Joseph Medicine Crow / โจเซฟ เมดิซีน โครว์ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

Joseph Medicine Crow / โจเซฟ เมดิซีน โครว์

Joseph Medicine Crow

ภาพประกอบ: Shhhh

 

นักรบอินเดียน นักประวัติศาสตร์ชนเผ่าโครว์ (Crow)  และพยานคนสุดท้ายของสงครามลิตเติลบิ๊กฮอร์น (Battle of the Little Bighorn) เสียชีวิตลงด้วยวัย 102 ปี เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา

“เขาเป็นคนที่อยากจะเดินบนโลกสองใบ ทั้งโลกคนขาวและโลกของชาวพื้นเมือง” คือคำนิยามของ โจเซฟ เมดิซีน โครว์ หัวหน้าคนสุดท้ายของเผ่าโครว์ นักรบผู้ทรงเกียรติ และนักประวัติศาสตร์คนสำคัญของชนพื้นเมืองอเมริกัน โดย เฮอร์แมน วิโอลา ภัณฑารักษ์แห่งสถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) ในสหรัฐ

โจเซฟ เมดิซีน โครว์ รับรู้เรื่องราวของสงครามลิตเติลบิ๊กฮอร์นอย่างจริงจังครั้งแรก เมื่อเขาต้องกลายเป็นล่ามให้ ไวท์แมน รันส์ ฮิม (White Man Runs Him) ซึ่งเป็นพี่น้องของปู่ หนึ่งในหกหน่วยลาดตระเวนของ นายพลจอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ ผู้นำทหารฝ่ายสหรัฐเข้าต่อสู้กับชนพื้นเมืองลาโกตาซู (Lakota Sioux) และไชแอนน์ (Cheyenne) ในวันที่นักข่าวผิวขาวเดินทางเข้ามาขอสัมภาษณ์ นับจากวันนั้นเขาได้กลายเป็นสะพานเชื่อมต่อเรื่องราวของเผ่าโครว์สู่โลกของคนขาวอเมริกัน

เขาเป็นสมาชิกของเผ่าคนแรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Oregon’s Linfield College รับปริญญาโทด้านมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยเซาเธิร์นแคลิฟอร์เนีย (University of Southern California) ในหนึ่งปีถัดมา ด้วยวิทยานิพนธ์เรื่อง ‘The Effects of European Culture Contacts Upon The Economic, Social, and Religious Life of the Crow Indians.’ หรือ ‘ผลกระทบของวัฒนธรรมยุโรปต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อ ของชาวเผ่าโครว์’ และใช้เวลาทั้งชีวิตกับการศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์ของเผ่าโครว์ โดยรวบรวมจากชีวิตวัยเด็กของตนเอง

ในปี 1943 เมดิซีน โครว์ ปักขนนกอินทรีไว้ใต้หมวกรบ แล้วเข้าร่วมกับกองทัพสหรัฐในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรป หลังสงครามครั้งนั้น เขาได้รับเหรียญกล้าหาญ Bronze Star จากกองทัพสหรัฐ เหรียญ Legion d’honneur จากฝรั่งเศส และในปี 2009 เขาได้รับเหรียญด้านเสรีภาพ (Presidential Medal of Freedom) จาก บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ

author
กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY