ปี 2016 ในโลกฟุตบอล

credit: epa.eu

ปีที่ผ่านมาวงการลูกหนังทั่วโลกมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งดีและร้าย ทั้งยิ้มและร่ำไห้ นี่คือ 10 ข่าวที่เป็น ‘ทอล์คออฟเดอะทาวน์’ และเหตุการณ์ที่น่าจดจำในวงการฟุตบอลในปี 2016 ที่กองบรรณาธิการ WAY เลือกมา ไล่เรียงตั้งแต่ต้นปียันท้ายปี คอลูกหนังย่อมรู้ดี ฟุตบอลไม่ได้เป็นแค่กีฬา หากแต่เป็นโลกอีกใบ ลูกกลมๆ นี้คือพื้นที่สำหรับให้เราต่างยิ้มและเช็ดน้ำตาไปด้วยกัน

นกหวีดดังแล้ว เขี่ยลูกเริ่มเล่นกันได้เลยพวก

 

credit: epa.eu

ตำนานแชมป์พรีเมียร์ลีกของเลสเตอร์ซิตี้

หากย้อนไปสองฤดูกาลก่อน เลสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งกลับสูงลีกสูงสุดของอังกฤษในปี 2014 และต้องล้มลุกคลุกคลานหนีตกชั้นกันจนหยดสุดท้าย ทำให้ปีถัดมา อัตราต่อรองการเป็นแชมป์ของเลสเตอร์คือ 5,000 – 1 คือแทบไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี ก็สยบคำปรามาส ใช้สไตล์ฟุตบอลอังกฤษแท้ๆ ผ่านบอลโยนยาวให้ เจมี วาร์ดี วิ่งเร็วๆ เข้าไปยิง ผลชนะ 1-0 เป็นพอ ผ่านไปเรื่อยๆ เลสเตอร์ยึดพื้นที่หัวตารางจนจบฤดูกาล เลสเตอร์ ทีมที่ใครๆ มองว่ามีทั้งนักเตะโบราณและเกรดบี ก็หนีท็อตแนมฮอตสเปอร์สที่ทำแต้มจี้มาติดๆ สร้างตำนานคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ

 

credit: epa.eu

ประตูชัยของ เดยัน ลอฟเรน

ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ระหว่างโบรุสเซียดอร์ทมุนด์และลิเวอร์พูล ทั้งสองทีมเสมอกันในนัดแรกที่เวสต์ฟาเลน 1-1 แต่เมื่อกลับมาเล่นที่แอนฟิลด์ สถานการณ์กลับไม่เป็นใจ เมื่อหงส์แดงโดนเสือเหลืองยิงรัวๆ จนตกเป็นรอง 1-3 แต่เกมไม่จบแค่นั้น ลิเวอร์พูลตีตื้นขึ้นมาจากลูกยิงไกลของ ฟิลิปเป คูตินโญ่ และนาทีที่ 78 มามาดู ซาโก โหม่งตีเสมอ 3-3 ซึ่งถ้าจบสกอร์นี้เจ้าบ้านจะตกรอบทันทีเพราะดอร์ทมุนด์ยิงประตูเกมเยือนมากกว่า แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อ เดยัน ลอฟเรน โหม่งประตูชัยช่วงทดเจ็บ ส่งผลให้หงส์แดงสร้างปาฏิหาริย์โกงตายบดเสือเหลืองเข้ารอบไปด้วยประตูรวม 5-4 และเกมนี้ก็กลายเป็นเป็นแมตช์แห่งความทรงจำของเดอะค็อปไม่ต่างจากนัดชิงยูฟ่าแชมเปียนลีกส์เมื่อปี 2005

 

credit: epa.eu

แฮตทริกแชมป์ยูโรปาลีกของเซบีญา

แม้ลิเวอร์พูลจะผ่านทั้งดอร์ทมุนด์และบีญาเรอัล จนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูโรปาลีกได้ แต่ทีมดังจากอังกฤษก็โดนเซบีญาถล่ม 3-1 ทั้งๆ ที่ช่วงสองสามฤดูกาลผ่านมา ตั้งแต่ อูไน เอเมรี เข้ามารับตำแหน่งกุนซือในปี 2013 นักเตะหลักของทีมทยอยเก็บข้าวของย้ายออกไปทีละคนสองคน แต่เซบีญาก็แสดงให้เห็นว่าการขาดสตาร์ดังไม่ได้ส่งผลอะไร เพราะนักเตะรายอื่นๆ สามารถเข้ามาอุดรูรั่วจนเต็มทุกครั้ง ทำให้ทีมดังจากสเปนคว้าแชมป์บอลสโมสรยุโรปถ้วยรองสามสมัยติดกัน 2013–14, 2014–15 และ 2015–16 ก่อนที่เอเมรีจะทิ้งผลงานแฮตทริกยูโรปาไว้เบื้องหลัง และไปคุมปารีสแซงต์แชร์กแมง ในฝรั่งเศส

 

credit: epa.eu

ไอซ์แลนด์หนาวมาก

ถ้าอยากรู้ว่าประเทศไอซ์แลนด์หนาวแค่ไหน เห็นทีต้องไปถามนักเตะทีมสิงโตคำราม – อังกฤษ เพราะพวกเขาถูกเขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกยูโร 2016 โดยน้ำมือของทีมชาติไอซ์แลนด์ ประเทศที่มีประชากรไม่ถึง 400,000 คน มีนักฟุตบอลอาชีพรวมชาย-หญิงราว 20,000 คน และมีเพียงลีกกึ่งอาชีพในประเทศให้ลงเตะ แถมกุนซือของทีมมีอาชีพอีกอย่างคือหมอฟัน และผู้รักษาประตูควบตำแหน่งผู้กำกับหนัง พวกเขาโค่นทีมชาติอังกฤษที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับท็อป (เรื่องค่าตัว/ค่าเหนื่อย) สร้างความอับอายขายขี้หน้าให้คนอังกฤษอย่างเหลือร้าย และเสียงก่นด่าของแฟนบอลพุ่งตรงไปที่ผู้จัดการทีม รอย ฮอดจ์สัน จนเขาประกาศลาออก ส่วนไอซ์แลนด์หลังจากส่งพลพรรค ทรี ไลอ้อน กลับบ้าน แม้พวกเขาจะถูกทีมเจ้าภาพฝรั่งเศสเบรกเอาไว้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ทีมชาติไอซ์แลนด์ก็เดินทางกลับบ้านในฐานะฮีโร่ของคนทั้งประเทศ

 

credit: epa.eu

ปีทองของ CR7

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายปีที่ผ่านมา ‘CR7’ คริสเตียโน โรนัลโด คือนักเตะที่ดีที่สุดในโลกฟุตบอล ปีนี้คือปีทองของจอมทัพโปรตุกีสจากเรอัลมาดริด โรนัลโดคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก พ่วงตำแหน่งดาวซัลโว 16 ประตู เป็นแชมป์สโมสรโลก เป็นเจ้าของสถิติยิงประตูอย่างน้อย 55 ประตูหกฤดูกาลติด โดยตั้งแต่ย้ายมาสู่ถิ่นซานติเอโกเบอร์นาบิว CR7 ยิงไป 270 ประตูจากการลงสนาม 247 นัด ได้ชูถ้วยยูโร 2016 กับโปรตุเกส ที่มีดราม่าน้ำตาท่วมกับภาพการบาดเจ็บในนัดชิง ในปี 2016 ขณะนี้โรนัลโดยิงให้เรอัลมาดริดไปแล้ว 42 ประตู ทั้งหมดเพียงพอให้เขาเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป และล่าสุดคว้ารางวัลบัลลงดอร์เป็นสมัยที่ 4

 

credit: epa.eu

เสียงของมนุษย์ต่างดาว

หลังจบศึกฟุตบอลโคปาอเมริกา ‘ลิโอเนล เมสซี’ นักเตะพรสวรรค์ชาวอาเจนไตน์ประกาศข่าวช็อกวงการ “เวลาของผมกับทีมชาติได้หมดลงแล้ว” เขา-นักฟุตบอลผู้เป็นปรากฏการณ์ของโลกฟุตบอลยุคปัจจุบันตัดสินใจโบกมือลาเพื่อนร่วมทีมและปลอกแขนกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา หลังดวลจุดโทษแพ้ทีมชาติชิลี คว้าตำแหน่งพระรองไปครองอีกสมัย คล้ายพระเจ้ากลั่นแกล้งแม้ในระดับสโมสรเมสซีจะพาบาร์เซโลนาคว้าแชมป์มากมาย แต่ผลงานในทีมชาติกลับตรงกันข้าม เขาไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ว่ากันว่าเมสซีบอบช้ำและเหน็ดเหนื่อยกับบทบาทรองแชมป์ แถมการเมืองภายในสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาเป็นตัวเร่งที่ทำให้เขาโบกมือลาทัพฟ้า-ขาว

แต่ไม่ต้องเศร้าไป เพราะสิงหาคมที่ผ่านมานักเตะมนุษย์ต่างดาวออกมาประกาศแล้วว่าจะกลับไปรับใช้ชาติอีกคำรบ

 

credit: epa.eu

ไอ้หนุ่ม 100 ล้าน

ในตลาด ซื้อ-ขาย นักเตะช่วงซัมเมอร์ของปีนี้ ไม่มีดีลไหนจะบ้าระห่ำและถูกพูดถึงไปมากกว่าการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจควักเงินจำนวนมหาศาล – 89 ล้านปอนด์หรือราว 100 ล้านยูโรให้ยูเวนตุส เพื่อแลกกับการดึงตัวอดีตเด็กปั้นของตัวอย่าง พอล ป็อกบา กลับมาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยเงินจำนวนดังกล่าวทำให้มิดฟิลด์หนุ่มวัย 23 ปี กลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก แซงหน้า คริสเตียโน โรนัลโด และ แกเร็ธ เบล สองดาวเตะเรอัล มาดริด ไปเป็นที่เรียบร้อย แต่หลังจากย้ายกลับมาบรรเลงฝีเท้าที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ป็อกบา ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาได้ ราวกลับว่าถูกความกดดันเรื่องค่าตัวฉุดรั้งฟอร์มการเล่นเอาไว้

ป.ล. สองนัดล่าสุดเริ่มเข้ารูปเข้ารอยแล้วนะ

 

credit: epa.eu

จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของ ‘เซเลเซา’

ต้องรอถึง 116 ปี มหาอำนาจวงการฟุตบอลอย่างทีมชาติบราซิลจึงจะได้ลิ้มรสเหรียญทองฟุตบอลชายจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ใครจะเชื่อว่า เนย์มาร์ สตาร์ดังชาวแซมบ้าจะตัดสินใจลงแข่งในรายการนี้ เขาและบรรดาพลพรรคเซเลเซาต่างมุ่งมั่นกรำศึกเพื่อคว้าชัยในรายการดังกล่าว เพื่อหยิบจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายมาประกอบเป็นภาพความสำเร็จของชาติ วันนั้น หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวในการแข่งขันนัดชิง เนย์มาร์ ในฐานะกัปตันทีมร้องไห้ออกมาด้วยความปิติ เขาจูบเหรียญทอง สายตาบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจอันล้นทะลักที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับทีมชาติบราซิลบนแผ่นดินเกิดของตัวเอง จบทัวร์นาเมนต์ เนย์มาร์พาข้อมือข้างซ้ายไปให้ช่างสักจารึกรูปรอย 5 ห่วงอันเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกพร้อมข้อความ ‘RIO 2016’

 

credit: epa.eu

อาจจะเป็นเทพนิยายบทใหม่

แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมน้องใหม่ในศึกบุนเดสลีกาเยอรมัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนบอลทั่วโลกโดยที่การตบทีมแล้วทีมเล่าจนทยานขึ้นมายึดจ่าฝูงได้อย่างน่าอัศจรรย์ในช่วงต้นฤดูกาล พวกเขาฟันฝ่าทีมยักษ์ใหญ่ต่างๆ จนมาถึงนัดที่ 16 ก่อนลงเตะนัดดังกล่าวพวกเขามี 36 คะแนนเท่าบาเยิร์น มิวนิค เป็นรองแค่ประตูได้เสีย ซึ่งท้ายที่สุดกลายเป็นบาเยิร์น มิวนิค ที่ยัดเยียดความปราชัยให้ไลป์ซิกด้วยสกอร์ 3-0 และขยับแต้มหนีออกไปเป็น 39 คะแนน

แต่ถึงแม้จะเป็นที่ชอบอกชอบใจของแฟนบอลที่เชียร์ทีมรอง แต่ไลป์ซิกกลับถูกค่อนแคะจากทีมร่วมลีก ว่าพวกเขาคือทีมสร้างใหม่ที่ไร้ซึ้งรากเหง้าและประวัติศาสตร์ แถมถูกตราหน้าว่าเป็นทีมทุนนิยม เพราะทีมถูกสร้างโดยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากสปอนเซอร์ที่คาดอยู่บนอก ด้วยฟอร์มอันร้อนแรง แอร์เบ ไลป์ซิก อาจสร้างเทพนิยายบทใหม่เหมือนที่เลสเตอร์ซิตี้เคยทำ ก็คงต้องตามดูกันต่อไปว่าทีมพลังหนุ่มแห่งเยอรมัน จะแข็งแกร่งจนเข้าวินตอนจบฤดูกาลหรือไม่

 

credit: epa.eu

โศกนาฏกรรมของชาเปโกเอนเซ

ทีมฟุตบอลชาเปโกเอนเซในลีกสูงสุด Serie A ของบราซิล เดินทางจากบราซิลไปยังโคลอมเบีย เพื่อแข่งรอบชิงชนะนัดแรกของโคปาซูดาเมริกานา กับ แอตเลติโกนาซิอองนาล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งโคลอมเบีย โดยทีมเล็กๆ จากเมืองชาเปโกมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และกำลังจะสร้างตำนานในบอลถ้วย ตั้งเป้าที่สิทธิ์การลงเล่นโคปาลิเบอร์ตาดอเรสในฤดูกาลถัดไป แต่เครื่องของสายการบิน LaMia กลับน้ำมันหมดกลางอากาศ ทำให้เครื่องบินตก ผู้โดยสารเสียชีวิตเกือบทั้งหมด และมีนักเตะของชาเปโกเอนเซรอดชีวิตเพียงสามคนเท่านั้น การสูญเสียครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลนี้ทำให้สโมสรฟุตบอลทั่วโลกแสดงการไว้อาลัย บางสโมสรให้ยืมตัวผู้เล่น ขณะที่นักเตะดังหลายคนเสนอตัวลงเล่นให้โดยไม่รับค่าเหนื่อย

Editorial Staffปี 2016 ในโลกฟุตบอล

Related Posts

We are Marshall / We are Chapecoense

เหตุเครื่องบินตกเมื่อพฤศจิกายน ปี 1970 สมาชิกของทีมอเมริกันฟุตบอลมหาวิทยาลัยมาร์แชลที่อยู่บนเครื่อง เสียชีวิตทั้งหมด / เหตุเครื่องบินตกเมื่อพฤศจิกายน 2016 สมาชิกของทีมฟุตบอลบราซิล ชาเปโกเอนเซ เสียชีวิตเกือบทั้งหมด ระหว่างเดินทางไปแข่งนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยสำคัญของทวีปอเมริกาใต้ การเดินทางของชาเปโกเอนเซเป็นเทพนิยายและความตายที่เกิดขึ้นในโลกจริง