การเมืองฝรั่งเศสถึงทางแยก ‘หันขวาไม่ได้ หันซ้ายไม่ไป’

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝรั่งเศส ได้รับการจับตาอย่างไม่กะพริบจากทั่วโลก หลังพรรคฝ่ายขวาจัดคือ ‘พรรคราสซอมบลีมอนต์ นิซิยองนาล’ (Rassemblement National: National Rally) ที่นำโดย มารีน เลอ แปง (Marine Le Pen) ได้รับคะแนนเสียงมาเป็นลำดับที่ 1 ในการเลือกตั้งรอบแรก แต่การเมืองฝรั่งเศสต้องพลิกล็อกในการเลือกตั้งรอบ 2 เมื่อแนวร่วมพันธมิตรพรรคฝ่ายซ้ายคือ ‘นูโว ฟรองต์ ปอปูลิแยร์’ (Nouveau Front populaire) สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งรอบ 2 ขณะที่พรรคขวาจัดได้รับคะแนนเสียงมาเป็นลำดับที่ 3 ตามหลังพรรคสายกลางเสียด้วยซํ้า ทั้งที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคขวาจัดหมายมั่นปั้นมือเตรียมจัดตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศ หักดิบความฝันของฝ่ายขวาจัดไปโดยปริยาย 

มารีน เลอ แปง (Marine Le Pen)

อย่างไรก็ตาม แม้แนวร่วมฝ่ายซ้ายจะได้รับชัยชนะในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ แต่การเมืองของฝรั่งเศสก็ดำเนินมาสู่จุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากไม่มีแนวร่วมพันธมิตรทางการเมืองหรือพรรคการเมืองใดที่สามารถครองเสียงข้างมากในสมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศส (Assemblée Nationale) เกินกึ่งหนึ่งคือ 289 จาก 577 ที่นั่งได้เลย 

สรุปคะแนนคือ แนวร่วมฝ่ายซ้ายได้รับเสียงสนับสนุน 182 ที่นั่ง ตามมาด้วยแนวร่วมสายกลางของ เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนปัจจุบันที่สามารถครองที่นั่งได้ 163 ที่นั่ง และตามมาด้วยฝ่ายขวาจัดที่มี 143 ที่นั่ง ทั้งสามขั้วนี้ไม่มีฝ่ายไหนสามารถครองเสียงข้างมากในสภาได้เลย ยกเว้นแต่จะมีการจับขั้วกัน ซึ่งขั้วที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนั้นเป็นไปไม่ได้เลย การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติแทบเป็นศูนย์ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยมีคะแนนเสียงอยู่ที่ 200 เสียงนั้น ก็ไม่อาจทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ รัฐบาลคงอยู่ได้ไม่นานและอาจจะต้องเลือกตั้งใหม่ในอนาคต

ฌ็อง-ลุก เมล็องชง (Jean-Luc Mélenchon)

ความพ่ายแพ้ของพรรคขวาจัดสามารถอธิบายในเชิงยุทธศาสตร์การเลือกตั้งได้ ภายหลังตัวเลขการเลือกตั้งรอบแรกออกมาในวันที่ 30 มิถุนายน ฌ็อง-ลุก เมล็องชง (Jean-Luc Mélenchon) นักการเมืองฝ่ายซ้ายจากพรรค France Unbowed ในฟากฝั่งแนวร่วมพันธมิตรฝ่ายซ้ายที่ก่อตั้งทันทีภายหลังการยุบสภา ประกาศแผนสกัดดาวรุ่งพรรคขวาจัด เรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนับสนุนพรรคของพวกเขา ในการสร้างแนวร่วมทางการเมืองเพื่อบล็อกไม่ให้พรรคขวาจัดขึ้นสู่อำนาจ ใช้แทคติกการดีลระหว่างสายกลางและฝ่ายซ้าย โดยให้ส่งผู้สมัครกว่า 200 คน ที่มีแนวโน้มจะชนะการเลือกตั้งลงเลือกตั้งเพียงผู้เดียวชนกับผู้สมัครของพรรคฝ่ายขวา เพื่อป้องกันการ ‘เสียงแตก’ และไม่ให้คะแนนกระจัดกระจาย 

ภายหลังจากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา เมล็องชงได้กล่าวว่า รู้สึกโล่งอกสำหรับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ที่เทให้กับแนวร่วมฝ่ายซ้าย ในอีกด้านหนึ่ง จอร์แดน บาร์เดลลา ผู้นำพรรคฝ่ายขวา กลับมองว่า ฝรั่งเศสจะเข้าสู่ความไม่มีเสถียรภาพและไร้ซึ่งความมั่นคง และมองว่าแนวร่วมฝ่ายซ้ายนั้นเป็นกลุ่มก้อนพันธมิตรที่ ‘ไร้เกียรติ’ 

ด้านประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้กล่าวว่า “อำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดีฝรั่งเศสคือ ต้องการันตีและเคารพในสิทธิและเสียงของชาวฝรั่งเศส” 

ขณะที่ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลกับฝ่ายซ้ายและฝ่ายสายกลางของมาครง อาจเป็นไปได้ยาก เพราะพรรคสายกลางเองมองพรรคฝ่ายซ้ายว่าเป็น ‘พรรคหัวรุนแรง’ ไม่เหมาะกับการบริหารประเทศ ไม่ต่างกับพรรคขวาจัดเลย

อ้างอิง

Author

ณัฏฐชัย ตันติราพันธ์
อดีตผู้สื่อข่าวต่างประเทศ อดีต น.ศ. ป.โท ในประเทศอีเกียที่เรียนไม่จบ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า