สำรวจพฤติกรรมประชากรนักดื่มไทย ก่อนรับมือเบียร์และไวน์ FTA EU ทะลักเข้าตลาด

สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากที่เคยมีแนวโน้มลดลงอย่างน่าจับตาในช่วงก่อนหน้า

ข้อมูลล่าสุดในปี 2567 กลับชี้ให้เห็นถึงตัวเลขจำนวนผู้ดื่มพุ่งสูงขึ้นในภาพรวม บทวิเคราะห์นี้เจาะลึกถึงพฤติกรรมการดื่มของคนไทยในปัจจุบัน พร้อมวิเคราะห์ถึงเหตุผลเบื้องหลังการกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อทำความเข้าใจความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการเจรจา FTA ไทย-EU ลุล่วงภายในปีนี้ สินค้าออกที่สำคัญของกลุ่มประเทศ EU คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์และไวน์จะทะลักเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น แนวโน้มผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

ย้อนรอยเส้นทางนักดื่มไทย: จากขาขึ้นสู่ขาลง…และกลับสู่ขาขึ้นอีกครั้ง

หากพิจารณาจากข้อมูลการสำรวจสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าประเทศไทยเคยมีจำนวนผู้ดื่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2550 ถึง 2558 โดยจาก 15.3 ล้านคน (คิดเป็นร้อยละ 30.0) ในปี 2550 เพิ่มเป็น 18.6 ล้านคน (ร้อยละ 34.0) ในปี 2558

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้ได้ชะลอตัวลงและกลับทิศในปี 2560 โดยจำนวนผู้ดื่มลดลงเหลือ 15.9 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 28.4 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมและรณรงค์ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ที่อาจเริ่มเห็นผล

สถานการณ์นี้ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ เพราะในปี 2567 ตัวเลขกลับพลิกผันอย่างรุนแรง จำนวนผู้ดื่มในประเทศไทยพุ่งขึ้นไปแตะ 20.9 ล้านคน ซึ่งสูงที่สุดในรอบหลายปี และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.2 ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

เบียร์เจ้าสัวยังคงครองใจนักดื่มไทย

เมื่อเจาะลึกถึงประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คนไทยนิยมดื่มบ่อยที่สุดในปี 2567 พบว่า เบียร์ ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 58.3 ของผู้ดื่มทั้งหมด

ทั้งนี้มีข้อสังเกตสำคัญคือ จากรายงาน “การตลาดและผลิตภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้บริบทการเจรจาทางการค้าของไทยฯ” โดย ดร.ภญ.อรทัย วลีวงศ์ และ กมลพัฒน์ มากแจ้ง แห่งสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) เมื่อปี 2566 ระบุว่า คราฟท์เบียร์ที่ถูกนับรวมอยู่ในหมวดหมู่เบียร์ทั่วไป มีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 0.5% (ข้อมูลที่สำรวจในปี 2563 ระบุว่า คราฟท์เบียร์มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 0.23%)

ในรายงานฉบับเดียวกัน ยังให้ข้อมูลส่วนแบ่งทางการตลาดของเบียร์ในประเทศไทยว่า บุญรอดบริวเวอรี่ ครองส่วนแบ่งตลาดเบียร์ 58% ไทยเบฟเวอเรจ 34% ที่เหลือแบ่งให้ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ ผู้นำเข้าเบียร์ต่างประเทศ 5 % และอื่นๆ 3 % (ข้อมูลเมื่อปี 2565 ก่อนเบียร์ไทยเจ้าใหม่ยี่ห้อหนึ่งจะทำตลาดอย่างจริงจัง)

ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างน้อย 2 ประเด็น

หนึ่ง ตลาดเบียร์ในประเทศไทย 92% ยังเป็นของผู้ผลิตเจ้าใหญ่เพียง 2 เจ้า

สอง พฤติกรรมความนิยมเบียร์ต่างประเทศในหมู่ประชากรนักดื่มไทย ยังมีส่วนแบ่งตลาดต่ำมาก ซึ่งอาจมีเหตุผลทั้งประเด็นราคา ความพึงพอใจรสชาติ หรือความสะดวกในการหาซื้อ

ถัดจากตลาดเบียร์ จึงเป็นกลุ่มสุราขาว สุรากลั่นชุมชน ยาดองเหล้า เหล้าบ๊วย วอดก้า และเหล้าจีน ซึ่งคิดเป็น  24.2% สุราสีและสุราแดง ที่ 14.5% ในขณะที่เครื่องดื่มประเภทอื่นๆ เช่น ไวน์คูลเลอร์ สุราผสมน้ำผลไม้ ไวน์องุ่น และสุราแช่พื้นบ้าน เช่น สาโทและโซจู ยังคงมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย

โดยสรุปคือ ประชากรนักดื่มชาวไทย นิยมเบียร์ที่ผลิตภายในประเทศมากที่สุด ตามมาด้วยสุราขาว สุรากลั่น

ไขปริศนา: ทำไมจำนวนผู้ดื่มจึงพุ่งสูงขึ้นในปี 2567

การกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของจำนวนผู้ดื่มในปี 2567 เป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยรายงานการสำรวจได้ชี้ถึงปัจจัยสำคัญสองประการที่อาจเป็นคำอธิบายเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้

1.การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ

การคลายตัวหลังวิกฤต: หลังจากช่วงเวลาที่เศรษฐกิจชะลอตัวและข้อจำกัดทางสังคมจากการระบาดใหญ่ ผู้คนอาจแสวงหาโอกาสในการพบปะสังสรรค์และกิจกรรมผ่อนคลายมากขึ้น การกลับมาเปิดประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคักขึ้น ย่อมส่งผลให้บรรยากาศทางสังคมเอื้อต่อการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น

วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป: การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางสังคมหลังเลิกงาน หรือแม้แต่ความเครียดจากการทำงานและเศรษฐกิจ อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้บางกลุ่มเลือกดื่มแอลกอฮอล์เพื่อผ่อนคลายหรือเข้าสังคม

อิทธิพลของวัฒนธรรมการดื่มใหม่ๆ: การเข้าถึงข้อมูลและวัฒนธรรมการดื่มจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ อาจส่งผลต่อรสนิยมและพฤติกรรมการดื่มของคนรุ่นใหม่ ทำให้การดื่มเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

2.กลยุทธ์การตลาดของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์:

ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์: ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคราฟต์เบียร์ที่มีรสชาติและสไตล์เฉพาะตัว สุรากลั่นที่มีการสร้างสรรค์รูปแบบและบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจ หรือเครื่องดื่มผสมสำเร็จรูปที่เข้าถึงง่ายและมีรสชาติแปลกใหม่ ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

การเข้าถึงที่สะดวกสบาย: แม้จะมีข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่ช่องทางการจำหน่ายและการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งจากร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้กระทั่งช่องทางออนไลน์และบริการส่งถึงบ้าน (แม้จะมีข้อจำกัดทางกฎหมาย) ทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายและรวดเร็ว

การตลาดเชิงรุก: ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายมีการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือการสร้างแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ ทั้งดนตรี กีฬา กิจกรรมเอ็กซ์ตรีม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการทดลองดื่มและเพิ่มความถี่ในการบริโภค

ความท้าทายที่ประเทศไทยต้องเผชิญในการเจรจา FTA EU

การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ดื่มย่อมนำมาซึ่งความท้าทายด้านสาธารณสุขและสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์ เช่น โรคตับแข็ง มะเร็ง หรือปัญหาด้านสุขภาพจิต ไปจนถึงปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน อาชญากรรม และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน

ความกังวลเบื้องต้นที่มองเห็นว่ากลุ่มประเทศ EU เป็นผู้ส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ของโลก การลดอุปสรรคทางการค้า ลดภาษี ย่อมส่งผลให้ราคาจำหน่ายมีแนวโน้มลดลง ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายขึ้น

แต่หากพิจารณาพฤติกรรมของประชากรนักดื่มไทยจะเห็นว่า ความนิยมหลักยังเป็นเบียร์และสุรากลั่นที่ผลิตในประเทศ ส่วนแบ่งทางตลาดของเบียร์นำเข้าและไวน์ยังเล็กมาก เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาดทั้งหมด

สิ่งที่น่าจับตาคือ เราน่าจะพอมองเห็นว่าใครคือลูกค้าผู้บริโภคเบียร์นำเข้าและไวน์จากต่างประเทศ คนกลุ่มนี้เองที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการปรับสัดส่วนภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย รวมถึงสามารถก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมไปพร้อมๆ กัน

กล่าวอย่างเป็นรูปธรรมและระวังภัย ในเบื้องต้นคนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีกำลังซื้อรถยนต์ส่วนตัวทั้งสิ้น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเสมอหน้า จึงเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ    

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY

Illustrator

ศุภกาญจน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
วิ่งเล่นในโลก 2D, 3D และ UX/UI รักน้องหมาและความสงบแต่คุยเก่งแบบสบายๆ