หญิง-ชาย ความต่างของค่าจ้างที่ไม่เท่าเทียม

ภาพประกอบ: Shhhh

 

6 เมษายน ประเทศอังกฤษออกกฎหมายใหม่ ขอให้บริษัทต่างๆ ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 250 คนขึ้นไป แสดง ‘gender pay gap’ หรือ ความแตกต่างของค่าจ้างที่เป็นผลมาจากเรื่องเพศ เป็นผลให้บริษัทกว่า 9,000 แห่งต้องปฏิบัติตามในเดือนเมษายนปีหน้า

กฎหมายนี้มาจากตัวเลขที่ชี้ว่า ผู้หญิงอังกฤษได้รับเงินเดือนน้อยกว่าผู้ชายที่ทำงานในตำแหน่งเดียวหรือใกล้เคียงกันราว 18.1 เปอร์เซ็นต์

แม้ว่ากฎหมายนี้จะดูก้าวหน้า พยายามจะแก้ปัญหาอคติจากเรื่องเพศ และได้รับคำชมเชยในฐานะเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางสังคมด้วยหลักทางกฎหมาย แต่ยังมีข้อท้วงติงจากนักวิชาการ นักการตลาด นักการเมือง กระทั่งผู้ที่ทำงานในบริษัทประกัน ที่ออกมาแสดงความเห็นและตั้งคำถามคล้ายๆ กันว่า

นอกจากเงินที่อาจได้เท่ากันแล้ว ปัญหาอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเธอเข้าสู่ตลาดแรงงานไม่ได้ จะถูกแก้ไขด้วยกฎหมายชิ้นนี้หรือเปล่า?

สถานการณ์ปัญหาเรื่องค่าจ้างในประเทศอังกฤษ

เฉพาะในวงการฮอลลีวูด โรบิน ไรท์ (Robin Wright) นักแสดงนำในซีรีส์ House of Cards เคยออกมาประกาศว่าเธอจะต่อสู้เพื่อให้ได้ค่าตัวเทียบเท่า เควิน สเปซีย์ (Kevin Spacey) โปรดิวเซอร์และนักแสดงนำในเรื่องเดียวกัน ที่ได้ค่าตัวราว 500,000 ดอลลาร์/ภาค ขณะที่ค่าตัวของไรท์อยู่ที่ราว 420,000 ดอลลาร์/ภาค

เช่นเดียวกับ จิลเลียน แอนเดอร์สัน (Gillian Anderson) จากซีรีส์ The X-Files ก็เคยออกมาพูดว่าเธอได้ค่าตัวน้อยกว่านักแสดงชายเช่นกัน

เควิน สเปซีย์ และ โรบิน ไรท์ ใน House of Cards

มองให้พ้นไปจากรายได้ของดาราผู้มั่งคั่ง กลับมายังมนุษย์เงินเดือนธรรมดา อ้างอิงจากสถาบันศึกษาวิจัยด้านรายได้ (Institute for Fiscal Studies: IFS) โดยเฉพาะเรื่องภาษีและนโยบายสาธารณะ รายงานสถิติที่เกี่ยวกับผู้หญิงในเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องการลาคลอดของผู้หญิงว่า

ผู้หญิงราว 54,000 คน ถูกกดดันให้ออกจากงานหลังจากคลอดบุตร หรือเมื่อกลับมาทำงานแล้วอาจได้รับเงินเดือนน้อยกว่าผู้ชายราวสามเท่า หรือบางรายก็ถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งที่มีรายได้มั่นคงเสียเลย

ปัญหาเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ไม่ใช่การได้ค่าจ้างไม่เท่ากันเพียงอย่างเดียว

“กฎหมายดังกล่าว เพียงแค่ให้บริษัทเปิดเผยตัวเลขเงินเดือน แต่ไม่ได้บอกว่า ผู้ชายและหญิงได้รับค่าจ้างอย่างเท่าเทียม มันเพียงแต่โชว์ค่าเฉลี่ยของเงินเดือนและโบนัสที่พนักงานในบริษัทได้รับ เพื่อเปรียบเทียบกับบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันเท่านั้น”

คือความเห็นของ ซูซานน์ ฮอร์น (Suzanne Horne) นักกฎหมายของ Paul Hastings บริษัทกฎหมายที่มีสาขาอยู่ 21 ประเทศทั่วโลก และได้เสริมว่า เกณฑ์การพิจารณาว่าใครควรจะได้รับเงินเดือนเท่าไร ต้องถูกคิดมาจากศักยภาพ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการทำงานของเขาและเธอ ซึ่งทั้งหมดนี้มันซับซ้อนเกินกว่าจะบอกแค่ว่า ‘ต้องเท่ากัน’

ขณะที่ โซฟี วอล์คเกอร์ (Sophie Walker) หัวหน้าพรรค Women’s Equality แสดงความเห็นว่า ขอให้รัฐบาลหยุดความพยายามสร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจด้วยการเล็งเป้ามาที่เรื่องผู้หญิง เพราะเพียงกฎหมายนี้ยังไม่เพียงพอ

นอกจากค่าจ้าง ยังต้องพูดถึงเรื่องเงินบำนาญ

โรส เซนต์ลูอิส (Rose St Louis) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินบริษัทประกัน Zurich กล่าวว่า อีกหนึ่งปัญหาที่ยังไม่ถูกแก้ไข คือเงินบำนาญของผู้หญิง ที่เมื่อคิดไปไกลๆ จนวันเกษียณ ผู้หญิงจะมีเงินสะสมหรือเงินบำนาญน้อยกว่าผู้ชาย ราว 47,000 ยูโร

ลูอิสหยิบตัวเลขลูกค้าของบริษัทประกัน Zurich ราว 250,261 คน ในปี 2013-2016 ชี้ว่าผู้ชายอายุต่ำกว่า 35 ปี จะได้รับเงินสมทบจากผู้ว่าจ้างในระบบบำนาญมากกว่าผู้หญิงที่อายุเท่ากันราว 217 ยูโร


อ้างอิงข้อมูลจาก: pinknews.co.uk

 

Editorial Staffหญิง-ชาย ความต่างของค่าจ้างที่ไม่เท่าเทียม

Related Posts

5 ข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกตั้งในอังกฤษ

เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จากพรรคอนุรักษนิยม ตัดสินใจให้จัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 มิถุนายน 2017 เร็วกว่ากำหนดการเดิมถึงสามปี ทั้งที่เมย์เพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารประเทศต่อจาก เดวิด คาเมรอน ที่ประกาศลาออกหลังการโหวต Brexit เมื่อกรกฎาคมปี 2016 และนี่คือห้าข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และสาเหตุเบื้องหลังการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

เพิ่มสกิลใหม่คุณครู รับมือภาวะซึมเศร้าของเด็กๆ

ผลสำรวจจากกลุ่ม stem4 ทีมทำงานด้านสุขภาพจิตในวัยรุ่นชี้ว่า เด็กประถมอังกฤษยอมรับว่าพวกเขาเผชิญกับภาวะซึมเศร้ามากขึ้น แต่พวกเขาไม่รู้จะพึ่งใคร ในเมื่อครูส่วนใหญ่ยังขาดทักษะในการรับมือกับก้อนอารมณ์นี้ของเด็กๆ

เหตุก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดในสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่ปี 2005

วันพุธที่ 22 มีนาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดกลางกรุงลอนดอนขึ้น เมื่อชายชุดดำขับรถทะลุผ่านฝูงชนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ (Westminster Bridge) มุ่งหน้าไปทางรัฐสภา นับเป็นการก่อการร้ายที่อุกอาจที่สุดนับตั้งแต่การระเบิดสถานีรถไฟใต้ดินลอนดอนเมื่อปี 2005