นิวนอร์มอล - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

นิวนอร์มอล

เปิดเทอมแล้ว หลังจากฤดูร้อนอันยาวนาน

ขับรถผ่านโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีนักเรียนมากกว่าพันคน เงียบสนิท เป็นไปได้ว่าใช้ระบบผลัดกันมาเรียน จะผลัดสองหรือผลัดสาม จะอย่างไรก็เงียบสนิทอยู่ดี

เป็นนักเรียนประถม

หากเราผ่านโรงเรียนประถมสักแห่งหนึ่งแล้วพบว่าเงียบสนิท เรียนตามตรงว่าควรเป็นห่วง และถ้าเราผ่านโรงเรียนอนุบาลสักแห่งแล้วพบว่าเงียบสนิท เรื่องจะน่าห่วงมาก

และน่ากลัว

เราพูดเรื่องความปกติใหม่หรือ new normal กันมา 3 เดือน สิ่งที่ได้มาคือใส่หน้ากาก นั่งห่างกัน และล้างมือบ่อยๆ เพิ่มเติมว่าผลัดกันมาเรียน แต่เราไม่กล้าแตะเรื่องใหญ่เลยแม้แต่เรื่องเดียว

1. ลดขนาดโรงเรียนขนาดใหญ่หลักพันคนให้เหลือหลักร้อย

2. ยุบหลักสูตรแกนกลางที่ล้าสมัยและไร้ประโยชน์

3. ถอนรากถอนโคนการสอนประเภทท่อง จำ ติว สอบ มุ่งเชิดชูเด็กเก่งและเด็กดี

4. ปฏิรูปครูให้เปลี่ยนภารกิจเป็นผู้ส่งเสริมและอำนวยการเรียนรู้ มิใช่ผู้สอน

5. เปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนเป็นการใช้โจทย์ปัญหาของชุมชนเพื่อการเรียนรู้

6. เปลี่ยนกระบวนการเรียนหนังสือเป็นการเรียนรู้ด้วยการทำงานจริง และทำงานเป็นทีม

7. วัดผลที่ ‘การเปลี่ยนแปลง’ ของเด็ก มิใช่วัดผลที่เก่งหรือดี

นี่จึงเป็นนิวนอร์มอลที่แท้และที่ควรจะเป็น เราปล่อยโอกาสที่ดีหลุดลอยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่เกินความคาดหมายเพราะกระทรวงศึกษาธิการไม่มีความสามารถทำงานด้านนี้อยู่แล้วตั้งแต่แรก มีแต่การกระจายอำนาจการจัดการการศึกษาก่อนเท่านั้นจึงจะทำได้ เรามีเวลาให้เตรียมตัว 3 เดือนแต่ทำได้เพียงใส่หน้ากาก นั่งห่างกัน และล้างมือบ่อยๆ ไม่เห็นจะนิวที่ตรงไหนเลย

เรื่องควรทำ 7 ข้อข้างต้น มีคนทำในประเทศไทยแล้วมิใช่ไม่มี หาดูก็จะพบ เสียอยู่อย่างว่ามักจะเป็นโรงเรียนที่มีค่าใช้จ่ายสูง ครอบครัวส่วนใหญ่ของเราจ่ายไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องจ่าย

เพราะอะไรโรงเรียนอนุบาลหรือโรงเรียนประถมที่เงียบสนิทเป็นเรื่องน่ากลัว?

เพราะธรรมชาติของเด็กอนุบาล (4-6 ขวบ) และเด็กประถม (7-12 ขวบ) ต้องเจี๊ยวจ๊าว ช่างพูด ช่างถาม และมีพลังล้นเหลือที่จะต้องระบายออกไปด้วยการวิ่งเล่น ทำงาน เดินป่า เดินเมือง และเรียนรู้ด้วยการสำรวจ ด้วยตา หู จมูก ลิ้นและมือ แต่ถ้าเด็กนับหมื่นแสนล้านคนเงียบหมดทั้งประเทศ นี่คือเรื่องน่ากลัวที่แท้จริง

เด็ก 4-6 ขวบมีหน้าที่ข้อหนึ่งเรียกว่า Initiation แปลตรงตัวว่าริเริ่มสิ่งใหม่ ความหมายก็ตามนี้จริงๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน คือเปิดโอกาสหรืออำนวยความสะดวกให้เด็กอนุบาลได้ริเริ่มสิ่งใหม่ อยากแปลว่าความคิดสร้างสรรค์ก็ได้ครับ แต่ควรเข้าใจตรงกันว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์แบบเด็กๆ ของเด็กแต่ละคน ซึ่งถูกทุกคน

พูดง่ายๆ อะไรใหม่สำหรับชีวิตของเขา คือความคิดสร้างสรรค์ทั้งนั้น

โรงเรียนที่เปิดกว้าง เปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนการเรียนรู้ ให้เด็กอนุบาลได้เล่น สำรวจ และลงมือทำงาน จึงจะเป็นโรงเรียนที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองสอดคล้องกับธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กๆ นั่นคือได้ริเริ่ม ได้ทดลอง ได้เรียนรู้ มีเรื่องใหม่และสนุกทุกวัน

ถามว่าเด็กอายุ 4-6 ขวบไม่เรียนเขียนอ่านหรือบวกเลขจะเป็นอะไรไหม คำตอบคือ ไม่เป็นอะไรเลย นอกจากไม่เป็นอะไรแล้วยังได้ใช้เวลา 3 ปีเต็มๆ นั้นไปริเริ่มสิ่งใหม่และคิดสร้างสรรค์ อันจะเป็นฐานของการคิดวิเคราะห์และการสร้างนวัตกรรมในอนาคต ชาติของเราต้องการประชากรรุ่นใหม่ประมาณนี้

มิใช่ได้ไดโนเสาร์มาอีกฝูงหนึ่ง

มีเด็ก 6 ขวบจำนวนมากในโลกที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และบวกเลขไม่เป็น ก่อนที่จะทำทุกอย่างได้อย่างดีเมื่อ 7 ขวบ การศึกษาไทยไม่เชื่อเรื่องนี้และไม่ยินยอมให้เด็กๆ ได้พัฒนาอย่างถูกต้อง

ถามว่าเด็กประถม 7-12 ขวบ จำเป็นต้องท่องสูตรคูณ ท่องอาขยาน เรียนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และสารพัดวิชาวันละ 7-8 ชั่วโมงไหม ตอบง่ายมาก ไม่จำเป็นเลย

วิชาเหล่านี้พ้นสมัยหมดแล้ว เรียนไปได้เกรดดีแต่มีโอกาสที่จะเอาตัวไม่รอดในวันหน้า เพราะศตวรรษที่ 21 โลกไม่ต้องการคนเหล่านี้อีกแล้ว โลกต้องการคนที่เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ตลอดเวลา พร้อมจะทิ้งของเก่าที่เกะกะ และสามารถคิดวิเคราะห์รอบด้านได้เรื่อยๆ

มิใช่ได้เด็กขี้กลัว ไม่กล้า สยบยอม งอตัว ขี้หงอ กราบกราน ไม่กล้าแม้แต่จะปกป้องร่างกายของตนเอง อย่าว่าแต่สิทธิของตนเอง

มีเด็ก 12 ขวบจำนวนมากทั้งในประเทศและในโลกที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนเลย พวกเขาผ่านบ้านเรียนที่พ่อแม่มิใช่ครูมืออาชีพ มีเด็ก 12 ขวบจำนวนมากทั้งในประเทศและในโลกที่ไม่เคยเรียนวิชาเหล่านี้แยกเป็นส่วนๆ แต่เรียนรู้ด้วยการใช้โจทย์ปัญหาเป็นตัวตั้ง หรืออาจจะเรียนวิชาเหล่านี้อยู่บ้างแต่มิใช่มากมายบ้าบอคอแตกอย่างบ้านเรา วันนี้พวกเขาเรียบร้อยดี และมีตัวชี้วัดหลายตัวดีกว่าเด็กทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตัวชี้วัดด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต การจ้างงาน การก่อคดี การใช้สารเสพติด และรายได้

เปิดเทอมแล้ว พวกเราทำตัวแบบเดิม ใครว่านี่คือนิวนอร์มอล

ที่จริงคือโอลด์นอร์มอล

Author

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
คุณหมอนักเขียนผู้มีความสนใจที่หลากหลาย ตั้งแต่ การ์ตูน หนังสือ ภาพยนตร์ สุขภาพกายและจิต การแพทย์ การศึกษา ฯลฯ นับเป็น Influencer ขวัญใจของเหล่าพ่อๆ แม่ๆ ด้วยการนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้วยมุมมองที่สมจริง ไม่โรแมนติไซส์

Illustrator

ณขวัญ ศรีอรุโณทัย
อาร์ตไดเร็คเตอร์ผู้พยายามกระจายอำนาจและกระตุ้นให้ทุกคนโชว์รสนิยมของตนเอง นอกจากทำหน้าที่ออกแบบและหลงใหล 'พื้นผิว' ของเนื้อหา แต่ก็มักทะเลาะกับ text ด้วย นานๆ ทีเมื่อคันมือจะวางเมาส์ และกดจิ้มคีย์บอร์ดเขียนงานสร้างสรรค์ ทุกเช้าเขาจะใช้เวลาเงียบๆ บดกาแฟด้วยแรงมือ แล้วหยดน้ำร้อนรอเวลา