ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย อภิปราย ประยุทธ์งาบงบกลาง 2,051 ล้าน จัดอบรมกำมะลอ โกงกระทั่งเงินกู้


ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีทุจริตหน้าที่ในการใช้งบกลาง วงเงิน 2,051 ล้านบาท โดยพลเอกประยุทธ์ได้อนุมัติงบกลางเป็นจำนวนหลายโครงการอย่างทุจริต เพื่อให้พรรคร่วมรัฐบาลและพวกพ้องใกล้ชิดเข้ามากอบโกย โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ โดยประเสริฐแจกแจง 3 ข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. มีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ เข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้ว
  2. ทำผิดมติ ครม. 17 กุมภาพันธ์ 2552 
  3. ไม่ใส่ใจข้อทักท้วงของสำนักงบประมาณ โครงการซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น

เป็นที่ทราบว่า การใช้จ่ายงบกลางนั้น มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีมติคณะรัฐมตรีเป็นกรอบกำหนดการใช้อำนาจและดุลยพินิจในการอนุมัติงบกลาง ประเสริฐกล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ใช้ดุลยพินิจผิดไปจากเงื่อนไขตามกฎหมายและกรอบกำหนดของมติคณะรัฐมนตรี โดยอนุมัติใช้จ่ายงบกลางขัดแย้งต่อข้อเท็จจริง ดังนี้ 

ปี 2563-2565 กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับการจัดสรรงบกลางและกู้เงินไปมากกว่า 30,639 ล้านบาท ประกอบด้วย

  1. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564-2565 จำนวน 13 โครงการ รวม 6,194 ล้านบาท
  2. งบประมาณเงินกู้ยืม 2564 ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด 17 โครงการ รวม 13,021 ล้านบาท
  3. งบประมาณจากเงินกู้ปี 2563 ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด จำนวน 11,432 ล้านบาท

“หลายโครงการซ้ำซ้อนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ปรากฏว่าพลเอกประยุทธ์เข้าไปชี้นำให้มีโครงการเกิดขึ้น โดย ครม. อนุมัติภายในวันเดียว ขัดต่อมติ ครม. 24 พฤศจิกายน 2558 โดยการแบ่งย่อยโครงการและแบ่งงบให้ 4 มหาวิทยาลัย ดังนี้”

  1. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2 โครงการ จำนวน 717 ล้านบาท 
  2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 1 โครงการ จำนวน 368 ล้านบาท
  3. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 1 โครงการ 560 ล้านบาท 
  4. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 1 โครงการ 408 ล้านบาท

ประเสริฐเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลจากโครงการดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น โครงการจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อครั้งประชุมคณะกรรมมาธิการการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของสภาผู้แทนฯ ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้โทรเข้ามาในที่ประชุม แจ้งว่าไม่ประสงค์ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ อีกทั้ง นายอำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้กล่าวว่า หากใครทำโครงการดังกล่าวอาจมีโอกาสติดคุกได้ 

ประเสริฐกล่าวว่า โครงการดังกล่าวของมหาวิทยาลัยแม่โจ้มีพิรุธมากมาย ตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. การอนุมัติโครงการให้มหาวิทยาลัยต่างๆ นำไปทำด้วยงบประมาณที่ส่อทุจริตทุกโครงการ นอกจากผลประโยชน์ของโครงการต่างๆ จะตกถึงพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ แล้ว ประเสริฐชี้ว่า มีคนใกล้ชิดของพลเอกประยุทธ์ ตามไปติดต่อขอรับประโยชน์จากงบประมาณดังกล่าวทุกมหาวิทยาลัย

อีกโครงการคือ การทุจริตโครงการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับงบประมาณจำนวน 368 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ 1 โครงการนั้น ประเสริฐพบว่า โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า ‘ถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพร’ ซึ่งหากไปดูในรายละเอียดการอบรมจะพบว่า เป็นการอบรมปลูกเห็ด อบรมพืชสมุนไพร และส่งเสริมการใช้สมุนไพรประกอบกับกัญชา ซึ่งไม่ใช่นวัตกรรมแต่อย่างใด

โครงการดังกล่าวได้จัดอบรมเสร็จสิ้นแล้วโดยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สถานที่คือวิทยาลัยเกษตรกรรม อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 368,054,000 บาท โดยมีรายละเอียดใช้จ่ายดังนี้ 

  1. ค่าวิทยากรภาคบรรยาย อบรม 2 วัน 4 ชั่วโมง วงเงิน 444,000 บาท
  2. วิทยากรภาคปฏิบัติ อบรม 2 วัน 12 ชั่วโมง วงเงิน 7,104,000 บาท
  3. ค่าอาหาร 4 มื้อ วงเงิน 22,200,000 บาท 
  4. ค่าอาหารว่าง 4 มื้อ วงเงิน 5,180,000 บาท
  5. ค่าเอกสารประกอบการอบรม จำนวน 37,000 เล่ม วงเงิน 3,700,000 บาท
  6. ค่าเช่าสถานที่ 2 วัน วงเงิน 736,000 บาท
  7. ค่าเช่าที่พักจำนวน 37,000 ราย 18,500,000 บาท
  8. ค่าฝึกอบรม 17,787,000 บาท
  9. ค่าสนับสนุนปัจจัยการผลิต 259,000,000 บาท
  10. ค่าบำรุงมหาวิทยาลัย 15,000,000 บาท
  11. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (บริหารโครงการ) 18,420,700 บาท

หากดูรายละเอียดจะพบว่ามีรายละเอียดที่ไม่ชอบมาพากล ดังนี้ 

  1. ค่าวิทยากรภาคบรรยาย อบรม 2 วัน 4 ชั่วโมง พบว่า อบรมจริงเพียงแค่ 1 วัน ถูกทุจริตไป 222,000 บาท 
  2. วิทยากรภาคปฏิบัติ อบรม 2 วัน 12 ชั่วโมง แต่อบรมจริงเพียง 4 ชั่วโมง ทุจริตเงินไป 5,920,000 บาท
  3. ค่าอาหาร 4 มื้อ ได้รับจริง 1 มื้อ ทุจริตเงินไป 16,650,000 บาท
  4. ค่าอาหาร 4 มื้อ ได้รับจริง 1 มื้อ ทุจริตเงินไป 2,405,000 บาท
  5. ค่าเอกสารต้องแจกทุกคน แต่กลับไม่มีการแจก ทุจริตเงินไป 3,700,000 บาท
  6. ค่าเช่าที่พัก แต่ไม่มีการพักจริง ทุจริตเงินไป 18,500,000 บาท
  7. ค่าวัสดุฝึกอบรม ไม่มีการซื้อจริง  ทุจริตเงินไป 17,787,000 บาท
  8. ต้องสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้ผู้เข้าอบรม แต่ไม่มีการจ่ายจริง ทุจริตเงินไป 259,000,000 บาท
  9. ค่าบำรุงมหาวิทยาลัย ไม่มีรายละเอียดการจ่ายเงิน ทุจริตเงินไป 15,000,000 บาท
  10. ค่าบริหารโครงการ ไม่มีรายละเอียดการจ่ายเงิน ทุจริตเงินไป 16,420,000 บาท

รวมแล้วพบการทุจริตทั้งสิ้น 357,664,300 บาท 

“การอบรมครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมต้องเป็นเกษตรกร แต่ในความเป็นจริงมีการเกณฑ์ใครก็ได้เข้ามาอบรม ซึ่งผิดวัตถุประสงค์โครงการ อย่างที่โคราช ค่าใช้จ่ายต่อหัว 10,000 บาท ประชาชนต้องได้ปัจจัยการผลิตต่อหัว 7,000 บาท แต่สิ่งที่ได้รับจริง เพียงแค่เงิน 400 บาท กับข้าวกล่องเดียว” 

หากโครงการอบรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานแล้วเสร็จ ประเสริฐมองว่า จะมีการทุจริตไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท จากงบประมาณ 368 ล้านบาท และหากคิดยอดเงินจาก 2,051 ล้านบาท ที่พลเอกประยุทธ์อนุมัติ จะประเมินได้ว่าอาจมีการทุจริตราว 1,600 ล้านบาท 

ทั้งนี้ มีบุคคลที่เกี่ยวข้องดังนี้ 

  1. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
  2. นาย ส. ปากเสีย (นามสมมุติ) คนเจรจาขอเงินส่วนแบ่งกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ได้รับงบประมาณ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน
  3. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษาฯ​ มีส่วนรู้เห็นกับการดำเนินการทุจริตการใช้จ่ายงบกลาง ทำโครงการซ้ำซ้อนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 
  4. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้ประสานงานงบประมาณในโครงการต่างๆ ข้างต้น 
  5. ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และบุคคลภายนอกซึ่งเป็นนักการเมือง รวม 4 ราย ได้แก่ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร, ดร. น (นามสมมุติ) หัวหน้าโครงการ, ดร. ส (นามสมมุติ) ผู้ร่วมโครงการ, สุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล สมาชิกพรรคการเมืองและที่ปรึกษาโครงการ 

ประเสริฐเปิดเผยเอกสารหลักฐานท้วงติงของสำนักงบประมาณที่ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีความซ้ำซ้อนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน อีกทั้งกระบวนการอนุมติโครงการต่างๆ เป็นไปอย่างเร่งรีบภายในวันเดียว ทั้งที่มีวงเงินสูงถึง 2,051 ล้าน

มากกว่านั้น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามกฎหมายและ มติ ครม. ที่ต้องให้มีการแข่งขัน แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้ รมว.อุดมศึกษาฯ ทุจริตโดยการจัดสรรคนสนิท หรือให้คนสนิทในมหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่ง ดำเนินการโดยไม่มีการแข่งขันราคาและตรวจสอบคุณสมบัติ 

“เรื่องนี้รัฐมนตรีทั้งคณะต้องรับผิดชอบ เพราะร่วมกันลงมติ ครม. อนุมัติงบกลางเมื่อวันที่ 19 เมษายน ปล่อยให้เงิน 2,051 ล้าน อยู่ในมือผู้ทุจริตในวันเดียว เกิดเงินทอนโดยประมาณ 1,600 ล้านบาท”

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY
Share via

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend