คนเล็กคนน้อยอยู่ตรงไหน ใน FTA ไทย-EU

การเจรจาเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement – FTA) ระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป (EU) กลับมาสู่ความสนใจอีกครั้งหลังห่างหายไปนานกว่าทศวรรษ ข้อตกลงนี้เปรียบเสมือนเหรียญสองด้านที่มาพร้อมโอกาสมหาศาลและการบ้านชิ้นโตสำหรับประเทศไทย

เบื้องต้น FTA อาจนำมาซึ่งการเปิดตลาด การขยายการค้า และการลงทุน แต่หากพิจารณาถึงรายละเอียดของบทบัญญัติต่างๆ โดยเฉพาะในมิติที่ซับซ้อน ยกตัวอย่างเช่น ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งกลุ่มประเทศ EU กุมกรรมสิทธิ์มหาศาล โดยเฉพาะสิทธิบัตรยา ประเด็นมาตรฐานคุ้มครองสิทธิแรงงาน สิทธิเกษตรกร การทะลักของสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ จะพบว่าสังคมไทยจำเป็นต้องจับตาการเจรจาต่อรองครั้งนี้อย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการคุ้มครองสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ทรัพย์สินทางปัญญา: ยาและชีวิตที่ต้องไม่ถูกจำกัด

หนึ่งในประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดคือเรื่องนี้ EU มักจะผลักดันให้ประเทศคู่ค้าปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มงวดกว่าที่กำหนดไว้ในความตกลง TRIPS ขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งหากไทยยอมรับโดยไม่มีข้อแม้ อาจนำไปสู่การขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิบัตรยา หรือข้อมูลลับทางการค้าของยา (data exclusivity) ทำให้ยาจำเป็นมีราคาสูงขึ้น และประชาชนเข้าถึงยาได้ยากขึ้น

โจทย์สำคัญคือการเจรจาต่อรองให้แน่ใจว่า บทบัญญัติทรัพย์สินทางปัญญาใน FTA จะต้องไม่เข้มงวดเกินกว่ามาตรฐาน TRIPS และต้องมีกลไกที่รับประกันการเข้าถึงยาของประชาชน

นอกจากนี้ ประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับฐานรากของเกษตรกรรมไทยคือ UPOV 1991 สหภาพยุโรปมักผลักดันให้ประเทศคู่ค้าเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) ซึ่งหากไทยต้องปฏิบัติตาม อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ “สิทธิเกษตรกร” ในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกต่อและแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นวิถีปฏิบัติที่สืบทอดกันมานับร้อยปี และเป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหาร การเจรจาจึงต้องมุ่งเน้นการปฏิเสธการเป็นภาคี UPOV 1991 หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ยอมรับเงื่อนไขใดๆ ที่จะกระทบต่อสิทธิพื้นฐานของเกษตรกรไทย

ผู้ประกอบการรายย่อย: เสาค้ำยันเศรษฐกิจฐานรากที่ต้องปกป้อง

การเปิดตลาดสินค้าเกษตรภายใต้ FTA ย่อมนำมาซึ่งการลดภาษีนำเข้า ซึ่งอาจทำให้สินค้าเกษตรจาก EU ที่มีการผลิตขนาดใหญ่และต้นทุนต่ำ ไหลเข้ามาแข่งขันกับ “เกษตรกรรายย่อย” ของไทยอย่างรุนแรง การเจรจาจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรที่อ่อนไหว และต้องไม่ลดภาษีนำเข้าในอัตราที่รวดเร็วเกินไปจนผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถปรับตัวหรือแข่งขันได้

ตัวอย่างที่ชัดเจนและควรจับตา กรณี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่ง EU เป็นประเทศผู้ส่งออกเบียร์และไวน์รายใหญ่ของโลก การลดภาษีศุลกากรอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตรายย่อยในประเทศ ซึ่งเพิ่งจะเริ่มมีโอกาสสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น ตามร่างพระราชบัญญัติสุราชุมชน 2568 เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยแข่งขันในตลาด โดยลดเงื่อนไขข้อจำกัดเรื่องปริมาณการผลิต

สิ่งที่คนทำงานด้านสุขภาพจับตาอีกประเด็นหนึ่งคือ การเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ง่ายขึ้นและราคาถูกลง อาจนำไปสู่ผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนและปัญหาสังคม ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ อาชญากรรม หรือความรุนแรงในครอบครัว

สงวนพื้นที่ทางนโยบาย: อำนาจอธิปไตยที่ไม่ควรมอบให้ใคร

หัวใจสำคัญของการเจรจา FTA คือการที่ประเทศคู่ค้าต้อง สงวนพื้นที่ทางนโยบายของตน เพื่อให้สามารถบังคับใช้นโยบายสาธารณะที่จำเป็นต่อการคุ้มครองผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และความมั่นคงของสังคมได้ โดยปราศจากข้อกังวลว่าจะถูกฟ้องร้องภายใต้กลไก ISDS ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสมดุลระหว่างการเปิดเสรีทางการค้าและการปกป้องผลประโยชน์ภายในประเทศ

ในมิติของการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ FTA อาจผลักดันให้เปิดตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้แก่บริษัทต่างชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งหากปราศจากการคุ้มครอง อาจกระทบต่อ “นวัตกรรม” และ “ศักยภาพผู้ผลิตภายในประเทศ” ไทยจึงต้องคงพื้นที่ทางนโยบายที่อนุญาตให้สามารถใช้มาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศ และสามารถดำเนิน นโยบาย Offset เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากต่างประเทศมายังไทย

มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS): หลักการป้องกันไว้ก่อนคือสิ่งสำคัญ

ในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม “มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS)” เป็นเกราะป้องกันสำคัญของประเทศ ไทยต้องยืนยันสิทธิในการใช้มาตรการ SPS เพื่อคุ้มครองสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม ตามหลักการป้องกันไว้ก่อน (precautionary principle) ซึ่งหมายถึงการที่รัฐสามารถใช้มาตรการป้องกันได้ แม้ว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะยังไม่สิ้นสุดก็ตาม

นี่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับความเสี่ยงใหม่ๆ ที่อาจมาจากสินค้าที่นำเข้า

การค้าดิจิทัล: สมดุลระหว่างการเปิดเสรีและการคุ้มครองข้อมูล

การค้าดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ EU ให้ความสำคัญ ซึ่งอาจนำมาซึ่งบทบัญญัติที่เข้มงวดเกี่ยวกับการไหลเวียนของข้อมูลและการห้ามบังคับใช้มาตรการ Localization การเจรจาจึงควรเน้นการ สร้างความร่วมมือด้านกฎระเบียบและการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี มากกว่าการผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์การค้าทางดิจิทัลที่มีผลผูกพันทันที สิ่งสำคัญที่สุดคือไทยต้อง สงวนสิทธิ์ในการควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลข้ามพรมแดน เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองและรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศ

การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Trade and Sustainable Development : TSD): เหนือกว่ากลไกตลาดคาร์บอน

EU มักมีบทบัญญัติ TSD ที่เข้มงวด ซึ่งอาจรวมถึงการใช้กลไกตลาดคาร์บอนที่อาจไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศกำลังพัฒนา ไทยควรมองหาการ ปรับกรอบ TSD ให้สอดคล้องกับหลักความเป็นธรรม โดย ปฏิเสธการใช้กลไกตลาดคาร์บอน ที่อาจเป็นภาระต่อผู้ประกอบการไทย และ สนับสนุนแนวทางหลากหลายของการดูแลธรรมชาติ (Pluriversal Environmentalism) ที่เคารพในภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีวัฒนธรรม

นอกจากนี้ ยังควร รับรองสิทธิในการใช้แรงงานสัตว์ตามวิถีวัฒนธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำมาหากินของเกษตรกรไทย

ประเด็นสำคัญส่งท้ายคือ การคุ้มครองสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะการผลักดันให้ FTA บรรจุข้อกำหนดที่ คุ้มครองสิทธิแรงงานให้มีเสรีภาพในการรวมตัวและต่อรอง ตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 (ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน) และฉบับที่ 98 (ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและในการเจรจาต่อรองร่วมกัน) ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานแรงงานและเป็นหลักประกันความเป็นธรรมในตลาดแรงงานของไทย

บทสรุป

การเจรจา FTA ไทย-EU ไม่ใช่เพียงแค่การลดภาษี แต่เป็นการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว ทุกประเด็นที่กล่าวมาเป็นเดิมพันที่สำคัญ ที่คณะเจรจาของไทยจะต้องอาศัยความลึกซึ้ง แม่นยำ รอบคอบ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เพื่อให้ข้อตกลงที่ได้มานั้น เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดประตูสู่การค้า แต่เป็นการวางรากฐานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นธรรมสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนเล็กคนน้อยที่ไม่มีโอกาสต่อรองมากนัก

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY

Illustrator

ศุภกาญจน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
วิ่งเล่นในโลก 2D, 3D และ UX/UI รักน้องหมาและความสงบแต่คุยเก่งแบบสบายๆ