โซฟี โชล ‘กุหลาบขาว’ และ ‘นาซี’

sophie-book-mockup

 

ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี ระหว่างปี 1933-1945 ฮิตเลอร์และพรรคนาซีได้รับความนิยมในหมู่คนเยอรมันอย่างท่วมท้น

ความปราชัยในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เหตุการณ์ปฏิวัติโค่นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยพรรคบอลเชวิค สถาปนารัสเซียเป็นประเทศสังคมนิยมแห่งแรกในโลก ก่อกระแสความหวาดกลัวคอมมิวนิสต์ ความบอบช้ำทางเศรษฐกิจทั้งในฐานะผู้พ่ายแพ้สงคราม และได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ความโกรธแค้นสิ้นหวังกับการบริหารอันล้มเหลวของรัฐบาลผสมที่มาจากการเลือกตั้ง

เงื่อนไขเหล่านี้โอบล้อมให้ชาวเยอรมันฝากความหวังไว้กับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้สร้างเนื้อสร้างตัวจากพรรคการเมืองเล็กๆ อย่างพรรคคนงานเยอรมัน (German Workers’ Party – DAP) เมื่อปี 1919 ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคสังคมชาตินิยมของคนงานเยอรมัน (National Socialist German Workers’ Party – NSDAP) หรือที่รู้จักกันในนามพรรคนาซี (Nazi)

ฮิตเลอร์ใช้ทักษะทางการพูด ความสามารถในการโน้มน้าว ท่วงท่าบุคลิกเด็ดขาดรุนแรง โดยอาศัยความโกรธแค้นสิ้นหวังของคนในชาติเป็นเชื้อฟืน ก่อนที่จะได้รับความสนับสนุนก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 1933

แม้ว่าฮิตเลอร์และพรรคนาซีจะล่วงละเมิด โหดเหี้ยม เข่นฆ่าพลเมืองประเทศอื่น อาทิ ชาวโปแลนด์ ชาวยิว กระทั่งใช้บทลงโทษอย่างรุนแรงกับพลเมืองเชื้อสายเยอรมันด้วยกันเองที่ลุกขึ้นมาต่อต้าน ชาวเยอรมันส่วนใหญ่ก็หรี่ตาอนุญาต เห็นดีเห็นงามกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ตลอดระยะเวลา 10 ปี คือระหว่างปี 1933-1943 ผู้ที่มีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับแนวทางของฮิตเลอร์เป็นเพียงเสียงส่วนน้อยในสังคม ไม่ใช่เพราะการเอ่ยถึงฮิตเลอร์ในทางเสื่อมเสียในที่สาธารณะเป็นความผิดขั้นรุนแรง แต่ด้วยความเชื่อมั่นในตัว ‘ท่านผู้นำ’ เป็นเหตุให้ชาวเยอรมันเทคะแนนนิยมให้ฮิตเลอร์อย่างสมัครใจ

กระทั่งบทบาทความเคลื่อนไหวของนักศึกษาและปัญญาชนในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งมิวนิคที่ชื่อ ‘ขบวนการกุหลาบขาว’ ก็เป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ ไม่ได้มีพละกำลังต่อรองใดๆ ไม่ว่าจะเป็นพลังสั่นคลอนท้าทายอำนาจนาซี หรือพลังในการเปลี่ยนแปลงความเชื่อชาวเยอรมัน

artboard-1

 

ตอนที่โซฟี โชล และ ฮันส์ โชล แกนนำนักศึกษาขบวนการกุหลาบขาวผู้เผยแพร่ใบปลิวต่อต้านนาซีถูกจับ ถูกศาลทหารประหารชีวิตด้วยเครื่องกีโยตินเป็นกลุ่มแรก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1943 นักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยมิวนิคหลายพันคน ออกมาชุมนุมสนับสนุนการประหารชีวิต และประณามนักศึกษาร่วมมหาวิทยาลัยที่แจกใบปลิวว่า ‘คนทรยศ’ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและหนังสือพิมพ์รายวันของพรรคนาซีรายงานข่าวนี้สั้นๆ ด้วยข้อความว่า ‘เป็นการจัดการกับพวกนอกคอกเสื่อมทราม’

กระทั่งฮิตเลอร์หมดอำนาจภายหลังพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่สองในปี 1945 ก็ใช่ว่าชาวเยอรมันส่วนใหญ่จะตระหนักรู้โดยฉับพลันว่าสิ่งที่ตนนับถือศรัทธานั้นผิด

ปี 1951 เยอรมันตะวันตกออกกฎหมายผู้เสียหายจากการกระทำของนาซี แต่จวบจนถึงกลางทศวรรษ 1960 ประเด็นการต่อต้านนาซียังเป็น ‘หัวข้ออ่อนไหว’ หรือเป็น ‘เรื่องต้องห้าม’ ในสังคมเยอรมัน นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการ สื่อมวลชน นักศึกษา และชาวบ้านทั่วไป ยังต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทีปิดลับระมัดระวัง แต่กระแสความสำนึกผิดเริ่มค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

7 ธันวาคม 1970 วิลลี บรันดท์ นายกรัฐมนตรีเยอรมันตะวันตก คุกเข่าขอโทษชาวโปแลนด์และเหยื่อกว่า 6 ล้านชีวิต หน้าอนุสาวรีย์วีรชนชาวโปแลนด์ต่อต้านนาซี ณ กรุงวอร์ซอ เป็นการขอโทษที่ถูกจดจำและทรงความหมายที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

 

sophie-32

ชาวเยอรมันเผชิญหน้าและจดจำประวัติศาสตร์ช่วงนั้น เด็กๆ ได้เรียนว่าประเทศของตนเคยมีรอยแผลด่างพร้อย พวกเขาไม่เคยกลบเกลื่อน หรือพยายามทำให้ลืม พวกเขาไม่ได้ขุดคุ้ยอดีตเพื่อสะสมปมด้อย แต่พวกเขาเรียนรู้ จดจำ ยอมรับบาดแผลทางประวัติศาสตร์ เพื่อเตือนตนเองว่าจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีก

ปัจจุบัน ภายในมหาวิทยาลัยแห่งมิวนิค มีลานจัตุรัสใกล้กับอาคารศูนย์กลางตั้งชื่อว่า ‘จัตุรัสสองพี่น้องโชล’ (Geschwister-Scholl-Platz) โรงเรียนกว่า 190 แห่งในเยอรมันใช้ชื่อโซฟี โชล การไปรษณีย์แห่งชาติของทั้งเยอรมันตะวันออกและตะวันตก ออกดวงตราไปรษณียากรเป็นเกียรติแก่โซฟี โชล และ ฮันส์ โชล หลายวาระ

ฮิตเลอร์ สัญลักษณ์สวัสดิกะ เครื่องแบบนาซี มีสถานะไม่ต่างจากรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ สร้างความสะเทือนใจให้ชาวเยอรมันและชาวโลกตราบกระทั่งวันนี้

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะโซฟี โชล ‘กุหลาบขาว’ และ ‘นาซี’

Related Posts

WAY 91 ‘New Country for Young Gen’

พาไปสำรวจว่า มีช่องทางไหนบ้างที่คนธรรมดาสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยเชื่อว่า เรายังมีทางเลือกอื่นๆ อีกที่จะสร้าง ‘New Country’ และอนาคตใหม่ได้

ยึดบ้านเกิดของฮิตเลอร์

หลังจากผ่านการพูดคุยและประชุมกันมานานหลายปี รัฐบาลออสเตรียกำลังจะได้ข้อสรุปว่า พวกเขาอาจยึดบ้านเกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ซึ่งเป็นอาคารตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มาเป็นสมบัติของรัฐ เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของกลุ่มนีโอนาซี

ประวัติศาสตร์ของโลกทั้งใบในไวมาร์

ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดย ภาณุ ตรัยเวช นักเขียนวรรณกรรมผู้มีความสนใจใคร่รู้ในประเทศเยอรมนี หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยประวัติศาสตร์ของไวมาร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยที่มีบุคคลร่วมสมัยอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ และเป็นบันไดสู่เส้นทางอำนาจของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ทว่าไวมาร์เป็นรัฐ เป็นประเทศ เป็นตัวละครเอกที่มีชีวิต ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม และผู้คนในสังคม รวมกันเป็นโลกหนึ่งใบที่หมุนไปในไวมาร์