รักโลกที่คนข้างนอกมองไม่เห็น

cloth pads

เรื่อง : อภิรดา มีเดช

 

หนึ่งในหลายๆ เรื่องที่ผู้หญิงไม่สามารถจินตนาการได้ว่าผู้ชายจะรู้สึกอย่างไร ก็คือเวลาที่ผู้ชายถูกทำร้ายบริเวณใต้สะดือลงไป ผู้ชายเองก็น่าจะมีอยู่อย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่ไม่สามารถจินตนาการแทนผู้หญิงได้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร นั่นก็คือ ตอนที่พวกเธอมีประจำเดือน

ตัวเลขผ้าอนามัยทั้งแบบสอดและแบบแผ่นที่ผู้หญิงในอเมริกาเหนือใช้ตลอดชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ 16,800 ชิ้น/คน พวกมันเป็นของที่ใช้แล้วทิ้ง ทั้งที่ความจริงแล้ว ทางเลือกของผู้ใช้ผ้าอนามัยน่าจะมีความหลากหลายมากกว่านั้น

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ฉันเคยอยู่ในยุคตื่นเขียว ตอนนั้นพยายามสรรหาวิธีที่จะใช้ชีวิตให้ ‘เขียว’ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่แน่ใจว่าอะไรดลใจให้นึกถึงผ้าอนามัยที่ต้องใช้อยู่ทุกๆ เดือนขึ้นมา

ด้วยความช่วยเหลือจากโลกออนไลน์ ฉันได้มีโอกาสรู้จักกับ Cloth Pads หรือผ้าอนามัยที่ทำจากผ้า ตัดเย็บออกมาหน้าตาไม่ต่างจากผ้าอนามัยทั่วๆ ไป แต่ที่พิเศษคือมันสามารถนำมาซักทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ต้องขอสารภาพว่า ณ ตอนนั้นฉันได้แต่อึ้ง และจินตนาการภาพตัวเองซักอะไรแบบนี้ไม่ออกเอาเสียเลย คาดว่ามันอาจถูกเซ็นเซอร์จากหัวสมอง ด้วยความที่สยองเกินไป

ไม่ทราบว่า คุณๆ ผู้ชายพอจะนึกภาพตามทันไหมคะ…

อรุนาชาลาม มุรุกานันธาม

จากข่าวเมื่อต้นเดือนมีนาคมของ BBC ที่นำเสนอเรื่องราวของ อรุนาชาลาม มุรุกานันธาม ชายผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในการผลิตผ้าอนามัยราคาเบาๆ ให้กับสาวอินเดีย ทำให้ไอเดียที่จะตามติดเรื่องผ้าอนามัยรักษ์โลกเวียนกลับมาอีกครั้ง

สาเหตุที่ทำให้เขาคิดผลิตผ้าอนามัยราคาย่อมเยา เกิดขึ้นตั้งแต่หลังแต่งงานใหม่ๆ เมื่อปี 1998 เขาพบว่าภรรยาใช้เศษผ้าเก่าๆ แทนผ้าอนามัย เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า หากเธอเอาเงินไปซื้อผ้าอนามัยทั่วไปมาใช้ คนในบ้านก็จะไม่มีอาหารรับประทาน

เขาอาสาออกไปหาซื้อผ้าอนามัยมาให้เธอ และพบความสงสัยชนิดงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อพาตัวเองมาถึงหน้าชั้นวางผ้าอนามัยในร้านค้าแห่งหนึ่ง อรุนาชาลามถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่า เหตุใดฝ้ายน้ำหนักเพียง 10 กรัมที่บรรจุอยู่ในผ้าอนามัย 1 ชิ้น จึงมีราคาแพงถึง 40 เท่าของฝ้ายทั่วๆ ไป นี่คือจุดที่อรุนาชาลามตัดสินใจว่าจะลองทำผ้าอนามัยคุณภาพเดียวกันในราคาที่ถูกกว่าให้ได้

ผลสำรวจโดย AC Nielsen เมื่อปี 2011 พบว่าผู้หญิงอินเดียใช้ผ้าอนามัยเพียงร้อยละ 12 เท่านั้น ส่วนหญิงสาวในหมู่บ้านของเขา มีคนใช้ผ้าอนามัยเพียงร้อยละ 10 นอกจากเศษผ้าเก่าๆ เขายังพบว่าพวกเธอดัดแปลงอะไรแปลกๆ มาใช้แทนผ้าอนามัย ไม่ว่าจะเป็น ทราย ขี้เลื่อย กระทั่งเศษใบไม้

หญิงสาวที่ใช้เศษผ้าแทนผ้าอนามัยมักจะไม่กล้านำมันไปตากที่กลางแจ้ง ร้อยละ 70 ของโรคทางระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงอินเดีย มีสาเหตุมาจากการสุขอนามัยที่น่าเป็นห่วงในช่วงที่มีรอบเดือน

ความสำเร็จของอรุนาชาลาม คือสามารถทำให้กลุ่มสตรีในแต่ละหมู่บ้านผลิตผ้าอนามัยใช้และจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเกือบเท่าตัว คือจากชิ้นละ 4 รูปี เหลือ 2.5 รูปี

pads muruganantam

ผ้าอนามัยราคาเบาๆ จาก มุรุกานันธาม

เมื่อพูดถึงวัสดุที่นำมาผลิตผ้าอนามัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในต่างประเทศ มีทั้งการนำผักตบชวา ต้นกล้วย กกปาปิรุส ไปจนถึงเศษผ้า พวกมันล้วนนำมาผลิตแผ่นอนามัยเพื่อใช้แทนผ้าอนามัยใยสังเคราะห์ที่บุเยื่อกระดาษติดแถบกาวแบบที่หญิงสาวส่วนใหญ่ต่างคุ้นเคยกันดี

นอกจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้แล้ว ฉันก็ได้พบกับอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เราผ่านวันนั้นของเดือนไปได้แบบกรีนสุดๆ มันคือ Menstrual Cup เป็นวัสดุยืดหยุ่นรูปทรงคล้ายถ้วยใบเล็กๆ ผลิตจากซิลิโคน ชิ้นหนึ่งมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี แต่มั่นใจได้ว่าสาวไทยส่วนใหญ่คงทำใจใช้ค่อนข้างลำบาก เพราะวิธีใช้ไม่ต่างจากผ้าอนามัยแบบสอด นั่นคือต้องนำมันเข้าไปในร่างกายของเรา…

ข้อดีของเจ้าถ้วยเล็กๆ ใบนี้ คือสามารถใส่ได้นาน 12 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสุขอนามัย หรือนานกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับผ้าอนามัยปกติ ข้อแนะนำในการใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ ซึ่งเป็นทางออกของหญิงไทยอย่างคุณและฉันก็คือ มันอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน หากลองใช้ไปประมาณ 3-4 เดือนแล้วยังไม่ใช่ วิถีรักษ์โลกแบบนี้อาจไม่เหมาะกับเราก็ได้

menstrual-cups

ถ้าคุณเลือกแล้วว่าจะใช้ชีวิตแบบเอ็กซ์ตรีมสุดๆ เพื่อสิ่งแวดล้อม ก็ควรพาตัวเองก้าวข้ามอุปสรรคอะไรแบบนี้ไปให้ได้ใช่ไหม แต่เอาเถิด สำหรับบางเรื่อง เราคงต้องยอมเป็นอนุรักษ์นิยมกันบ้าง ตอนนี้ขอเป็นฝ่ายยกธงขาวยอมแพ้ชั่วคราวอีกสักครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง:
greeneconomycoalition.org
ecouterre.com
thealternative.in

(หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ สิ่งแวดเรา นิตยสาร Way ฉบับ72, เมษายน 2557)

อภิรดา มีเดชรักโลกที่คนข้างนอกมองไม่เห็น

Related Posts

อินเดียเก็บ ‘Fat Tax’ แก้ปัญหาน้ำหนักเกิน

รัฐเกรละ ทางตอนใต้ของอินเดีย ประกาศมาตรการรับมือปัญหาเด็กๆ น้ำหนักเกิน ด้วยโมเดลขึ้นภาษีในอาหารอุดมไขมัน หรือ ‘Fat Tax’ โดยอาหารที่ตกเป็นเป้าหมายเป็นพิเศษ ได้แก่ เบอร์เกอร์ และพิซซ่า

อย่างมงายใน ‘ไฟป่า’

เมื่อถอยหลังกลับไปมองการจัดการไฟป่าในอดีต ต้องยอมรับว่าหน่วยงานภาครัฐพยายามดึงชุมชนออกไปจากการจัดการ ปฏิเสธความสัมพันธ์ระหว่างไฟกับป่า แล้วเข้าไปจัดการป่าไม้ด้วยแนวคิดควบคุมไม่ให้เกิดไฟในป่าทุกประเภท

อุปกรณ์สลายการชุมนุมในอินเดีย

เมื่อปี 2015 ที่เมืองลัคนาว (Lucknow) ในอินเดีย มีการผ่านกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้โดรนฉีดสเปรย์พริกไทยเพื่อสลายการชุมนุม แต่ที่ฮาร์ยานา ตำรวจกำลังเริ่มใช้หนังสติ๊กเพื่อควบคุมฝูงชน โดยมีถุงพริกและลูกหินเป็นกระสุน