วิน ชูจิตารมย์: คนบางพระ นักร้องนำศรีราชาร็อคเกอร์ส อยากทำลายระบบบาบิลอน - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

วิน ชูจิตารมย์: คนบางพระ นักร้องนำศรีราชาร็อคเกอร์ส อยากทำลายระบบบาบิลอน

Babylon คือภาษีที่เราต้องจ่าย
Babylon คือกลุ่มคนที่น่าละอาย
Babylon มองประชาชนเป็นเหมือนควาย
Babylon ร้าย Babylon

Babylon ทรชนผู้กินแล้วถ่าย
Babylon คือละครที่คนต้องหน่าย
Babylon มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย
Babylon ร้าย Babylon
 
มองไปรอบๆ ตัวนั้น นี้กุมอำนาจโดนรัดมานาน
ได้รับการช่วยเหลือ สุมหัว เจ้าสัว เศรษฐี ก็เหนือประมาณ
คำนับ รับการซื้อขาย แล้วหมายนายทุนให้มาบงการ
เงื่อนไข ซับซ้อน เรื่องร้าว อื้อฉาว มอมเมา
ให้ทรมาน
ฯลฯ
photo: fb เพจ Srirajah Rockers

บทกวี Destroy Babylon ถูกอ่านบนเวทีชุมนุม #ลูกพ่อขุนไม่รับใช้เผด็จการ ณ ลานพ่อขุน มหาวิทยาลัยรามรำแหง วันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา

บ.บางพระ AKA วิน ชูจิตารมย์ นักร้องนำของวง ‘Srirajah Rockers’ เป็นผู้ประพันธ์และอ่านบทกวีชิ้นนี้

การระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบทำให้งานเปิดตัวอัลบั้ม ‘พร’ และการแสดงดนตรีของวง Srirajah Rockers ถูกเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด ไม่ใช่เพียงวงเรกเก้แห่งเมืองศรีราชาวงเดียวที่ได้รับผลกระทบ ทุกสาขาอาชีพต่างก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน

ถอยหลังย้อนกลับไปก่อนการระบาดของไวรัส COVID-19 ไวรัสของความไม่พอใจต่อความอยุติธรรมจากนักเรียน-นักศึกษาได้แพร่ระบาดไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศ วงดนตรีจำนวนหนึ่งออกมาประกาศจิตอาสาแสดงฟรีแก่เวทีการชุมนุมของนักเรียน-นักศึกษา

Srirajah Rockers คือ 1 ในวงดนตรีเหล่านั้น

“คำเดียวเลย ด๊อง!” วินตอบ หลังถูกถามถึงมวลอารมณ์ที่มีต่อการเมืองไทย

ด๊อง?

       มันคือความไม่เมคเซนส์ คือสิ่งที่สัมผัสได้ โดยไม่จำเป็นเลยว่าคุณชอบฝ่ายไหน ทุกประสาทสัมผัสรู้สึกได้เลย เราเป็นนักดนตรี ก็สัมผัสได้ว่าเศรษฐกิจมันไม่ดี วิธีการบริหารจัดการ วิธีการพูด วิธีคิด การกระทำหลายอย่างมันดูไร้สาระ ไม่เมคเซนส์ บ้านเมืองเดือดร้อน แต่นักการเมืองยืนยิ้มตัดริบบิ้น ถ่ายภาพ เราไม่ใช่คนที่เชื่อสื่อง่ายนะ แต่รู้สึกว่ามันคือวงจรอุบาทว์ ที่เมื่อมีใครมีอำนาจก็จะเกิดปัญหาแบบนี้ทุกครั้ง ไม่มีการพัฒนา ไม่มีการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ธรรมเนียมระบบเก่าๆ ก็ยังอยู่ เราว่ามันน่าเบื่อ มันเชย สงสารเด็กรุ่นหลังที่จะต้องอยู่ไปกับสิ่งนี้

ที่น่าเศร้าคือ คนพวกนี้ไม่รู้ตัว เขาหลงในอำนาจ เขาไม่สนใจคนจำนวนมากที่มีปัญหา คนจำนวนมากที่ไม่มีจะกิน คนจำนวนมากที่ไม่รู้จะลุกขึ้นยืนยังไง คนที่เขาจำเป็นที่จะต้องพึ่งรัฐจริงๆ เราแคร์เรื่องนี้มากๆ เวลาบ้านเมืองมีปัญหา แค่มองหน้าคนที่ออกมาพูดในทีวี ก็ไม่เชื่อใจแล้ว

เป็นเหตุให้ออกมาประกาศเล่นดนตรีสนับสนุนนักศึกษาจัดแฟลชม็อบ

ส่วนหนึ่ง แต่หลักๆ เราอยากสนับสนุนให้เยาวชนกล้าแสดงความคิดเห็น สนับสนุนให้พวกเขามีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม เพื่อน้องๆ ลูกๆ หลานๆ ของพวกเราในอนาคต ชื่นใจที่วัยรุ่นไม่ปล่อยปละละเลยปัญหาเหล่านี้ พวกเขาไม่ใช่เด็กไม่มีความรู้ ไม่สนใจโลกอย่างที่ถูกผู้ใหญ่ยุคนี้ตีตรา เราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่โคตรสำคัญเลย คุณต้องออกมาแสดงสิ่งที่คุณคิด แต่พวกเขาก็ต้องใจเย็น ชาญฉลาด และไม่ทำให้ตัวเองมีปัญหา ถ้าเป็นการออกมาเพื่อแบ่งแยก ใช้วาทกรรมด่าฝั่งตรงข้าม ใช้วิธีการแบบเดิม มันก็จะวนลูปเหมือนเดิม มันก็ด๊องเหมือนกัน ต้องฉลาด สันติ และไม่รุนแรง

พวกคุณคุยกันในวงศรีราชาร็อคเกอร์สยังไง

ไม่คุยเลย เพราะเชื่อว่าในวงมีความเห็นในทางเดียวกัน จากการพูดคุย จากการโพสต์ในโซเชียลมีเดีย คนในวงตามติดสถานการณ์มากกว่าเราด้วยซ้ำ บางข่าวเขาคุยกันไปโน่นแล้ว ผมยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย เชื่อว่าในวงรู้ใจกัน ว่าไปคือไป ไม่ได้เงินก็ไม่เป็นไร ถึงเวลาที่เราจะออกมาทำอะไรบางอย่างบ้างแล้ว ไม่ใช่ออกไปเล่นดนตรีหาเงิน เพื่อให้คนเมาสนุกอย่างเดียว

เหตุการณ์ไหนที่ตัดสินใจว่า ไม่ได้ละ ศรีราชาร็อคเกอร์สต้องออกมา

มันมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เรามองเห็นความบิดเบี้ยวที่เริ่มมากขึ้นของ Babylon System เป็นปัญหาที่มันสะสมมาเรื่อยๆ มากกว่า จนถึงเวลาปะทุมากกว่า

ช่วงแฟลชม็อบ คุณขึ้นไปอ่านบทกวี Destroy Babylon ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เลยสงสัยว่า Babylon คืออะไร?

บาบิลอน มันเป็นคำของชาวเรกเก้ คล้ายกับโค้ดลับที่เป็นคำแทนของพวกรัฐบาลที่กำลังครอบงำพวกเราอยู่ ระบบทุนนิยมสามานย์ต่างๆ ที่ทำให้เรามาอยู่ในจุดนี้ คอยรันธุรกิจของพวกเขา มันคือวงจรนี้แหละ ระบบอุปถัมภ์ การคอร์รัปชันต่างๆ ของทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการเลยแหละ รวมทั้งระบบราชการ หรือเอกชน ก็แล้วแต่ การที่เขาพยายามบิดเบือนระบบการหมุนเวียนต่างๆ เอาไปทำเงินให้ตัวเอง มันก็คือ Babylon System คือระบบที่ทำลายโลก ทำลายปลาเล็กชนิดต่างๆ มันคือความเหี้ยแหละ ความเหี้ยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสังคมเรา ก็เลยใช้คำว่า Babylon แทนการด่าพวกเขาตรงๆ ถ้าตั้งชื่อเพลงว่า Destroy รัฐบาล หรือ Destroy ทุนนิยมสามานย์ ก็คงเกมไปนานแล้ว (หัวเราะ)

เรารู้สึกว่าหน่วยงานต่างๆ ที่ควรจะเป็นศูนย์กลาง เป็นที่พึ่งให้คน มันถูกแทรกแซง ทีแรกก็อยากจะอยู่เงียบๆ กลัวจะมีปัญหา กลัวจะมีคนมาหมั่นไส้ แต่ในวงก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่าวงเราไม่เห็นด้วยกับระบบที่พิกลพิการแบบนี้

เล่นที่เวทีประท้วงครั้งแรกรู้สึกยังไง

รู้สึกกดดันนิดๆ กลัวว่าพูดอะไรผิดไป ป้าๆ ที่เต้นอยู่หน้าเวทีจะโอเคกับสิ่งที่เราพูดไหม รู้สึกประหม่านิดๆ เพราะเป็นครั้งแรก แต่ก็เชื่อว่าเราควรจะพูด จะเกิดอะไรขึ้นเราก็ต้องมีสติให้มากขึ้น มีความรับผิดชอบกับสิ่งที่พูด

พอเห็นพวกนักศึกษาแล้วผมเกิดพลังมากๆ เราเชื่อในพลังคนรุ่นใหม่ เพราะเมื่อก่อนเราก็เคยเป็นคนที่มีพลังรุ่นใหม่เต็มเปี่ยมในตัวเหมือนกัน พลังที่เชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ผมไม่เชื่อเลยที่คนพูดว่า มันมีการเข้ามาปลุกปั่น ผมรู้สึกว่าการออกมาครั้งนี้ของนักศึกษา โคตรเพียว เพราะผมเห็นมันด้วยตาตัวเอง

นอกจากศรีราชาร็อคเกอร์ส ก็มีวงดนตรีวงอื่นอีก 5-6 วงที่ประกาศเจตนารมณ์เหมือนกัน รวมถึงศิลปะแขนงอื่นๆ ก็ส่งเสียง

โคตรเจ๋ง โคตรเท่ โคตรคูล! มันเป็นโอกาสที่เราสามารถใช้ศิลปะในการแสดงออกได้เต็มที่ ดนตรีเป็นเหมือนอาวุธของนักดนตรี ศิลปินมีพู่กัน นักเคลื่อนไหวมีโทรโข่ง นักสื่อสารมีแป้นคีย์บอร์ด โอกาสมันเหมาะสมแล้วที่จะออกมาแสดงความคิดเห็น ด้วยความจริงใจที่อยากจะทำ

COVID-19 ส่งผลต่อนักดนตรีอย่างไรบ้าง

โดนแคนเซิลทุกงาน รายได้หายไปหมดเลย แต่เรายอมรับได้ แทนที่จะมานั่งเครียด เอาเวลามานั่งคิดดีกว่าว่าจะเอาตัวรอดยังไง แก้ไขปัญหายังไง เล่นสดไม่ได้จะทำยังไง เล่นแบบไลฟ์สดแทนไหม หรือจะทำของมาขายดี ก็ต้องหาทางออก เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว จะไปแก้ไขอะไร มันก็เป็นกรรมร่วมกันของมวลมนุษยชาติ ที่พวกเราได้รับ  

ศรีราชาร็อคเกอร์ส กำลังจะออกอัลบั้มใหม่ จริงๆ พวกเรามีแผนจะเปิดตัววันนี้ ที่นี่เลย อ่างเก็บน้ำบางพระ จะเป็นคอนเสิร์ต Sound System เปิดแผ่นเสียง ให้คนมาแดนซ์ออกสเต็ปกัน แต่ด้วยสถานการณ์เรื่อง COVID-19 ก็เลยมีมติกันว่าควรจะพักไปก่อน อีกเรื่องที่สนใจอยู่คือเรากำลังรันเรื่อง Sound System คือสองอย่างที่สนใจและกำลังทำอยู่ในช่วงนี้

Sound System คืออะไร

Sound System คือการแสดงสดอีกแขนงหนึ่งของเรกเก้ ใช้ตู้ลำโพงคราฟต์ที่เราทำกันเอง ประกอบตู้กันเอง หา speaker กันเอง ต่อระบบกันเอง ขับเคลื่อนระบบด้วย พาวเวอร์แอมป์ และพรีแอมป์ ผ่านเครื่องเล่นแผ่นเสียงแล็ปท็อป แล้วก็เปิดเพลงเรกเก้ ให้คนมาเต้นกัน คล้ายกับดีเจ แต่เราเรียกคนที่มาเปิดแผ่นเสียงว่า Selector

มันเป็นวัฒนธรรมที่วิวัฒนาการจากจาไมกามาตั้งนานแล้ว จนเข้ามาในอังกฤษ แล้วก็กลายมาเป็นดนตรีแนวที่เรียกว่า UK DUB แต่ว่าของที่พวกเราทำ มันเป็นการใช้ดนตรีแนว Root Reggae เป็นเพลงเรกเก้ที่มีเนื้อหาพูดถึง ปรัชญา การเมือง การใช้ชีวิตของผู้คน การเข้าถึงธรรมชาติ แล้วก็ผสมกับดนตรีที่ถูก mixed เพิ่มขึ้น

ระบบ Sound System เป็นงานที่ไม่จำเป็นต้องมีวงดนตรีมาเล่น แต่ว่าคนที่มาร่วมก็จะได้เสพได้รับซาวด์อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ย่านเสียง Low-Bass ไปจนถึงย่าน High มันก็เป็นการสื่อสารผ่านดนตรีในอีกรูปแบบหนึ่ง

จริงๆ เราอยากทำแบบนี้มานานแล้ว แต่ก็ใช้เวลาศึกษากว่าจะมีความรู้ กว่าจะมีงบประมาณ แล้วก็ได้เพื่อนจาก ‘KARMA RHYME Sound System’ เป็นเจ้าแรกที่มีความกล้าหาญในการทำ เราจึงร่วมมือกับเขาจนออกมาเป็น Srirajah Sound System เพื่อต้องการจะเผยแพร่ดนตรีแนวเรกเก้ที่ตัวเองชอบ เพลงที่มันมีเนื้อหาดีๆ สร้างสรรค์ เพลงที่พูดถึงปัญหาต่างๆ ของระบบในสังคม

อัลบั้มใหม่ของศรีราชาฯ ชื่อ ‘พร’ ทำไมชื่อ ‘พร’

ไอเดียของอัลบั้มนี้มาจากที่ก่อนหน้านี้เราจัดคอนเสิร์ต ‘1,300 ปีสีชา’ คอนเสิร์ตใหญ่ครบรอบ 13 ปี ของศรีราชาร็อคเกอร์ส เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ เราเล่นเป็น Big Band มีเครื่องเป่า มีเพอร์คัสชั่นเต็มสูบ มันน่าสนใจ แล้วก็สนุกกว่า ก็เลยมาคุยกันในวงว่า เรามาทำอัลบั้มใหม่กันแบบที่เป็นเรกเก้ในรูปแบบ Big Band ทำกันอยู่ประมาณ 4 เดือน ได้ 17 เพลงอัดเสร็จส่งไปมิกซ์ที่ญี่ปุ่น แล้วก็ไปมาสเตอร์ที่เยอรมัน ซาวด์ก็เลยออกมาแตกต่าง แล้วก็ดีมากๆ

เนื้อหาในอัลบั้ม พอฟังแล้วมันจะเหมือนกับว่า คนฟังได้รับพรในรูปแบบต่างๆ พรจากธรรมชาติ พรจากผู้ใหญ่ พรจากวัยรุ่น แล้ว พอ-ออ-รอ-พอน มันก็ล้อดีกับคำว่า porn ที่แปลว่าสื่อลามก

คุณกับกัญชาเกี่ยวข้องกันยังไง

มีความ harmony และกลมกลืนอย่างสูง (หัวเราะ)

เรายอมรับว่าใช้มันทุกวัน เราชอบนั่งใช้เวลาอยู่กับมันเงียบๆ คนเดียว มีมันเป็นเพื่อนช่วยคิดมาหลายปีแล้ว

ในเชิงสุขภาพเราไม่รู้สึกป่วยเลย เรารู้สึกว่าเราแข็งแรง มีพลังในการเล่นคอนเสิร์ต มีพลังในการดำเนินชีวิต เราก็ออกไปวิ่งทุกวัน โหนบาร์ ยกน้ำหนักได้ปกติ

ที่เราใช้มันเพราะเราต้องการบาลานซ์ชีวิต จริงๆ เราเป็นคนใจร้อนมาก กัญชาทำให้เราเย็นลง คิดทบทวนมากขึ้น มีบางเวลาถ้าเรารีบๆ หงุดหงิดอะไรก็ไม่รู้ ทุกอย่างรอบตัวเห็นอะไรมันหงุดหงิดไปหมด แต่พอเรา…

(แก๊ก…ฟู่ววว)

เราได้พัก เราได้หายใจเข้า เราได้หายใจออก แล้วก็มาทบทวนว่า…เออว่ะ ที่อารมณ์ร้อนเมื่อกี้มันอะไรวะ มันทำให้ได้ทบทวน เพราะแต่ละวันเรื่องราวในหัวผ่านเข้ามาอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด บางทีถ้าหัวสมองเราได้พัก แล้วก็อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะอะไร ร้องเพลง แต่งเพลง เราคิดว่ามันก็เหมือนกับการภาวนา ไม่จำเป็นต้องไปนั่งสมาธิก็ได้

สำหรับเรากัญชาทำให้เราสามารถจดจ่อกับสิ่งสิ่งหนึ่ง มันเบา เรียบง่าย ไม่กดประสาท มีสามัญสำนึก มีเจตนาที่ดี เราเคยไปคุยกับลุงคนหนึ่งที่เขาเป็นคนรวบรวมข้อมูลกัญชาสายพันธุ์ต่างๆ เขาบอกว่ากัญชาคือตัว ‘ศีล’ เราก็เอาคำพูดเขากลับมาคิดดู เออ ก็มีส่วน เวลาเราใช้กัญชา เราไม่อยากโกหกใคร ไม่อยากออกไปปาร์ตี้ ดื่มเหล้า ใช้แล้วมันสันโดษ

คำว่าศีล คือมันทำให้เราอยากจะทำดี มีจิตสำนึกที่ดี มีการทบทวน ไตร่ตรอง แต่ถ้ามัวไปหลงอยู่กับตรงนั้น แล้วเอามาคิดว่ามันอัศจรรย์ บรรลุแล้ว เข้าใจชีวิตแล้ว จากประสบการณ์เราว่ามันไม่ใช่ ทำอะไรถ้าเราตั้งใจแล้วรู้ตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ มันคือการภาวนาทั้งนั้น แม้แต่เวลาใช้กัญชาถ้าเราค่อยๆ ละเมียดกับมัน ค่อยๆ จุดไฟ ค่อยๆ สูบควันเข้าไป แล้วรีดมันออกมา ค่อยๆ สังเกตความรู้สึกตัวเองไปทีละนิดๆ มันก็เป็นการภาวนาได้เหมือนกัน

แต่สำหรับเราคิดว่าการอยู่กับสภาวะที่ปกติ มันจะเป็นการภาวนาที่จริงมากกว่าการที่ใช้เครื่องช่วยอื่นๆ เข้ามา

ช่วงหาเสียงเมื่อปีที่แล้วก็มีพรรคการเมืองที่เสนอนโยบายเกี่ยวกับกัญชา

ผมไม่ได้เลือกเขา เราอยากให้กัญชามันถูกกฎหมาย แต่อีกใจเราก็คิดไว้แล้วว่า มันต้องออกมาทรงนี้ Babylon System สุดท้ายรัฐก็มองผลประโยชน์เป็นหลัก ทรงมันออกมาเอาเปรียบประชาชนแน่ๆ แล้วสุดท้ายเขาก็ไม่สามารถทำให้มันถูกหรือกระจายไปสู่ประชาชนทุกคนได้อย่างที่พูด เราว่ามันคือปาหี่ว่ะ เขาฉลาดมากที่เอานโยบายนี้มาให้คนเลือกพวกเขา เพื่อนๆ เรานี้แห่กันไปเลือกเต็มเลย แต่ผมไม่เลือก ผมคิดว่าเขาขี้โม้ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย

ถ้าไม่เชื่อพรรคที่มีนโยบายสนับสนุนกัญชาแล้วเลือกใคร?

เราเลือกพรรคที่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว ตอนแรกก็คิดในใจนะ ตอนเข้าไปในคูหาว่าจะเลือกอะไรดีวะ กัญชาหรือพลังคนรุ่นใหม่ดี แต่พอมองย้อนกลับไปก็เบื่อแล้วกับการบริหารจัดการแบบเดิมๆ เราคิดว่าระบบแบบนั้นมันหมดยุคล้าสมัยไปแล้ว

เราไม่ได้อยู่ข้างไหน แต่เราคิดว่าเรื่องแบบนี้เราไม่ได้มองไปที่ตัวบุคคล แต่เราสนใจเรื่องระบบที่เขาเสนอมากกว่า มองว่ามันยืนอยู่บนหลักการ ความถูกต้อง แต่บางเรื่องก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นด้วยไปกับเขาหมดนะ แต่เรามองว่าถ้าพวกเขาไม่เป็นจุดเริ่มต้นในการออกมาต่อสู้เรียกร้อง ทุกวันนี้ก็คงไม่มีกระแสให้คนออกมายืนหยัดเพื่อสิทธิของตัวเองมากขนาดนี้

เราเห็นด้วยกับเยาวชน เห็นด้วยกับพลังบริสุทธิ์ เอาเถอะถึงแม้มึงรู้มากน้อยไม่เท่ากัน แต่อย่างน้อยต้องยอมรับในความกล้าหาญที่ออกมาแสดงการเรียกร้อง สิทธิและเสรีภาพของตัวเอง

คำถามสุดท้าย คิดว่า ‘ศิลปะ’ จะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นได้ไหม

โคตรได้ สำหรับผมศิลปะคือคำตอบเลย

เพราะตอนนี้การกดปากผู้คนมันเข้มข้นมาก การออกมาพูดหรือเรียกร้องจึงต้องไปอยู่ในพื้นที่ของศิลปะ

เราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์จะสร้างสิ่งดีๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาด๊องๆ พวกนี้ได้ แล้วเราก็เชื่อว่าพวกเขาตามเราไม่ทันหรอก ถ้าเราใช้สมอง เราสับขาหลอก มีการร่วมมือที่ชัดเจน ชาญฉลาด เราเชื่อว่าสักวันเยาวชนในอนาคตที่เติบโตขึ้นมาได้เรียนรู้ๆ สิ่งต่างๆ จากการตีแผ่ของคนในยุคนี้เขาจะได้เรียนรู้และเขาจะไม่ทำสิ่งเหล่านี้ 

และมันช่วยในด้านความเป็นมนุษย์ด้วย เพราะถ้าไม่มีศิลปะ มนุษย์จะไม่มีคุณค่าอะไรเลยในการใช้ชีวิต ถ้ามนุษย์ไม่รู้ศิลปะของการใช้ชีวิต มนุษย์ก็จะตกไปเป็นทาสของบาบิลอน ศิลปะจะช่วยให้เขารับรู้ปัญหาและเจอทางออกได้ง่ายขึ้น ศิลปะจะทำให้ทั้งเปลือกนอกและเนื้อในของเราสวยงาม เราว่าแม่งจำเป็นมาก มานั่งสัมภาษณ์กันวันนี้มันก็คือศิลปะ เราทำดนตรีมันก็คือศิลปะ คนที่เขาพาครอบครัวมาที่นี่อ่างเก็บน้ำบางพระ พักผ่อนหลบหนีจากโลกที่โหดร้ายมันก็คือศิลปะ การใช้ชีวิตมันคือศิลปะ การบาลานซ์ชีวิตยังไงให้ดีลกับความทุกข์ให้ได้ดีที่สุดมันก็คือศิลปะ

Author

เสฎฐวุฒิ โกมารกุล ณ นคร
บีชบอยจากบางแสนผู้ใช้เวลาว่างไปกับการการเสพดราม่าของประเทศไทย บางครั้งถ้าสิ่งที่เสพเข้าไปเป็นพิษ ก็จะขับถ่ายมันออกมาเป็นงานศิลปะและการ์ตูนแนวเสียดสีสังคม ภายใต้ชื่อ Sukhumvit Dangerous :): ติดตาม Dangerous Comics ได้ที่ WAY

Author

อิทธิพล โคตะมี
อิทธิพลเข้ามาในกองบรรณาธิการ WAY พร้อมตำรารัฐศาสตร์ สังคม การเมือง ถ้อยคำบรรจุคำอธิบายด้านทฤษฎีและวิธีการปฏิบัติ คาแรคเตอร์โดยปกติจะไม่ต่างจากนักวิชาการเคร่งขรึม แต่หลังพระอาทิตย์ตกไปสักพัก อิทธิพลจะเป็นชายผู้อบอุ่นที่โอบกอดมิตรสหายได้ทุกคน