬิกาที่ช่วยการออกกำลังกาย เช่น วัดชีพจร การเดิน การวิ่ง ระยะทาง การเผาผลาญแคลอรี ฯลฯ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และก้าวกระโดดอย่างมากในช่วง 2-3 นี้ จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมันถูกสวมใส่อย่างสม่ำเสมออย่างถูกวิธี และถูกสวมใส่โดยคนที่ต้องการร่างกายและสุขภาพที่แข็งแรงจริงๆ

ผู้เขียน ไมเตส พาเทล, เดวิด แอช และ เควิน โวลป์ แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย (University of Pennsylvania) ร่วมกันสำรวจและพบว่า 1-2 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันเท่านั้นที่ใส่เจ้า Fitness Tracker ที่บางคนก็เรียกว่า wearable (อุปกรณ์สวมใส่ติดตัวกับร่างกายเสมือนว่าสิ่งของชิ้นนี้ที่เราพกพาเป็นดั่งอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายที่เราจะขาดเสียไม่ได้ในชีวิตประจำวัน) หรือ smartwatch นาฬิกาแสนฉลาดที่ผลิตออกมาตอบโจทย์คนรักสุขภาพและชอบการออกกำลังกาย

ทีมวิจัยพบว่า คนที่ซื้อเจ้า smartwatch ประมาณครึ่งหนึ่ง มีอายุต่ำกว่า 35 ปีและเกือบ 1 ใน 3 มีรายได้มากกว่าปีละ 100,000 ดอลาร์ หรือประมาณ 3,552,940 บาท ส่วนหนึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่รายได้ดีเหล่านี้ ไม่อยากให้คนอื่นมองว่าใส่นาฬิกาเพื่อลดน้ำหนัก

พวกเขายังตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า มากกว่าครึ่งที่ซื้อ smartwatch มา ได้เลิกใช้นาฬิกานี้ไปแล้ว และ 1 ใน 3 เลิกใช้ภายใน 6 เดือนหลังจากทื่ซื้อมา ส่วนที่เหลือยังพยายามใช้ต่อไปอย่างสม่ำเสมอ และรายงานจาก PricewaterhouseCoopers (PwC) หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชี การจัดซื้อ การจัดหาทรัพยากรบุคคล การให้บริการด้านเทคโนโลยี และอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบว่า ในหมู่ของผู้ที่เป็นเจ้าของ wearable เหล่านี้ มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ใส่ทุกวัน และ 7 เปอร์เซนต์ ที่ใส่อาทิตย์ละ 2-3 วัน ส่วนที่เหลือใส่เมื่ออยากใส่ ความถี่อยู่ราวๆ เดือนละ 2-3 ครั้งหรือน้อยกว่านั้น

รายงานของ PwC ยังพบอีกว่า คนรุ่นใหม่ที่ฐานะดีและได้รับการศึกษา มีความอยากเป็นเจ้าของนาฬิกาชนิดนี้อย่างน้อยคนละ 1 เรือน ซึ่งนั่นหมายความถึงการเติบโตของตลาดอุปกรณ์วัดความฟิต ที่น่าจะไปแตะที่มูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2018

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ?

ผู้เขียนของวารสาร JAMA บอกว่าอย่าเพิ่งมองไปไกลขนาดนั้น

“ถ้านาฬิกาเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสุขภาพ พวกมันก็จำเป็นต้องสร้างอุปนิสัยใหม่ๆ (อดทน) ขึ้นมาด้วย โดยการเปลี่ยนแรงขับภายนอกให้เป็นแรงขับภายใน (ซึ่งเป็นสิ่งที่ยาก) หรือไม่ก็ต้องช่วยให้แรงขับภายนอกให้อยู่อย่างคงที่ไม่หนีหรือเบื่อเอาง่าย (ซึ่งก็ยากอีกเช่นกัน)

“ถ้านาฬิกาฉลาดๆ ขโมยความขี้เกียจของเราออกไปได้ และบ่มเพาะสมองส่วนขยันออกกำลังกายได้สำเร็จ มันจะกลายเป็นแอคเซสซอรีที่ขาดไม่ได้เมื่อออกจากบ้านและจึงจะสมกับคำว่า wearable จริงๆ”

หนึ่งในวิธีที่ทำให้ Fitness Tracker มีประสิทธิภาพจริงๆ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย แนะนำว่า ควรตั้งเป้าไว้ในระดับต่ำก่อนเช่น เดินวันละ 7,000 ก้าว แล้วค่อยๆ พัฒนาขึ้นไป มากกว่าจะพุ่งไปที่การให้รางวัลตัวเองเมื่อทำได้

เมื่อกลางปี 2559 ที่ผ่านมา นิตยสาร ฉลาดซื้อ เคยนำเสนองานวิจัยของมหาวิทยาลัยไอโอวาสเตท (Iowa State University) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Medicine & Science in Sport & Exercise พบว่า คนส่วนใหญ่เชื่อว่า อุปกรณ์นี้จะช่วยแก้ปัญหา ‘ความไม่อยากเคลื่อนไหว’ ของผู้ใส่ได้ แม้ว่า ดร.เกรกอรี เวล์ค หัวหน้าทีมวิจัยจะยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคือสิ่งที่สำคัญกว่า แต่เขาก็พบว่าอุปกรณ์นี้มีประโยชน์ในการทำให้ผู้คนประเมินตัวเองได้เที่ยงตรงมากขึ้น

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าคนส่วนใหญ่จะประเมินระดับการใช้พลังงานของตัวเองไว้สูงเกินจริงเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีน้ำหนักเกิน

และนำผลทดสอบที่ CHOICE องค์กรผู้บริโภคของออสเตรเลียทำเอาไว้มาฝากประกอบการตัดสินใจซื้อ

ทั้งหมดมี 13 รุ่น ราคาตั้งแต่ 2,590-13,000 บาท และใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นแอนดรอยและไอโอเอส แต่ละเรือนมีฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่างการนับก้าว วัดระยะทาง หรือนับแคลอรีหรือวัดอัตราการเต้นของหัวใจแต่จะต่างกันเรื่องการบันทึกข้อมูล (ด้วยแอพเสริม) เช่น การนอนหลับ อาหารที่รับประทาน หรือการแชร์ข้อมูลในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

จากการทดสอบพบว่า ทั้งหมดมีความเที่ยงตรงในการวัดเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ แต่คะแนนจะแตกต่างกันเรื่องความยากง่ายในการใช้งาน หรือความสบายในการสวมใส่

Fitbit surge

คะแนนรวม – 81
ใช้งานง่าย – 83
วัดได้เที่ยงตรง – 97
สวมใส่สบาย – 68
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 99
ระดับการกันน้ำ – ล้างมือ เหงื่อ ฝน
น้ำหนัก – 52 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 7 วัน (5 ชั่วโมงกรณีเปิด GPS)

 

Fitbit Blaze

คะแนนรวม – 80
ใช้งานง่าย – 78
วัดได้เที่ยงตรง – 98
สวมใส่สบาย – 69
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 98
ระดับการกันน้ำ – ล้างมือ เหงื่อ ฝน
น้ำหนัก – 43 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 5 วัน

Fitbit Charge HR

คะแนนรวม – 80
ใช้งานง่าย – 74
วัดได้เที่ยงตรง – 98
สวมใส่สบาย – 71
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 97
ระดับการกันน้ำ – ล้างมือ เหงื่อ ฝน
น้ำหนัก – 27 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 5 วัน

Garmin Forerunner 235

คะแนนรวม – 80
ใช้งานง่าย  – 79
วัดได้เที่ยงตรง – 98
สวมใส่สบาย – 67
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 97
ระดับการกันน้ำ – 5ATM
น้ำหนัก – 42 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 9 วัน (11 ชั่วโมงกรณีเปิด GPS)

Garmin vivosmart HR

คะแนนรวม – 79
ใช้งานง่าย – 79
วัดได้เที่ยงตรง – 97
สวมใส่สบาย – 65
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 99
ระดับการกันน้ำ – 5ATM
น้ำหนัก – 30 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 5 วัน

Misfit Shine

คะแนนรวม – 78
ใช้งานง่าย – 69
วัดได้เที่ยงตรง – 91
สวมใส่สบาย – 76
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ –
ระดับการกันน้ำ – 50 เมตร
น้ำหนัก – 17 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ – 6 เดือน

Samsung Gear S2

คะแนนรวม – 78
ใช้งานง่าย – 67
วัดได้เที่ยงตรง – 99
สวมใส่สบาย – 71
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 97
ระดับการกันน้ำ – IP68 (กันฝุ่น กันน้ำ ลึกกว่า 1 เมตร)
น้ำหนัก – 63 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 4 วัน

TomTom Spark Cardio + Music

คะแนนรวม – 78
ใช้งานง่าย – 85
วัดได้เที่ยงตรง – 96
สวมใส่สบาย – 60
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 98
ระดับการกันน้ำ – 5ATM
น้ำหนัก – 51 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 3 สัปดาห์ (1 ชั่วโมงกรณีเปิด GPS)

Apple Watch Sport (38mm)

คะแนนรวม – 77
ใช้งานง่าย  – 65
วัดได้เที่ยงตรง – 98
สวมใส่สบาย – 69
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 97
ระดับการกันน้ำ – IPx7 (กันน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร)
น้ำหนัก – 51 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 18 ชั่วโมง

Microsoft Band 2 (medium)

คะแนนรวม – 74
ใช้งานง่าย – 70
วัดได้เที่ยงตรง – 98
สวมใส่สบาย – 60
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 96
ระดับการกันน้ำ – กันน้ำ
น้ำหนัก – 60 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี – 48 ชั่วโมง

Sony Smartband 2 SWR12

คะแนนรวม – 72
ใช้งานง่าย – 58
วัดได้เที่ยงตรง – 98
สวมใส่สบาย – 62
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ – 98
ระดับการกันน้ำ – IP68 (กันฝุ่น กันน้ำลึกกว่า 1 เมตร)
น้ำหนัก – 27 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ – 10 ชั่วโมง – 2 วัน

Jawbone UP move

คะแนนรวม – 70
ใช้งานง่าย – 60
วัดได้เที่ยงตรง – 99
สวมใส่สบาย – 56
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ –
ระดับการกันน้ำ – ล้างมือ
น้ำหนัก – 17 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ – 6 เดือน

Jawbone Up 3

คะแนนรวม – 67
ใช้งานง่าย – 60
วัดได้เที่ยงตรง – 98
สวมใส่สบาย – 49
วัดอัตราการเต้นของหัวใจ –
ระดับการกันน้ำ – ล้างมือ
น้ำหนัก – 21 กรัม
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ – 7 วัน

 


ที่มา:
theatlantic.com
นิตยสารฉลาดซื้อ มิถุนายน 2559

 

Editorial Staffนาฬิกาออกกำลังกาย ช่วยได้จริงๆ หรือ