อัญชลี จงคดีกิจ ในวันอาทิตย์แสนสุข - waymagazine.org | นิตยสาร WAY
อัญชลี จงคดีกิจ

อัญชลี จงคดีกิจ ในวันอาทิตย์แสนสุข

เรื่อง : พรเทพ เฮง
ภาพ : อนุช ยนตมุติ

อัญชลี จงคดีกิจ

ร้านอาหารชมสวนกลางซอยสุขุมวิท 16 โอบล้อมไปด้วยหมู่แมกไม้ดูร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่ฝากใบหนาแน่นยืนต้นทะนงองอาจ หลายปีดีดักที่ผ่านมา ใครต่างก็ทราบว่า บรรยากาศที่แสนอบอุ่นเช่นนี้เป็นที่พำนักทางจิตวิญญาณและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สู่คนรอบข้าง

จากร็อคเกอร์สาว ‘หนึ่งเดียวคนนี้’ อัญชลี จงคดีกิจ ผู้ร้อนแรงทั้งบนเวทีคอนเสิร์ต และการใช้ชีวิตบนเส้นทางมายา เธอนั่งยิ้มแป้นหน้าตาผ่องสุกซึ่งบ่งบอกถึงจิตใจที่เบ่งบาน พร้อมกับกีตาร์ตัวโปรดบนโซฟาเล่นกีตาร์คลอกับการร้องเพลง เชื้อเชิญต้อนรับและพูดคุยอย่างแย้มยิ้ม

“เป้าหมายที่ทำอยู่ก็คือ การได้รู้จักพระเจ้าและมีชีวิตที่พอพระทัยของพระเจ้า ซึ่งคือเป้าหมายของคริสเตียนทุกคน เพราะว่าถ้าเราทำตามใจตัวเองในที่สุดชีวิตก็เหมือนเดิม เราค้นพบในพระคัมภีร์ว่า พระเจ้าต้องการให้มีชีวิตที่ดีเพื่อถวายเกียรติแก่พระเจ้า” เธอเริ่มเกริ่นนำ

ย้อนกลับไปเมื่อชีวิตเดินทางมาถึง 35 ปี ก็มีหลักชีวิตที่ทำให้โลกภายในของเธอเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีวันหวนคืนไปที่เดิม

อัญชลี จงคดีกิจ

“ก่อนหน้านี้ไม่รู้จักพระเจ้า มารู้จักตอนอายุ 35 ปีแล้ว พอได้รับความสุขตรงนี้ รู้แล้วว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร หลังจากนั้นชีวิตก็สบายขึ้น เรียบง่ายขึ้น ความสุขที่ค้นพบอีกอย่างคือ ความสุขที่เรามองคนอื่นในแง่มุมอีกแบบหนึ่ง หรือว่าสนใจคนอื่นมากขึ้น เมื่อก่อนเรามักจะมองตัวเอง ความต้องการของตัวเอง”

เจ้าหมาน้อยข้างตัวที่นั่งอยู่บนโซฟาเดียวกันเริ่มเห่าเรียกนายของมัน จนเธอยิ้มแล้วจุ๊ปากปรามอย่างอารมณ์ดี

“นิยามความสุขที่ตัวเองได้รับคือ การที่ได้รู้จักกับพระเจ้านั่นคือความสุขที่สุดแล้ว แต่มันต้องเกี่ยวข้องกับความเชื่อหน่อย เพราะถ้าไม่มีพระเจ้า ก็ต้องค้นหาความสุขไปเรื่อยๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน อย่างเช่น ความสุขเมื่อก่อนตอนที่เป็นวัยรุ่น ใกล้จะเรียนจบมีความรู้สึกและฝันว่าอยากจะมีการงานที่มีผลตอบแทนดีๆ ร่ำรวย มีบ้านหลังใหญ่ๆ มีรถดีๆ อะไรอย่างนี้ นั่นคือความสุข

“แต่พอมีสิ่งนั้นมาวันหนึ่งมันก็ธรรมดาแล้วก็เริ่มเบื่อ แสดงว่าเป็นความสุขที่ไม่ค่อยยั่งยืนเท่าไหร่สำหรับความสุขพวกนี้ มีก็ดีแต่ทำอย่างไรถ้าไม่มีแล้วเรามีความสุขได้ไหม แล้วมาค้นพบว่า การมีพระเจ้าคือความสุขแท้ เพราะสอนให้รู้จักว่าความสุขที่แท้จริงนั้นมันอยู่ข้างในใจ เวลาเรามองอะไรแล้วเราสามารถมีความสุขในสิ่งที่เรามี ไม่ใช่สิ่งที่เราไม่มี เพราะฉะนั้นความสุขของเราคือการได้มารู้จักกับพระเจ้า”

แววตาที่สดใสและมุ่งมั่นยามพูดคุยถึงพระเจ้า เธอบอกว่า เมื่อก่อนเธอจะเป็นคนที่ร้อนและตามใจตัวเอง

“เพราะเมื่อก่อนใครอยู่ใกล้ก็จะร้อนไปหมด อารมณ์ก็ร้อนอะไรก็ร้อน ตอนนี้อบอุ่นขึ้น ตอนสมัยที่เพิ่งเรียนจบแล้ว ก็มาใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองสนุกสนานตามใจตัวเอง คือเล่นดนตรี ไม่ทำอะไร แล้วตอนหลังมาจับพลัดจับผลูได้เป็น หนึ่งเดียวคนนี้ ก็โด่งดังมีแทบทุกอย่าง ตอนนั้นก็ใช้เวลาคือเสพสุขกับสิ่งที่ได้มา ชื่อเสียงเงินทองมีความสุขแบบอย่างนั้นไปวันๆ

“เมื่อก่อนไม่มีเป้าหมาย ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเป้า เพราะได้เกือบหมดแล้ว แต่ทำไมเรายังคิดว่ามันขาดอะไรอยู่เรื่อย มันพร่องอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นวิธีการที่ทำก็คือใช้วันเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆ ซื้อความสุขมีคนอยู่รอบๆ ข้างเยอะๆ จะได้ไม่เหงา แต่ใจก็ยังเหงาอยู่ พอหลังจากที่ได้ผ่านช่วงนั้นมาแล้ว รู้แล้วว่าความสุขเต็มอิ่มอยู่ข้างใน ก็พยายามเชื่อฟังพระคัมภีร์ซึ่งบอกว่า ให้เราใช้ชีวิตที่เป็นพรกับคนอื่น ให้รู้จักสนใจคนอื่นบ้าง การใช้เวลาของเราก็มีความสนใจผู้อื่น เอาอกเอาใจเขา เอาใจใส่เขา”

กิจวัตรประจำวันของอัญชลีนั้นไม่มีอะไรมาก ตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าก็พูดคุยกับพระเจ้า แล้วบางทีก็ร้องเพลงให้เด็กในบ้านที่มาทำความสะอาดบ้านฟัง เสร็จแล้วก็กินข้าวเช้า เล่นกับหมาบ้าง พอใกล้ๆ เที่ยงก็มาดูแลร้านอาหาร ปิดร้านบ่าย 3 โมงครึ่ง ไปออกกำลังกาย

“ถ้ากะหรี่พัฟหมดก็ต้องกลับบ้านที่หัวหมาก ไปผสมแป้ง ที่ร้านก็มีกะหรี่พัฟที่ทำเอง นอกจากนั้นก็เล่นกับหมา ดูแลบ่อน้ำที่เลี้ยงปลา เป็นกิจวัตรที่ง่ายๆ บางวันก็มีนัดตามบ้าน เพราะบางคนจะเปิดบ้านของเขาให้พวกเราไปรวมกลุ่มกันไป ซิงแอนด์แชร์ คือร้องเพลงพระเจ้าแล้วพูดคุยกัน อธิษฐานเผื่อกัน ตอนระหว่างสัปดาห์ก่อนถึงวันอาทิตย์ที่จะเจอกันเป็นกลุ่มใหญ่ เราก็มีโอกาสไปเจอกลุ่มเล็กๆ เพื่อประสานความสัมพันธ์ให้มากขึ้นและเพื่อความเชื่อของเราให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อหนุนใจซึ่งกันและกัน โดยไปตามบ้านของคนในกลุ่ม”

อัญชลีได้เปิดใจบอกว่า ปัจจุบันวันที่มีความสุขมากที่สุดของเธอก็คือ ‘วันอาทิตย์’ เพราะเธอได้เปลี่ยนร้านชมสวนให้เป็นโบสถ์สำหรับชาวคริสต์ และผู้ที่ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าได้ร่วมนมัสการพระองค์

อัญชลี จงคดีกิจ

“การใช้เวลาที่มีความสุขคือ การมีความสุขกับสิ่งธรรมดาๆ รอบข้าง อย่างโบสถ์วันอาทิตย์ ก็รอคอยวันอาทิตย์เพื่อจะพบกับพี่น้องคริสเตียน ทั้งหมดที่มาในวันอาทิตย์ก็ 100 กว่าคน จุเกือบเต็มพื้นที่ วันอาทิตย์จะมีความสุขที่สุดเพราะได้เจอหน้าคนที่เชื่อและศรัทธาในพระเจ้าด้วยกัน

ได้มีโอกาสได้ร้องเพลงพระเจ้าและนมัสการ วันอาทิตย์นั้นจริงๆ แล้วเป็นวันหยุดพักผ่อน แล้วเรามาเจอกันที่โบสถ์เพื่อมีโอกาสรื้อฟื้นจิตใจ ฟังพระคำพระเจ้า ร้องเพลงพระเจ้า หนุนใจพี่น้องด้วยกัน อธิษฐานด้วยกัน แล้วก็เฮฮาสังสรรค์กินข้าวด้วยกัน”

เธอชี้ว่า การร้องเพลงพระเจ้า แม้ไม่มีใครได้ยิน เพียงแต่ร้องให้กับตัวเองก็มีความสุข อัญชลีพูดพลางดีดกีตาร์ฮัมเพลงให้ฟัง

“เพราะว่าเพลงคริสเตียนจะมีประเภทสรรเสริญพระเจ้า เพื่อยกย่องว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งสวยงาม พระเจ้าทรงรักเรา แล้วพูดถึงความรักระหว่างมนุษย์ด้วยกัน การให้อภัยกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งดีๆ ทั้งนั้นเลย กล่อมเกลาจิตใจ เวลามีอารมณ์หงุดหงิดร้องเพลงพระเจ้าแล้วจะหาย รู้สึกค่อยๆ ใจเย็นลง”

บอย โกสิยพงษ์, จิรายุส วรรธนะสิน (โจ นูโว), แอน-นันทนา บุญหลง, สินเจริญบราเธอร์, เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ฯลฯ เป็นคนในแวดวงดนตรีที่แวะเวียนมาร่วมร้องเพลงพระเจ้าอยู่เป็นอาจิณที่โบสถ์วันอาทิตย์ ล่าสุดก็เป็น โอภาส ทศพร หรืออ๊อด บรั่นดี ที่มาช่วยร้องเพลงได้ประมาณ 4 เดือนแล้ว

“คนในวงการบันเทิงมันเหมือนกับหลง เพราะทุกอย่างเป็นมายา อาชีพในวงการบันเทิงค่อนข้างที่จะเครียด เพราะมีการเหยียบกัน มีการอิจฉาริษยากัน การโจมตีกัน มีความเห็นแก่ตัว มีการเปลี่ยนแปลงที่ขึ้นลงสูง หากคนในวงการบันเทิงมาเชื่อเรื่องพระเจ้าเยอะๆ มันก็ดี เพราะว่าทำให้มีความคิดแตกต่างออกไป ทำให้วัยรุ่นบางพวกเขาหันมาฟัง จะได้รู้ว่าชีวิตไม่ใช่อย่างที่คุณอยากอยู่ตรงนี้กันนัก”

ใกล้เที่ยง…คนเริ่มทยอยมาใช้บริการร้านอาหารชมสวนของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ การพูดคุยก็มาถึงช่วงสุดท้าย 52 ปีที่ผ่านไปของชีวิต

อัญชลีบอกว่า เธอมีชีวิตอยู่เพื่อจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า

 ***************************

(หมายเหตุ : ตีพิมพ์ในคอลัมน์ Happy Together เมษายน 2550)

author
ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
หญิงแกร่งที่ทำงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้กับ WAY ถ้าเป็นนักฟุตบอลนี่คือผู้เล่นผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ในสายงานข่าว ทั้งคลุกคลี สัมภาษณ์ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้การเป็นคุณแม่ซึ่งมีลูกสาวย่างเข้าวัยรุ่นยังช่วยส่งเสริมให้สามารถปั่นงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างเชี่ยวชาญ