#ชัชชาติอ่าน

ภาพ: อนุชิต นิ่มตลุง

‘อดีตรัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี’ คือฉายาที่ใครต่อใครเรียก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แต่หากพูดถึงคำว่าแข็งแกร่งคงไม่ได้กล่าวถึงมัดกล้ามของเขาอย่างเดียวแน่นอน เราเห็นแนวคิดที่แข็งแกร่งของชัชชาติผ่านหน้าสื่อหลากหลายสำนัก ถูกเชิญไปพูดตามวงเสวนารวมถึงเป็นอาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัยต่างๆ แทบจะนับครั้งไม่ถ้วน เห็นได้ชัดว่าแนวคิดของเขาก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน

WAY ชวนพูดคุยถึงหนังสือที่ชัชชาติชอบอ่าน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ความคิด คำพูดของเขาคมกริบอยู่เสมอ และดูพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์

“หัวใจสำคัญอยู่ที่ทุกคนอย่าหยุดนิ่ง อ่านเยอะๆ อ่านที่ไม่เกี่ยวข้องกับเราด้วย แล้วมันก็จะเกี่ยวข้องกับเราเอง หาจุดที่มันมาลากเส้นได้ แล้วก็ลากเส้นเชื่อมโยง”

ชัชชาติตอบสั้นๆ ก่อนจะแนะนำหนังสือที่เขากำลังอ่านอยู่ในตอนนี้ที่ทำให้เขาแข็งแกร่งทางความคิดอยู่ตลอดเวลา

Platform Revolution โดย Geoffrey G Parker, Marshall W. Alstyne and Sangeet Paul Choudary

“หนังสืออธิบายถึงความสำเร็จของพวกธุรกิจแนว startup เพราะว่าพวกเขามี feedback loop ที่ลูกค้าสามารถแสดงความคิดเห็นได้เหมือนมีอำนาจอยู่ในมือ ต้องสเกลได้ ตอนนี้ธุรกิจมันเปลี่ยนจาก pipeline มาเป็นแบบ platform เพิ่มขึ้น เมื่อก่อนจะพิมพ์หนังสือได้ คุณก็ต้องหาสำนักพิมพ์ ธุรกิจมันเลยขยายยาก ตอนนี้ทุกอย่างไม่มีมิติละ คนเขียนคนอ่านเป็นคนเดียวกัน อย่างห้างเมื่อก่อนเป็น pipeline ก็ต้องมีสถานที่ แต่ตอนนี้ใครอยากขายก็ขาย มีช่องทางเพิ่มขึ้น คนซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้พฤติกรรมคนมันตามไม่ทันไง ธุรกิจเก่าก็ต้องเปลี่ยนเหมือนกัน แต่ที่จะเจ๊งสุดผมมองว่าคือระบบราชการ อย่างการเปลี่ยนกฎหมายแต่ละทีใช้เวลานานมาก feedback loop ก็ไม่มี เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมาก ชีวิตมันไปไม่ทัน เราต้องปรับตัว”

Zero to One โดย Blake Masters and Peter Thiel

“คนเขียนเป็นผู้ก่อตั้ง PayPal เป็นธุรกิจ startup เช่นกัน มองว่าชีวิตธุรกิจเราปัจจุบันเป็น one to end คือ globalization เป็นการเลียนแบบจากของเก่า อย่างทำรถยนต์ก็ผลิตจากแบบเก่ามาเรื่อยๆ ผลิตเป็นแสนคัน สุดท้ายเจอแรงงานถูกๆ ย้ายที่ถูกๆ ได้สินค้าราคาถูก ซึ่งปัจุบันมันอยู่ไม่ได้ หัวใจต้อง zero to one แต่เมืองไทยยังไม่มี ยังเป็น one to end”  

Thank You for Being Late โดย Thomas L. Friedman

“เล่มนี้น่าสนใจ เป็นหนังสือที่เขียนอ้างอิงถึงประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ผู้เขียนเป็นคอลัมนิสต์มาก่อน โดยเขาเขียนขอบคุณคนที่มาสัมภาษณ์กับเขาที่มาสาย ทำให้เขามีเวลาในช่วงนี้ประมาณ 10-30 นาที ได้คิดวิเคราะห์อะไรเพิ่มขึ้น”

The Upside of Inequality โดย Edward Conard

“หนังสือมองว่ายิ่งไม่มีความไม่เท่าเทียมเท่าไร คนก็จะยิ่งเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น ไม่งั้นประเทศก็จะไม่เจริญ ซึ่งในสังคมที่เท่าเทียมอย่างคอมมิวนิสต์มันไม่มี แต่เล่มนี้ผมก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมด ผมว่าเขา wording ไม่ถูก จริงๆ ไม่มีใครเท่าเทียมกันหรอก เกิดมายังไม่เท่าเทียมกันเลย แต่เป็นเรื่องของความยุติธรรมมากกว่า”

The Power of Habit โดย Charles Duhigg

“เล่มนี้ผมอ่านเอาไว้พูดให้เด็กฟัง หนังสือพูดถึงว่าเราจะแก้นิสัยไม่ดียังไง ซึ่งปกติแล้วเราทำตัวยังไงเราก็คาดหวังว่าจะได้สิ่งนั้นกลับมา คือมีผลตอบแทน การสร้างนิสัยมีอยู่สามอย่าง queue routine และ reward

“อย่างผม queue คือตื่นตี 5 ออกไปวิ่งก็เป็น routine แล้ว reward ที่ได้คือ สุขภาพดีตามมา แต่ที่เราทำนิสัยไม่ดีส่วนใหญ่ เรามองผลตอบแทนระยะสั้นไม่ได้คิดถึงผลตอบแทนระยะยาว ซึ่งการจะมีได้เราต้องมีกำลังใจ เด็กต้องฝึกอดทนรอผลตอบแทนระยะยาว ถึงจะปลูกฝังนิสัยดีๆ ได้

“แต่นิสัยเสียเราเกิดจากผลตอบแทนระยะสั้นเสียส่วนใหญ่ เพราะเราไม่มีความอดทน มันมีผลทดสอบที่เรียกว่า ‘marshmallow test’ ทดสอบกับเด็กอายุประมาณ 4 ขวบ โดยวางมาร์ชเมลโลไว้ในห้องสองชิ้น ใครที่สามารถรอถึง 15 นาทีก็จะได้กินเพิ่มสองเท่า ที่น่าสนใจคืออีก 40 ปีต่อมาในอนาคต ผลสรุปออกมาว่าเด็กที่อดทนไม่กินเพื่อรอผลตอบแทนระยะยาวประสบความสำเร็จมากกว่ากลุ่มเด็กที่ไม่อดทนรอ จริงๆ แล้วเราจะประสบความสำเร็จได้มันไม่ใช่แค่ไอคิวหรืออีคิวอย่างเดียว แต่ต้องมีความอดทนต่อสิ่งเร้าด้วย”

 

ชลิตา สุนันทาภรณ์#ชัชชาติอ่าน

Related Posts

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์: การเมืองควรเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่

อดีตรัฐมนตรีคมนาคม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงจากตำแหน่งใหญ่ในภาครัฐมาเป็นผู้บริหารภาคเอกชน เจ้าตัวบอกกับสื่อทุกสำนักว่าตอนนี้เขาเป็นเพียงคนธรรมดา แต่ชื่อของเขายังคงอยู่ในกระแสโลกออนไลน์ไม่จางหาย เคล็ดลับง่ายๆ ของชัชชาติก็คือ เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์: ขนส่งสาธารณะไทย เอายังไงกันดี

เมื่อขนส่งสาธารณะไทยยังไม่ได้เซอร์วิสให้กับคนทุกคน มีวิธีการใดบ้างที่จะไปพ้นให้จากสถานการณ์นี้ มาฟังความเห็น ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ กัน หากว่า gen Y ไม่อยากดิ้นรนอยู่บนท้องถนนไปอีกหลายสิบปี

‘เท่าไหร่ (ถึง) เท่ากัน?’ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาใหญ่ที่อยู่คู่กับสังคมไทย ข้อมูลระบุว่า คนรวยเพียงไม่กี่คนถือครองทรัพยากรใเทียบเท่าคนจำนวนมหาศาล เป็นที่มาของวงเสวนา ‘เท่าไหร่ (ถึง) เท่ากัน?’ โดยองค์การ Oxfam เพื่อตั้งคำถามไปสู่ทางหาคำตอบว่า มีวิธีใดบ้าง ที่จะลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำไปสู่ความเท่าเทียมได้ โดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ช่วยสะท้อนมุมมองการแก้ปัญหาจากภาครัฐในหลายประเด็น