แดนสนธยาของกูเกิล

ปลายปี 2016 ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ พนักงานของกูเกิลได้ทำการฟ้องต้นสังกัดว่าบังคับให้พนักงานรักษา ‘ความลับ’ ขององค์กรมากเกินไป จนกลายเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และล่าสุด กูเกิลก็ยังเป็นแดนสนธยาที่มีแต่ความลับ เมื่อปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลบัญชีต่อกระทรวงแรงงานสหรัฐ ด้วยเหตุผลว่า เป็น ‘ความลับ’ ของพนักงาน

ธันวาคม 2016 ชายนามสมมุติ นาย A (John Doe) กล่าวหาว่า กูเกิลไม่อนุญาตให้พนักงานพูดคุยกับสื่อ กับเพื่อนจากองค์กรอื่น ถึงเรื่องราวในกูเกิล มีการอ้างว่า พนักงานของกูเกิลไม่สามารถเขียนนิยายเกี่ยวกับซิลิคอนวัลเลย์ได้ หากบริษัทไม่อนุมัติให้ผ่าน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและรักษาความลับขององค์กร รวมถึงให้พนักงานใช้โปรแกรม ‘Stopleaks’ สอดส่องพฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานว่าแพร่งพรายเรื่องราวในองค์กรออกไปหรือไม่

นาย A บอกว่า พนักงานทุกคนต้องเซ็นข้อตกลงว่าจะรักษาความลับขององค์กรในสัญญาจ้างเข้าทำงานกับกูเกิล โดยจะไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกูเกิลและธุรกิจอื่นๆ ของกูเกิลให้บุคคลภายนอกรู้เป็นอันขาด

กรณีนี้ทางกูเกิลให้เหตุผลว่า ข้อตกลงที่ว่าถูกออกแบบไว้เพื่อรักษาความลับสำคัญทางธุรกิจขององค์กร เนื่องจากบริษัทมักเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์ออกใหม่ให้พนักงานรู้เสมอ ซึ่งรวมถึงความลับบางอย่างที่ไม่อยากให้คนนอกรู้ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับองค์กรด้านไอที และที่สำคัญ พวกเขาไม่ได้ห้ามพนักงานคุยกันเรื่องเงินเดือนหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน

ในข้อกล่าวหานี้ หากกูเกิลมีความผิดจริง พวกเขาจะต้องจ่ายค่าปรับข้อหาละ 100 ดอลลาร์ ใน 12 ข้อหา ซึ่งกระทำต่อพนักงาน 61,000 คน จากการประมาณการ เงินทั้งหมดคิดเป็น 3,800 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับต้องจ่ายเงินให้พนักงานคนละ 14,600 ดอลลาร์

ยังไม่จบ เพราะ 4 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐ (U.S. Labor Department) ได้เตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายกับกูเกิล เนื่องจากปฏิเสธให้ข้อมูลเอกสารบันทึกเงินชดเชยพนักงานและข้อมูลอื่นๆ ในระบบตรวจสอบบัญชี เพื่อแสดงให้เห็นว่า องค์กรไม่ได้เลือกปฏิบัติและแบ่งขั้นเงินเดือนกับพนักงานตามเพศและเชื้อชาติ

โอกาสที่ไม่เท่าเทียมกันในองค์กรกูเกิลเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมานาน พนักงานระดับสูงของและเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีจะเป็นกลุ่มที่ได้ค่าจ้างสูง เกือบทั้งหมดเป็นพนักงานชาย – ผิวขาวและคนเอเชีย จากนั้นก็มีข้อเรียกร้องให้กูเกิลเพิ่มความหลากหลายของเชื้อชาติในสถานที่ทำงาน ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม จ้างผู้หญิง คนดำ และคนเชื้อชาติอื่นๆ เข้าทำงานมากขึ้น ซึ่งทางกูเกิลเคยออกมายืนยันว่า พวกเขาจะเพิ่มความหลากหลายของพนักงานมากขึ้น และจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง (Google Diversity)

แต่ดังที่นาย A กล่าว พนักงานไม่มีสิทธิ์เปิดเผยข้อมูลใดๆ กับรัฐได้ กระทรวงแรงงานจึงต้องขอข้อมูลและเข้าไปตรวจสอบบัญชีของกูเกิลด้วยตนเอง ในฐานะเป็นคู่สัญญาของรัฐ เงินส่วนหนึ่งที่กูเกิลได้รับมาจากภาษีของประชาชน

กูเกิลรับงานกระทรวงแรงงานด้านสื่อโฆษณาดิจิตัล ทำเงินให้กับบริษัทมากกว่า 600,000 ดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2014 แม้จะเป็นเงินจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับรายรับขององค์กรไอทีระดับโลก แต่หากกูเกิลปฏิเสธคำขอของกระทรวงแรงงาน ซึ่งใช้ข้อกฎหมายเข้าไปขอตรวจสอบบัญชีของบริษัทคู่สัญญา พวกเขาอาจถูกยกเลิกสัญญาปัจจุบัน และแบนไม่ให้รับงานของรัฐอีกเลย – ที่สำคัญในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กูเกิลถูกเพิกถอนสัญญาที่ทำไว้กับภาครัฐหลายครั้งแล้ว

เหตุผลที่กูเกิลยกมาตอบโต้ก็ยังเป็นเรื่องความลับอีก พวกเขาบอกว่า ได้ให้ข้อมูลที่กระทรวงแรงงานไปนับแสนชิ้นแล้ว แต่คำขอครั้งล่าสุดจากกระทรวงแรงงานเป็นการขอที่มากเกินไป (overbroad) เพราะนั่นหมายถึงการละเมิดสิทธิ์ ความเป็นส่วนตัว และข้อมูลซึ่งเป็น ‘ความลับ’ ของพนักงานนับพันคน


อ้างอิงข้อมูลจาก: fortune.com
theverge.com
abcnews.go.com
bloomberg.com

 

Editorial Staffแดนสนธยาของกูเกิล

Related Posts

พร้อมไหม! เว็บไซต์รองรับสมาร์ทโฟน

ข่าวดีของผู้บริโภค เมื่อกูเกิลเตรียมปรับปรุงบริการให้สามารถรองรับการใช้งานด้วยสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในวันที่ 21 เมษายนนี้

Google and the World Brain

ในเมื่อกูเกิลไม่ใช่บริษัทโลกสวยที่มุ่งเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ตามอุดมคติของนักฝัน แต่เป็นบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นและดำเนินธุรกิจสร้างกำไรเป็นปัจจัยขับเคลื่อน แน่นอนว่า ประโยชน์ทางการค้าที่กูเกิลจะได้รับเมื่อถือครองข้อมูลมหาศาลจากหนังสือ ย่อมต้องเป็นสิ่งแรกๆ ที่พวกเขานึกถึง

ด้านมืดของอีเมล

Gmail กำลังจะเปิดให้บริการครบรอบ 10 ปีในกลางปี 2014 ขณะที่เทคโนโลยีในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของผู้ใช้บริการยังไม่เคยหมดไป แถมล่าสุดสามารถเข้าถึงผู้ไม่มีบัญชี Gmail ได้แล้ว