ปลดแอกบาร์เบโดส จากระบอบกษัตริย์สู่ประเทศสาธารณรัฐ หลังถอดควีนเอลิซาเบธที่ 2 พ้นตำแหน่งประมุข

ช่วงเวลาเที่ยงคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 บาร์เบโดสกลายเป็นประเทศสาธารณรัฐแห่งล่าสุด หลังอยู่ภายใต้การปกครองระบอบกษัตริย์ของอังกฤษ และเป็นประเทศอาณานิคมมายาวนานเกือบ 400 ปี ตั้งแต่เรือลำแรกของอังกฤษมาถึงเกาะแคริบเบียน 

พิธีการเฉลิมฉลองเพื่อเข้าสู่ศักราชใหม่นี้เกิดขึ้นพร้อมเสียงเชียร์แสดงความยินดีจากผู้คนนับร้อยที่ยืนเรียงรายกันบนสะพานแชมเบอร์เลน (Chamberlain Bridge) ณ กรุงบริดจ์ทาวน์ (Bridgetown) หรือเมืองหลวงของประเทศ ทั้งยังมีการยิงสลุต 21 นัด และบรรเลงเพลงชาติบาร์เบโดส ณ บริเวณจัตุรัสวีรบุรุษ (Heroes Square) ที่ซึ่งรูปปั้น พลเรือโทโฮราชิโอ เนลสัน ไวเคานต์เนลสันที่ 1 นายทหารเรือแห่งราชนาวีอังกฤษ ถูกถอดออกเมื่อปีที่แล้ว ด้วยการผลักดันจากทั่วโลกเพื่อลบสัญลักษณ์แห่งการกดขี่

งานเฉลิมฉลองครั้งนี้ตรงกับวาระครบรอบ 55 ปี ที่บาร์เบโดสได้รับเอกราชจากอังกฤษ โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมมากมาย เช่น รีแอนนา ศิลปินชื่อดังชาวบาร์เบโดส และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่ยืนสงบนิ่งขณะที่ธงมหาราชหรือธงประจำพระองค์ของพระมหากษัตริย์อังกฤษ (the royal standard) ถูกเชิญลง เพื่อเป็นสัญลักษณ์การยอมรับประเทศบาร์เบโดสในฐานะสาธารณรัฐ 

การก้าวเข้าสู่การเป็นสาธารณรัฐในครั้งนี้อาจเป็นการจุดประกายให้เกิดการอภิปรายเพื่อนำไปสู่แนวทางที่คล้ายคลึงกันกับดินแดนอื่นๆ ที่เคยอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษมาก่อน แต่ยังคงมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอยู่

หลังจากจบการแสดงดนตรีและการเต้นรำของชาวบาร์เบโดส มีการกล่าวสุนทรพจน์ฉลองการสิ้นสุดลัทธิอาณานิคม โดย แซนดรา เมสัน (Sandra Mason) วัย 72 ปี ในพิธีสาบานตนเพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐบาร์เบโดสจากการลงมติของรัฐสภาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

“รัฐนาวาแห่งสาธารณรัฐบาร์เบโดส ได้เริ่มต้นออกเดินทางเป็นครั้งแรก ขอให้เธอผ่านพ้นพายุทั้งปวง แล้วนำพาประเทศชาติและพลเมืองของเรารอดพ้นไปสู่ขอบฟ้าและชายฝั่งที่อยู่เบื้องหน้าได้อย่างปลอดภัย” แซนดรา เมสัน กล่าวหลังพิธีสาบานตน

แม้บาร์เบโดสจะไม่ต้องขออนุญาตจากสหราชอาณาจักรในการเป็นสาธารณรัฐ แต่ก็ยังคงเป็นราชอาณาจักรในเครือจักรภพที่มี 54 ประเทศทั่วแอฟริกา เอเชีย อเมริกา และยุโรป และจากการถอนตัวจากระบอบราชาธิปไตยทำให้จำนวนอาณาจักรในเครือจักรภพที่มีราชินีเป็นประมุขของประเทศเหลืออยู่เพียง 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา จาเมกา นิวซีแลนด์ และปาปัวนิวกินี

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของบาร์เบโดสอาจกระตุ้นให้เกิดสาธารณรัฐนิยม (republicanism) ในอาณาจักรเครือจักรภพอื่นๆ โดยเฉพาะจาเมกาที่พรรคการเมืองหลัก 2 พรรค สนับสนุนให้แยกตัวออกจากระบอบราชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง 

โจ ลิตเติล (Joe Little) บรรณาธิการอำนวยการของนิตยสาร มาเจสตี้ (Majesty Magazine) ที่ลอนดอน กล่าวว่า การตัดสินใจของบาร์เบโดสในครั้งนี้เป็น “ความก้าวหน้าตามธรรมชาติ” จากกระแสที่เริ่มขึ้นภายหลังการขึ้นครองราชย์ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 1952

“ผมคิดว่าคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็นอย่างนี้ไปตลอด ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดในรัชกาลปัจจุบัน แต่อาจเป็นรัชกาลต่อๆ ไป หรืออาจเกิดเร็วขึ้น” เขากล่าวกับสำนักข่าว AFP ของประเทศฝรั่งเศส

บาร์เบโดสเป็นเกาะที่มีประชากรเกือบ 300,000 คน และได้รับอิสรภาพจากสหราชอาณาจักรในปี 1966 หลังอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1620 โดยชาวอังกฤษกลุ่มแรกที่เข้ายึดเกาะได้เปลี่ยนบาร์เบโดสเป็นอาณานิคมน้ำตาล จากการปลูกอ้อยที่ใช้แรงงานทาสชาวแอฟริกันหลายพันคน จนกระทั่งได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระในปี 1834

จากประวัติศาสตร์อันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในบาร์เบโดสและหมู่เกาะแคริบเบียนอื่นๆ ทำให้มีการเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรชดใช้ค่าเสียหายให้กับประเทศเหล่านั้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของบาร์เบโดสซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว ทำให้คนในประเทศบางส่วนแสดงความกังวลต่อเรื่องนี้ รวมถึงวิตกต่อราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าการคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่ใกล้จะมาถึง

ถึงอย่างนั้นปัจจุบันบาร์เบโดสก็ได้เป็นประเทศสาธารณรัฐแล้ว ธงชาติ ตราอาร์ม (coat of arms) และเพลงชาติจะยังคงไว้เช่นเคย แต่เครื่องหมายบางอย่างอาจเปลี่ยนไป โดย สุไลมาน บูลบุเลีย (Suleiman Bulbulia) คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ บาร์เบโดส ทูเดย์ ระบุว่า สัญลักษณ์ ‘ราชวงศ์’ (royal) และ ‘มงกุฎ’ (crown) จะไม่ถูกใช้อีกต่อไป อีกทั้งหน่วยงานบางแห่งอาจเปลี่ยนชื่อ เช่น The Royal Barbados Police Force จะเปลี่ยนเป็น The Barbados Police Service และ ที่ดินหลวง (crown land) จะเป็นที่ดินรัฐ (state land) 

อ้างอิง

ฐิติพร อ่อนบ้านแดง
เด็กนิเทศที่มีอีกร่างเป็นแมวสีเทา ติดเป๊ปซี่กับนิยายวาย เวลาว่างส่วนใหญ่ที่มีถูกใช้กับการหาซื้อหนังสือใหม่ๆ มาอ่านแต่ก็ไม่ได้อ่านสักที

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend