Sugar Daddy: การเงินมีปัญหาใส่ชุดนักศึกษามาหาพี่

ภาพประกอบ: Shhhh

 

เสี่ยเลี้ยงก็เหมือนแฟนคนหนึ่งค่ะ ต่างตรงที่ไม่ยุ่ง ไม่วุ่นวายอะไรเยอะ ว่างๆ ก็เจอกัน ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เสี่ยมีเงินให้ใช้ทุกเดือน จ่ายค่าเทอม ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่ต้องการให้ ทุกอย่างเป็นความลับ 100% เสี่ยรวยจริง ปลอดภัย ไว้ใจได้ หากน้องสนใจ #หาเสี่ยเลี้ยง ทักมาพูดคุยปรึกษากันได้ค่ะ

คือคำนิยาม ‘เสี่ยเลี้ยง’ ตามฉบับบ้านเราจากเฟซบุ๊คเพจหนึ่งที่ตั้งชื่อเพจชัดเจน เข้าใจง่าย ฟังแล้วน่าดึงดูดใจ ถึงแม้ว่าเราจะคุ้นกับคำว่า เสี่ยเลี้ยง ที่นักศึกษาสาวหน้าตาดีมีผู้ใหญ่น้ำใจงามมาดูแลเรื่องเงินให้ แต่ปัจจุบันจำนวนนักศึกษาหนุ่มหน้าตาดีที่เข้าสู่วงการนี้ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า การมีคนอุปการะค่าเทอมหรือค่าเลี้ยงดู มักถูกมองจากสังคมในแง่ลบ ว่าเป็นหนุ่ม/สาวรับใช้ทุนนิยม-วัตถุนิยม บ้าแบรนด์เนม เป็นพวกเมียน้อย เน้นรวยทางลัด ไม่สนใจศีลธรรม ได้เงินมาใช้ง่ายๆ แบบไม่ต้องลงแรงมาก

ไม่ปฎิเสธว่าการประณามดังกล่าวจะมีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่สังคมไม่ควรลืมตั้งคำถามว่า แล้วทำไมนักศึกษาเหล่านั้นจำเป็นต้องประกาศหาหนุ่มใหญ่/สาวใหญ่ฐานะดี มาช่วยอุปการะเลี้ยงดูจ่ายค่าเทอมให้? หากไม่ใช่ประเด็นที่เกิดข้อถกเถียงกันอยู่ว่า จริงๆ แล้วค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับอุดมศึกษาควรเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรจัดให้ฟรีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรม ‘เสี่ยเลี้ยง’ ไม่ได้มีแค่เฉพาะบ้านเราอย่างเดียวเท่านั้น มากกว่าครึ่งของนักศึกษาในอังกฤษเคยครุ่นคิดอยากมี ‘คนใจดีจ่ายค่าเทอม/คนดูแล’ (Sugar Daddy/Sugar Mommy) หากงบการศึกษาของพวกเขาเริ่มสะดุด ยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาหลายคนยินยอมที่จะใช้เซ็กส์ แลกค่าเทอมหรือแลกกับค่าครองชีพ

สหราชอาณาจักรขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับอุดมศึกษาสูงที่สุดในยุโรป ยังไม่มีประเทศไหนทำลายสถิติได้ ถึงขั้นเคยมีนักศึกษาออกมาชุมนุมประท้วง และมักเป็นสิ่งที่สื่ออังกฤษหยิบยกมาโจมตีอยู่บ่อยๆ สืบเนื่องจากค่าเทอมในแต่ละมหาวิทยาลัยมีการเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ โดยล่าสุด ฤดูใบไม้ร่วงปี 2017 ค่าธรรมเนียมสำหรับนักศึกษาชาวอังกฤษระดับปริญญาตรี เริ่มต้นที่ 9,250 ปอนด์ต่อปี ส่วนนักศึกษาต่างชาติต้องรับภาระหนักหนากว่า กล่าวคือ เริ่มต้นที่ 10,000 ปอนด์ต่อปี (คิดเบาะๆ ประมาณ 400,000 กว่าบาท) และอาจจะแพงกว่านั้นหากศึกษาในคณะสายแพทยศาสตร์ ส่วนคณะที่ค่าธรรมเนียมถูกที่สุดคือ กลุ่มคณะสายสังคมศาสตร์

ตัวเลขทั้งหมดยังไม่รวมกับค่าครองชีพ เช่น ค่าหอพัก ค่าหนังสือ ค่าอาหาร ซึ่งเฉลี่ยต่อปีคิดเป็น 12,000 ปอนด์ และถ้ายิ่งอยู่ในเมืองใหญ่ ค่าใช้ชีวิตก็จะแพงกว่าอีกหลายเท่าตัว บวกรวมกันแล้วนักศึกษาต่อคนจำเป็นต้องหาเงินเพื่อจ่ายทุกสิ่งทุกอย่างต่อปีขั้นต่ำอยู่ที่คือ 22,000 ปอนด์

ส่งผลให้นักศึกษาอังกฤษเป็นหนี้การศึกษาสูงที่สุดในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ คิดรวมกันแล้วสูงถึงประมาณ 71,000 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ พวกเขาหลายคนยอมรับว่าเคยโดนแก๊งทวงหนี้ไล่ล่า สืบเนื่องจากไม่สามารถจ่ายทั้งค่าเทอมและค่าหอพักได้

สำนักข่าว The Independent จับมือร่วมกับ London South Bank University ทำการวิจัย สำรวจความคิดเห็น จากทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ในมหาวิทยาลัยดังกล่าว โดยให้นักศึกษาทำแบบสอบถามผ่านหน้าเว็บไซต์ The Independent มีผู้เข้าร่วมจำนวนทั้งหมด 1,477 คน กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่า พวกเขามีปัญหาทางการเงิน และ 53 เปอร์เซ็นต์จากกลุ่มดังกล่าว ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ทั้งแบบฟูลไทม์และพาร์ทไทม์ นอกจากนั้น กว่า 88 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า “น่าสนใจ” หากมีใครมาอุปการะดูแลค่าเทอมของพวกเขาให้ และอีก 52 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า “น่าสนใจมาก”  

เชลลี แอสควิธ (Shelly Asquith) รองประธานฝ่ายสวัสดิการ สหภาพนักศึกษาแห่งสหราชอาณาจักร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อสรุปดังกล่าวว่า “จากบริบทในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นค่าเทอม ขึ้นค่าหอพัก รวมถึงยกเลิกเงินช่วยเหลือ จึงไม่แปลกใจนักว่าทำไมถึงมีนักศึกษาสนใจวิธีการหาเงินจ่ายค่าเทอมด้วยวิธีดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น”

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ในแบบสอบถามดังกล่าวมีคำถามที่ถามว่า “คุณทำได้มากสุดแค่ไหนเพื่อให้พวกเขาอุปการะค่าเล่าเรียนให้” 920 คนจากผู้ทำแบบทดสอบทั้งหมด หรือคิดเป็นตัวเลข 75 เปอร์เซ็นต์ ยินดีที่จะทำกิจกรรมร่วมกับคนใจดีจ่ายค่าเทอมให้พวกเขา ไล่ตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐานคือ จับไม้จับมือ (2 เปอร์เซ็นต์) ยอมให้จูบ (4 เปอร์เซ็นต์) ออกเดท (8 เปอร์เซ็นต์) นั่งดื่มกาแฟด้วยกัน (13 เปอร์เซ็นต์) ใช้เวลาว่างร่วมกันบ่อยๆ (17 เปอร์เซ็นต์) มีเซ็กส์ (15 เปอร์เซ็นต์) และจนถึงขั้นมีเซ็กส์แบบโลดโผน (16 เปอร์เซ็นต์)

จูเลีย ชอว์ (Julia Shaw) และ เจมมา ดักลิช (Gemma Daglish) ทีมวิจัยจาก London South Bank University กล่าวว่า ผลสรุปดังกล่าวเป็นเรื่องเกินกว่าที่พวกเธอคาดการณ์เอาไว้

คล้ายคลึงกับผลสำรวจจากโพลของ The Independent เอง ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหญิงและชาย คิดเป็นหญิง 52 เปอร์เซ็นต์ และชาย 45 เปอร์เซ็นต์ โดย 31 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดยอมมีเซ็กส์เพื่อแลกกับค่าเทอม  

การเลือกตั้งอังกฤษที่ผ่านมา เราจึงเห็นภาพคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากยิ่งขึ้น อีกทั้งพรรคต่างๆ ก็ชูนโยบายหาเสียงเน้นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของนักศึกษามากขึ้น เช่น พรรคแรงงานที่ชูนโยบายยกเลิกค่าธรรมเนียมระดับอุดมศึกษา จนได้ใจกลุ่มนักศึกษาอย่างท่วมท้น

“ในหลายๆ เมืองทั่วสหราชอาณาจักร การกู้ยืมเงิน โดยเฉลี่ยแล้วจะไม่ครอบคลุมถึงค่าเช่าหอพัก ค่าอาหารหรือค่าครองชีพของนักศึกษา ซึ่งแทนที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาเหล่านี้ กลับเพิ่มค่าเทอมและตัดเงินช่วยเหลือของนักศึกษา ในระยะยาวแล้ว ภาครัฐจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกเลิกค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับอุดมศึกษา ส่วนในระยะสั้น เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า นักศึกษาที่ยอมใช้เซ็กส์แลกกับเงินเหล่านั้น ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ เพื่อให้พวกเขาหลุดออกจากระบบดังกล่าว เพราะความปลอดภัยของพวกเขาถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” แอสควิธกล่าว


อ้างอิงข้อมูลจาก: independent.co.uk
topuniversities.com

 

 

Editorial StaffSugar Daddy: การเงินมีปัญหาใส่ชุดนักศึกษามาหาพี่

Related Posts

พัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมให้เด็กไทย

เด็กในวันนี้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า พวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning Skills: SEL) เช่น การร่วมมือ การสื่อสาร และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และเป็นทักษะสำคัญสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต

ปกรณ์ สันติสุนทรกุล: ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Dek-D’ 18 ปี ที่วัยรุ่นไม่เคยเปลี่ยน

ชวน ปกรณ์ สันติสุนทรกุล ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Dek-D คุยด้วยความสงสัยว่าทำไม Dek-D ถึงไม่ยอมแก่ และในฐานที่แอบดูวัยรุ่นคุยกันในบอร์ดมากว่า 18 ปี เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรที่มัน 'จ๊าบๆ' ในวัยรุ่นสมัยนี้บ้าง?!

เด็กในศตวรรษที่ 21  ต้อง “ไม่” ให้มากกว่า ‘เชื่อ’  

เมื่อทักษะการเล่าเรียนด้วยการท่องบทอาขยาน ท่องจำ ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อีกต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ในยุคนี้คือ 'วินัยทางสติปัญญา' ในโลกที่ข้อมูลล้นจนแทบทะลัก ทักษะในการคิดก่อนเชื่อ คิดวิเคราะห์ ศึกษาให้ลึกและการมีวิจารณญาณจึงสำคัญที่สุด