Magical Realism ในความเหนือจริง มีความสมจริง

bigfish-1

เรื่อง / ภาพ: ปริชาติ หาญตนศิริสกุล

 

มนุษย์กับศิลปะนั้นอยู่คู่กันมาตั้งแต่โบราณกาล ศิลปะเป็นศาสตร์ที่สะท้อนสุนทรียะ วัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต และอุดมการณ์ของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย เมื่อพูดถึงถึงศิลปะ หลายคนมักนึกถึงภาพวาดสีน้ำมัน ประติมากรรมตามสถานที่สำคัญ แต่แท้จริงแล้วศิลปะยังพัฒนาและแตกยอดออกไปในหลายแขนง อาทิ เครื่องนุ่งห่ม ดนตรี สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ฯลฯ จากนั้นยังถูกแยกย่อยและจัดเป็นหมวดหมู่ต่างๆ มากมาย

จากวงสัมมนาวิชาการศิลปะกับการเมือง ในหัวข้อ ‘ความมหัศจรรย์ของสัจนิยมและสัจนิยมมหัศจรรย์ในวรรณกรรม’ วันที่ 17 สิงหาคม ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการอธิบายความเป็นมาของแนวคิดงานศิลปะประเภท ‘สัจนิยม’ ซึ่งสะท้อนจากการสร้างอนุสาวรีย์ต่างๆ และวิเคราะห์สัจนิยมมหัศจรรย์ในวรรณกรรมไว้ด้วยประเด็นน่าสนใจ

magical-realism-3

สัจนิยมในศิลปะ

ในยุคสงครามเย็น รัฐบาลไทยให้สหรัฐเข้ามาใช้พื้นที่เป็นฐานต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง คือช่วง พ.ศ. 2491-2500 ด้วยเหตุนี้ไทยจึงนับตนเองอยู่ในสังกัดประเทศโลกเสรี ที่มีสหรัฐเป็นผู้นำ

ธนาวิ โชติประดิษฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อธิบายแนวคิดความเป็นมาสัจนิยมในศิลปะการสร้างอนุสาวรีย์ไว้ว่า

“รูปแบบศิลปะของค่ายโลกเสรีไม่ได้เป็นสัจนิยม (realism) แต่เป็นศิลปะนามธรรม (abstract) เพราะถือว่าศิลปะนามธรรมเป็นรูปแบบศิลปะที่เชื่อมโยงกับอุดมการณ์เรื่องเสรีภาพของปัจเจกบุคคล ซึ่งมีนัยการต่อต้านฟาสซิสต์และคอมมิวนิสต์ เพราะฝ่ายคอมมิวนิสต์ใช้สัจนิยมแนวสังคมนิยม (social realism) เพื่อเป็นรูปแบบโฆษณาชวนเชื่อที่แสดงให้เห็นความรุ่งโรจน์ของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ และอุดมการณ์ที่อยู่ตรงข้ามกับคอมมิวนิสต์ก็จำเป็นที่ต้องหาศิลปะที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง คือ abstract หรือศิลปะแบบนามธรรม”

แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาต้องการจะเป็นผู้นำโลกใหม่ ไม่ใช่เพียงเฉพาะด้านการเมือง แต่ต้องการเป็นผู้นำทางศิลปะด้วย และเพราะเหตุนี้ประติมากรรมในที่สาธารณะและอนุสาวรีย์ที่อยู่ในรูปแบบนามธรรมจึงเฟื่องฟูในสหรัฐในช่วงหลัง พ.ศ. 2496 เป็นต้นมา

หากสังเกตจากอนุสาวรีย์ต่อต้านสงครามเย็นจะพบว่า ในประเทศไทยไม่ได้นำเสนอด้วยศิลปะรูปแบบนามธรรม แต่กลับใช้รูปแบบสัจนิยมมาแสดงอุดมการณ์ทางการเมือง เหตุที่เป็นเช่นนี้เกิดจากการสืบทอดรูปแบบทางศิลปะของทางการไทย ที่ชนชั้นนำไม่นิยมศิลปะนามธรรมมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้านั้น

นอกจากนี้แนวคิดสัจนิยมก็แพร่ขยายไปยังศิลปะแขนงอื่นเช่นในวรรณกรรม ซึ่งทางพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของคำว่า ‘สัจนิยม’ ไว้ว่า

สัจนิยม (ศิลปะและวรรณคดี) น. คตินิยมในการสร้างสรรค์วรรณกรรมหรือศิลปะ ซึ่งแสดงให้เห็นชีวิตและโลกอย่างสมจริง ; (ปรัชญา) ทฤษฎีที่ถือว่าโลกและวัตถุเป็นสิ่งมีอยู่จริงเช่นเดียวกับจิต และมีอยู่อย่างอิสระจากจิต (อ. realism)

magical-realism-2

สัจนิยมมหัศจรรย์ในวรรณกรรม

‘Magical Realism’ สัจนิยมมหัศจรรย์ในทางศิลปะถือกำเนิดมาจากฝั่งยุโรปต้นศตวรรษที่ 20 ในยุค Post Expressionism ในปี 1925 เพื่อแข่งขันกับศิลปะสมัยใหม่ ซึ่งในยุคนั้นก็มีศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ชื่อว่า ‘Surrealism’ อภิสัจนิยม หรือ เหนือจริง แต่ Surrealism ก็เฟื่องฟูและแตกแขนงไปเป็นศิลปะอื่นๆ

จนกระทั่งกลางศตวรรษที่ 20 นักเขียนชาวคิวบา อเลโค การ์เปนเตียร์ นำเสนอแนวคิดที่ว่า ‘โลกในลาตินอเมริกาในความเป็นจริงคือความมหัศจรรย์’ ซึ่งในขณะนั้นโลกลาตินอเมริกาเป็นเผด็จการ การ์เปนเตียร์คิดว่า การจะนำเสนอความจริงในสังคมต้องใช้สิ่งมหัศจรรย์เข้ามาช่วย ซึ่งความมหัศจรรย์บางครั้งอาจสวนทางกับความคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่ผู้คนทั่วไปอาจไม่ทันสังเกต กระทั่งรู้สึกถึงความประหลาดนั้น

Surrealism เป็นศาสตร์ที่หลายคนเข้าใจว่าจะต้องหมายถึงความเหนือจริง ทว่า Magical Realism ก็นำเสนอเนื้อหาด้วยความเหนือจริงเช่นกัน จุดแตกต่างของศิลปะทั้งสองแขนงอยู่ตรงที่ Magical Realism หรือสัจนิยมมหัศจรรย์ คือการนำเรื่องเหลือเชื่อหรือเรื่องอาจจะเป็นไปได้มาอยู่โลกแห่งความเป็นจริงที่ดำเนินด้วยระบบเหตุผล ส่วน Surrealism เป็นความเหนือจริงชนิดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเชื่อพื้นฐานของสังคม Surrealism นั้นใช้ ‘ความเหนือจริง’ ในเรื่องมาเป็นสัญลักษณ์เพื่อนำเสนอแนวคิดบางอย่าง ตัวอย่างวรรณกรรมแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ชื่อดังเรื่องหนึ่งคือ หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ของ กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ นักเขียนชาวโคลอมเบีย ผู้มีอิทธิพลต่อแวดวงวรรณกรรมสัจนิยมมหัศจรรย์ในเวลาต่อมา

แม้เราใช้เกณฑ์ ‘ความเหนือจริง’ มาพิจารณาก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะคัดแยกว่างานศิลปะใดเป็นงานสัจนิยมมหัศจรรย์ งานใดเป็นอภิสัจนิยม ซึ่งทั้งนี้จำต้องพิจารณาควบคู่กันไปคือ ‘เนื้อหาและรูปแบบ’ ไม่ควรประเมินด้วยเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งปัญหาของการจัดจำแนกมักเกิดจากการยึดติดกับคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนหลงลืมอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญพอๆ กัน

magical-realism-1

สัจนิยมมหัศจรรย์ในวรรณกรรมไทย

ถ้าหากเราพิจารณาสิ่งรอบตัวในสังคมไทยแล้ว นิทานพื้นบ้านไทยอย่าง นางสิบสอง ปลาบู่ทอง แม่นาคพระโขนง ต่างก็มีเรื่องราวความเชื่ออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อยู่  ซึ่งคนไทยก็ดูเชื่อถือเรื่องเหลือเชื่อที่อยู่ในนิทานเหล่านี้ ดูจากหลักฐาน เช่น การตั้งชื่อต้นไม้ตามนิทาน การมีศาลเจ้าไว้เคารพสักการะ ฯลฯ หากเราจัดจำแนกให้นิทานพื้นบ้านนี้ให้เป็นงานสัจนิยมมหัศจรรย์จะได้หรือไม่ รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ อาจารย์ประจำสาขาวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เสนอความคิดเห็นว่า

“ผมคิดว่านิยายอภินิหาริย์ผีๆ สางๆ ทั้งหลายแหล่ของวรรณกรรมไทยที่มีมาก่อนยุคสัจนิยม ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นสัจนิยมมหัศจรรย์ เพราะว่ามันมีการแบ่งกันชัดเจนระหว่างโลกอภินิหาริย์กับโลกของความเป็นจริง

สัจนิยมมหัศจรรย์คือการทำให้โลกที่อยู่เหนือความเป็นจริงอันคุ้นเคยมาอยู่ตรรกะเดียวกับโลกความเป็นจริงได้

แม้สัจนิยมมหัศจรรย์ในวรรณกรรมไทยและลาตินอเมริกาจะมีฉากผีสางและอภินิหาริย์เหมือนกัน ทว่ากระบวนการสร้างความมหัศจรรย์ก็แตกต่างกันอยู่ วรรณกรรมสัจนิยมมหัศจรรย์ของลาตินอเมริกาจะพยายามให้การบรรยาย (การอุปลักษณ์ หรือ metaphor) ที่มีความมหัศจรรย์เป็นจริงในระดับจริงทุกมิติ แต่วรรณกรรมสัจนิยมมหัศจรรย์ไทยมักสอดแทรกความมหัศจรรย์ขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบเพื่อส่งสารบางอย่าง หรือเป็นแค่การอุปลักษณ์แก่ภูมิปัญญาชาวบ้านที่กำลังจะถูกทำลาย ซึ่งหลายต่อหลายครั้งนักเขียนไทยมักนำเสนอความมหัศจรรย์ออกมาในรูปแบบวิพากษ์สังคม วิถีชีวิตชาวบ้าน วัฒนธรรมท้องถิ่น

เมื่อพิจารณารูปแบบและเนื้อหาของศิลปะสัจนิยมมหัศจรรย์แล้ว เราอาจเคยคิดว่าวรรณกรรมที่มีการบรรยายด้วยฉากอภินิหาริย์ชวนเพ้อฝันไม่เกิดประโยชน์อะไร และเป็นเรื่องไกลตัว ทว่าบรรดาความคิด บรรดาความงมงายของชาวบ้านที่เราอาจเคยดูแคลนก็ถูกสร้างใหม่ด้วยคำว่า ‘ภูมิปัญญา’ อันเกิดจากการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนั้นไม่ได้เขียนด้วยตัวมันเอง แต่เขียนภายใต้กรอบประวัติศาสตร์ชาติ ซึ่งชูศักดิ์เสนอความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า

กระแสที่มาอยู่ด้วยกันคือภูมิปัญญาชาวบ้าน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เพิ่งสร้าง และวัฒนธรรมชุมชน ทำให้สัจนิยมมหัศจรรย์ไทยเฟื่องฟูขึ้นมาในยุคนั้น ดังนั้นสัจนิยมแบบไทยๆ ก็เหมือนประชาธิปไตยแบบไทยๆ คือเน้นแต่ความมหัศจรรย์สูงมากและเยอะมาก

นี่คือข้อแตกต่างระหว่างสัจนิยมมหัศจรรย์ในลาตินอเมริกากับสัจนิยมมหัศจรรย์ของไทย

แม้วรรณกรรมแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ของไทยยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าเรื่องใดใช่ เรื่องใดไม่ใช่ แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วศิลปะแนวสัจนิยมมหัศจรรย์อาจมีอยู่ทั่วทุกมุมโลกและใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Big Fish หรือการ์ตูนอย่างโดราเอมอน และ ดร.สลัมป์ กับหนูน้อยอาราเล่

 

Editorial StaffMagical Realism ในความเหนือจริง มีความสมจริง

Related Posts

ศิลปะบนเส้นขนานที่ 17 พรมแดนเวียดนามเหนือ-ใต้

Le Brother ศิลปินชาวเวียดนามที่สร้างงานจากความทรงจำของผู้คนที่อาศัยอยู่ระหว่างเส้นขนานที 17 เส้นสมมุติที่กั้นผ่านระหว่างเวียดนามเหนือและใต้

50 เมืองอันตรายที่สุดในโลก

จากการจัดอันดับเมืองที่มีเหตุฆาตกรรมมากที่สุด 50 เมือง มี 41 เมืองอยู่แถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียน เมืองที่มีเหตุนองเลือดจากการฆาตกรรมมากที่สุดในปี 2015 คือ คาราคัส ในเวเนซูเอลา ที่มีสถิติการฆ่า 3,946 ราย จากประชากรทั้งหมด 3,291,830 คน และประเทศที่มีเมืองอันตรายอยู่มากถึง 21 เมือง คือ บราซิล

‘ได้สตูดิโอ’ สตูดิโอของใครก็ได้

ศิลปะเป็นวิชาที่ต้องเรียนในโรงเรียนหรือเปล่าไม่รู้ แต่ ‘ได้สตูดิโอ’ ปลุกความเชื่อเราว่า ใครๆ ก็มีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว