ขยะวิทยา

freegan 2

 

เรื่อง : วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์

 

กรุงเทพฯคือเมืองที่สามารถกินได้ 24 ชั่วโมง แต่ในเมืองเดียวกันนี้คนกลุ่มหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้

วุฒิเกียรติ ศรีบุญไทย ใช้ชีวิตหลับนอนอยู่บริเวณถนนราชดำเนิน มื้อเช้าของเขาคืออาหารก้นบาตรวัดละแวกนั้น เขาช่วยพระสงฆ์ชราหิ้วข้าวปลาอาหารของญาติโยมยามเดินบิณฑบาต กลับมากวาดลานวัดในช่วงสาย แลกกับข้าวมื้อเช้าและเก็บตุนไว้มื้อเที่ยง ส่วนมื้อเย็นนั้น เขาบอกว่า “ไม่เน้น”

นี่คือวิถีการกินของชีวิตในที่สาธารณะที่ ‘อยู่ตัวแล้ว’ ของวุฒิเกียรติ

แต่วิถีการกินของคนใช้ชีวิตในที่สาธารณะส่วนใหญ่อาจแตกต่างในรายละเอียด ข้อเท็จจริงก็คือพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้เหมือนคนกรุงเทพฯจำนวนมาก และไม่มีแม้แต่สิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตในฐานะประชากรของประเทศไทย

แหล่งอาหารของคนกลุ่มนี้ คือ วัด และถังขยะ

คนไร้บ้านหรือคนใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยข้าวก้นบาตร ในวัดเขตพระนครอย่างวัดสุทัศน์ฯ วัดมหาธาตุฯ วัดบวรฯ ขณะที่คนไร้บ้านที่ใช้ชีวิตย่านสถานีขนส่งหมอชิตจะอาศัยวัดไผ่ตันพวกเขาต้องแบ่งอาหารมื้อเช้าตุนไว้เผื่อมื้อกลางวันด้วย แต่สูตรนี้ใช้ไม่ได้ในในฤดูร้อน เพราะอาหารที่เก็บตุนไว้จะเริ่มส่งกลิ่น หากไม่รีบบริโภคก่อนเที่ยง

ข้อมูลใหม่ที่ได้รับก็คือ แหล่งอาหารอย่างวัดดังกล่าวปรับนโยบายใหม่ หลังจากจีวร บาตร รองเท้าภายในวัดหายบ่อยหน วัดหลายแห่งไม่อนุญาตให้คนไร้บ้านเข้าไปรับอาหารได้เหมือนเมื่อก่อน ต้องผ่านระบบตัวแทน นั่นคือ เด็กวัดหรือลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดพระภายในวัด พวกเขาเหมาซื้อข้าวก้นบาตรหรือได้รับด้วยความสิเน่หาก็ตามแต่ แล้วจึงนำมาขายต่อให้คนไร้บ้านในราคาถูก

จำเป็นต้องมองอย่างเข้าใจ คนไร้บ้านมีทั้งซื่อสัตย์สุจริตและคดเคี้ยวเล่ห์ร้อยแปด

สภาสังคมสงเคราะห์ คือแหล่งอาหารมื้อเที่ยงของพวกเขา แต่หยุดบริจาคอาหารในวันเสาร์-อาทิตย์ ย่านพาหุรัดจะมีโบสถ์ซิกข์บริจาคอาหารกลางวัน แต่คนไร้บ้านบางคนบอกว่า “แม้รสชาติอาหารจะไม่คุ้นลิ้น แต่ก็สามารถประทังชีวิตอยู่ได้”

ขณะที่มูลนิธิหลายแห่งใช้อาหารเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในมิติต่างๆ ของคนกลุ่มนี้ การบริจาคอาหารจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนได้อย่างไร แต่การให้พวกเขาอิ่มหนึ่งมื้อ และรับข้อมูลปัญหามาแก้ไขระยะยาว ก็ทำให้มองไม่เห็นว่าจะมีวิธีไหนดีไปกว่านี้อีก

“ผมจำวันแรกที่คุ้ยถังขยะได้ จำได้ว่ามันเป็นข้าวแกงที่เหลือข้าวครึ่งกล่อง เป็นวันที่ผมหิวอย่างบัดซบ และท้อแท้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน” วุฒิเกียรติบอกให้ฟัง

ขี้เกียจ ไม่ทำงาน ฯลฯ เป็นเหตุผลของการไม่สามารถเข้าถึงอาหารหรือไม่ แต่อย่าลืมคนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้ ไม่มีสิทธิ์รักษาพยายาบาล ไม่มีบัตรประชาชน งานก็ไม่มั่นคง และมักจะถูกเอาเปรียบ

ปัญหาครอบครัวทำให้พวกเขาบางคนไม่อยากกลับบ้าน คนไร้บ้านทุกคนเคยมีบ้านมาก่อน และไม่ใช่ว่าบ้านจะถีบพวกเขาส่ง บางกรณีพวกเขาเลือกที่จะเดินจากบ้านมา เมื่อการกลับบ้านเป็นสิ่งปวดใจ เอกสารในการทำบัตรประชาชน บัตรเบื้องต้นของสิทธิพื้นฐานต่างๆ จึงเป็นไปได้ยาก

Garbology มาจากคำว่า ‘Garbage’ และ ‘Archaeology’ เป็นแนวทางการศึกษาเพื่ออธิบายถึงวัฒนธรรมหรือสังคมปัจจุบันผ่านกองขยะที่มีอยู่

ร้อยละ 64 ของจำนวนขยะ คืออาหารเหลือทิ้ง เฉพาะในกรุงเทพฯ มีปริมาณขยะมูลฝอย 9,000 ตันต่อวัน ปริมาณขยะในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 534.8 กิโลกรัม/คน/ปี กรุงเทพฯ มีปริมาณขยะมากเป็นอันดับสี่ จาก 22 เมืองใหญ่ในทวีปเอเชีย อาหารที่เหลือทิ้งในกรุงเทพมหานครมีปริมาณร้อยละ 34.2 ของขยะทั้งหมด

ขยะอาหารเกิดในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผักและผลไม้ร้อยละ 15-50 และธัญพืชร้อยละ 12-37 ที่เพาะปลูกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้สูญเสียไประหว่างเส้นทางจากฟาร์มสู่ตลาด

กฎกติกาเรื่องความปลอดภัยในอาหารทำให้อาหารในร้านสะดวกซื้อเหลือทิ้งวันละร้อยละ 30 แต่ข้อเท็จจริงทางโภชนาการก็คือ อาหารที่แช่เย็นเหล่านั้นสามารถกินได้อีกห้าถึงเจ็ดวัน

ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารส่วนหนึ่งในยุโรป นำอาหารที่ยังสามารถบริโภคได้ไปทิ้งถังขยะหากขายไม่หมด เพียงเพราะเหตุผลทางการตลาด เพราะถ้านำไปบริจาค พวกเขาเกรงว่าคนจะรอรับบริจาคจนซื้อสินค้าน้อยลง พนักงานจะแกะห่อหรือกล่องเพื่อให้อาหารสกปรก เพราะเกรงว่าคนคุ้ยขยะจะนำไปกิน

freegan 1

หลายประเทศจึงมีนโยบายขยะอาหารหรือลดอาหารที่ถูกทิ้ง Loblaws ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในแคนาดาขายผักผลไม้ไม่สวยในราคาพิเศษ เป้าหมายเพื่อลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง โดยเริ่มต้นที่พืชผลหลักสำหรับทำซุป คือ แอปเปิลและมันฝรั่ง พืชผักเหล่านี้รูปร่างไม่สวย ตั้งราคาขายต่อผลสูงสุดไม่เกิน 30 เซนต์ในร้าน Loblaws ที่เมืองออนทาริโอและควิเบก บริษัทหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยให้ยอดขายผักผลไม้ขี้เหร่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดดในอนาคต

การบริจาคอาหารที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในกลุ่ม NGO อาทิ Feeding Hong Kong ธนาคารอาหารที่เน้นการแจกจ่ายอาหารส่วนเกินกลับสู่ประชาชนที่หิวโหย ผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมอาหาร

ซูเปอร์มาร์เก็ตรวมทั้งห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในประเทศไทยมีการลดราคาอาหารใกล้หมดอายุ ห้างค้าปลีกแห่งหนึ่งให้ข้อมูลว่า การรักษามาตรฐานความสดของอาหารทำให้ทางห้างมีการกำหนดระยะเวลาวางสินค้า อาหารทะเลจะมีระยะเวลาวางบนชั้น 48 ชั่วโมง เนื้อสัตว์และผักสามวัน

แน่นอนว่า อาหารเหล่านี้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการวางของห้างไปแล้วก็ยังสามารถบริโภคได้  แต่ด้วยการสร้างมาตรฐานความสดของอาหาร ทางห้างจึงต้องทิ้ง จำนวนอาหารที่เหลือทิ้งจะถูกควบคุมไว้ที่ร้อยละสามของยอดขาย

หาก ‘แพ็คเกจฟู้ด’ ในห้างค้าปลีกดังกล่าวถึงวาระลงจากชั้นวางสินค้า (ทั้งๆ ที่ยังบริโภคได้) วิธีการจัดการก็คือนำไปสับทิ้ง อาหารเหล่านั้นจะเข้าสู่การจัดการขยะของกรุงเทพมหานครเหมือนขยะชิ้นอื่นๆ ต่อไป

“เราสับทิ้ง เพราะหากดำเนินมาตรการอื่น เราเกรงว่าจะเกิดการทุจริตในหมู่พนักงาน” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งให้ข้อมูล

ในประเทศไทย คนไร้บ้านกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันและได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้ทำกิจกรรมลดจำนวนอาหารที่เหลือทิ้งจากตลาดค้าผักขนาดใหญ่ พวกเขาไปเก็บผักที่ถูกทิ้งแล้วนำไปปรุงก่อนที่จะแจกจ่ายยังคนไร้บ้าน

พวกเขาบอกว่า อยากเข้าไปติดต่อบรรดาห้างซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่สามสี่แห่ง เพราะเห็นว่าอาหารที่เหลือทิ้งนั้นน่าจะพอนำมาเลี้ยงปากท้องพี่น้องคนไร้บ้านของพวกเขาได้ แต่พวกเขาไม่รู้จะเข้าไปติดต่อกับใคร และเนื้อตัวพวกเขาก็มอมแมม

พวกเขาจึงเลือกวิธีเก็บผักที่ตลาดค้าผักแห่งหนึ่ง โดยไม่ได้บอกกล่าวอะไรใครมากมายนัก ถ้ามีคนมาถามก็ตอบไปตามจริง แล้วนำไปแบ่งปันยังคนที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้ เหมือนวิถีชีวิตของ Freegan

Freegan คุ้ยหาอาหารในถังขยะซูเปอร์มาร์เก็ตในอเมริกาและยุโรปแล้วนำกลับมาปรุงเพื่อบริโภค มองเผินๆ คนสองกลุ่มนี้มีวิถีการกินคล้ายกัน พวกเขากินอาหารที่ล้นเกินในระบบการบริโภคเหมือนกัน แต่กลุ่มแรกนั้นเลือกที่จะบริโภคด้วยแรงขับดันแบบนักต่อต้านการบริโภคที่ล้นเกิน แต่คนไร้บ้านในกรุงเทพฯเลือกไม่ได้

นอกจากยามพบเจออาหารในถังขยะสีเขียวของ กทม. (ถ้าเราแยกขยะทิ้งกันถูกถัง) วินาทีนั้นพวกเขามีสิทธิ์เลือกว่าจะกินหรือไม่กิน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
Posttoday.com
ชุดบทความ ‘อาหารที่ถูกทิ้ง’ (Food Waste) โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

……………………………………….

(ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Food Republic นิตยสาร Way ฉบับ84, เมษายน 2558)

วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์

นักประพันธ์หนุ่ม (aka Content Maker) ผู้เขียนนวนิยาย 'อนุสรณ์สถาน' ปัจจุบันเป็นนักเขียนประจำกองบรรณาธิการนิตยสาร WAY ควบคู่กับทำหนังสารคดี ใช้แรงงานในครัวต้มเบียร์ และจัดกิจกรรมเชิงสันทนาการภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ

วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์ขยะวิทยา

Related Posts

ห่อเปี๊ยะจากถุงขยะของนกนก

หากห้องครัวคือหัวใจของบ้าน ถังขยะก็น่าจะเป็น 'หัวใจ' ของบ้านของคนไร้บ้าน เจโสนมีรายได้จากการขายห่อเปี๊ยะรีไซเคิล หรือห่อเปี๊ยะที่มาจากถุงขยะร้านเบเกอรีที่ทิ้งเจ้าขนมนี่ เพราะหมดอายุแล้ว บุญเลิศ วิเศษปรีชา คุ้ยลึกเข้าไปในหัวใจของบ้าน เจโสนมาอยู่บ้านหลังนี้ที่ริมถนนมะนิลาได้อย่างไร จากหัวใจของบ้านสู่หัวใจของคนในนั้น

เอ็นริเล่ เบื้องหลังฮีโร่

เอ็นริเล่ แตกต่างจากคนไร้บ้านคนอื่นในกรุงมะนิลา พ่อแม่และเขาต่างเรียนจบปริญญาตรีตามมาตรฐานชนชั้นกลาง เขาเกือบได้เป็นวิศวกรเดินเรือ แต่จุดพลิกผันในชีวิตจับเขาโยนลงเรือมาเป็นแรงงานราคาถูกทำหน้าที่ขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือ และความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในครอบครัวของเขา คือความไว้วางใจขาดสะบั้นในครอบครัว ทำให้เขาเลือกที่จะพาตัวเองออกมายังข้างถนนกรุงมะนิลา

ไปเฟียสตากับโจอี้

‘เฟียสตา’ (fiesta) คืองานคืนถิ่นประจำปีของคนฟิลิปปินส์ที่สำคัญพอๆ กับวันคริสต์มาส ‘คนไร้บ้าน’ หลายคนจดจำวันเฟียสตาของท้องถิ่นตัวเองได้แม่นยำ โจอี้-เป็นคนไร้บ้านที่ดีกว่าอีกหลายคน อย่างน้อยเขายังมีบ้านของพี่สาวให้กลับไปหา