วัยรุ่น: พลาด พลิก ใน 'เกรียนฟิคชั่น' - waymagazine.org | นิตยสาร WAY
GreanFiction

วัยรุ่น: พลาด พลิก ใน ‘เกรียนฟิคชั่น’

Grean Fictions Thai Film

เรื่อง: คุณนิ่ง

ภาพ: facebook.com/studiocommuan

 

พลิกผัน

 

อาจารย์วิชาศิลปะการละครได้เคยบอกไว้ว่า ความตลก เกิดมาจากเหตุการณ์ที่พลิกไปจากความคาดหวัง อารมณ์สะดุดกึกฉับพลันจึงเกิดขึ้นและระเบิดเป็นเสียงหัวเราะ

 

เกรียนฟิคชั่น ประกอบไปด้วยเหตุการณ์พลิกความคาดหวังมากมาย ทั้งในบทสนทนาและสถานการณ์ที่ฮาได้โดยไม่ต้องอาศัยคำพูด ภาพยนตร์ตอบสนองผู้ชมที่ตามมาดูเพื่อความบันเทิงอย่างไม่พลิกความคาดหวังนัก และคงไม่ทำให้ใครต้องบ่นเสียดายเงินเพราะโดนตัวอย่างหนังหลอกมาดู

 

แต่ใช่ว่าเรื่องพลิกความคาดหมายทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องตลกได้เสมอ จุดหักมุมเล็กๆ น้อยๆ ไล่ไปจนถึงจุดใหญ่ใจความของเรื่อง สร้างอารมณ์จุกในใจของผู้ชม บางทีอาจจะหุบยิ้มแทบไม่ทัน และน้ำตาก็อาจซึมออกมาเพราะสงสารชะตากรรมของตัวละคร ทั้งนี้เพราะความรักไม่สามารถมาทำให้เป็นเรื่องตลกโปกฮาในคาเฟ่ได้เมื่อมันสร้างความผิดหวังรุนแรง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเศร้าแสนสามัญที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของวัยรุ่นที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกนางเอกในนิยายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

 

ทุกการหักมุมซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ ในเนื้อเรื่อง แม้จะเป็นประเด็นที่ดูยิบย่อย แต่มันกำหนดให้ตัวละครต้องเฉไปจากเส้นทางที่คาดไว้ ทีละนิด ทีละนิด จนไปกันใหญ่ บางคนอาจมองว่าเนื้อเรื่องค่อนข้างเป็นไปอย่างเรื่อยเปื่อย ปมขัดแย้งไม่ได้มีแค่ปมเดียว และอาจเกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่องตามเส้นทางที่ตัวละครเดินไป แต่กระนั้นโครงเรื่องนวนิยายแบบนี้มิใช่หรือที่ใกล้เคียงกับสภาพชีวิตจริงที่สุด ชีวิตที่เจอแต่เหตุการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในแผนแรกที่วางเอาไว้

 

ความพลิกผันไม่ใช่เรื่องตลกเสมอไปและมันอาจจะทำให้ใครต้องร้องไห้โฮในบางครั้ง แต่ก็อย่างที่ตัวละครหัวหน้าคณะตลกได้พูดปลอบใจตี๋ “ถ้าจะโกรธก็ขอให้โกรธแบบยิ้มๆ เพราะว่าเรายังต้องทำมาหากินกันต่อไป” หรือประธานชมรมละครได้บอกไว้ว่า ไม่ว่าจะเจออะไรบนเวที ท่องไว้ เดอะโชว์มัสโกออน

พลาดพลั้ง

 

ชีวิตเราอาจจะถูกจำกัดไว้ด้วยช้อยส์ไม่กี่ข้อที่กำหนดโดยคนที่เราไม่รู้จัก

 

ไม่แน่ใจว่าถ่ายทอดข้อความมาอย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ แต่แน่ใจว่าผู้ที่พูดข้อความนี้คือวัยรุ่นม.ปลายคนหนึ่งที่กำลังเป็นกังวลกับอนาคตของตนที่ผูกติดอยู่กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

 

เขากลัวว่าจะตอบผิด มันก็มีความน่าจะเป็นถึงสามในสี่ต่อคำถามหนึ่งข้อ เหงื่ออาจซึมออกมือขณะชั่งใจว่าจะฝนข้อไหน เพราะความต่างที่เกิดจากคะแนนข้อนั้น สามารถลากเขาไปยังทางที่เขาไม่ได้เต็มใจเลือก

 

กระนั้นก็ดี ในความเป็นจริงอย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนทราบ ไม่ใช่คำถามสี่ตัวเลือกเหล่านั้นเพียงปัจจัยเดียวที่กำหนดชะตาชีวิตเรา เพราะโอกาสที่จะเลือกผิดของเราเกิดขึ้นอยู่ตลอดเส้นทางชีวิต ใครบางคนอาจหมดลมหายใจพร้อมกับความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ลองเลือกข้ออื่นๆ เผื่อว่ามันจะถูก…

 

ตอนที่ตี๋ตัดสินใจนั่งรถไฟเป็นระยะทางไกล เขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน หรือหากมี-ก็มั่นใจได้ว่ามันไม่ใช่ สถานีที่เขาต้องหยุดอยู่ในตอนท้าย เหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้เสมอและมันอาจทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างจุดมุ่งหมายกับจุดสุดท้ายที่ถูกบังคับให้ต้องพำนักอยู่ แต่ตี๋ยังโชคดี ที่เขาสามารถมีความสุขอยู่กับมันได้และไม่อาลัยอาวรณ์ต่ออดีตที่ทิ้งไว้อีกปลายข้างหนึ่งของทางรถไฟ

 

 

 

รอยแผล

 

เรื่องฝังใจของใครหลายคนอาจเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น วัยที่ไวต่ออารมณ์ความรู้สึกต่างๆ นานา ชอบ รัก อกหัก เศร้า เหงา ฯลฯ เราเป็นทั้งผู้ที่ถูกคนอื่นสร้างรอยแผลให้ และเป็นอีกคนที่สร้างรอยแผลให้ใครคนอื่น การล้อเลียน การหักหลัง การทอดทิ้ง ที่สะท้อนอยู่ในเกรียนฟิคชั่นนั้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในโรงเรียนมัธยมฯ บางครั้งก็แค่พลั้ง แต่บางครั้งก็กระทำอย่างเลือดเย็น จนเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งการเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำก็ซ้อนทับกันเป็นบาดแผลในใจได้ไม่ต่างกัน และทำให้เรารู้สึกหวาดกลัวกับการกระทำต่างๆ ของตนมากขึ้นเมื่อก้าวผ่านสู่อีกวัย

 

เพราะยังคงเห็นรอยเลือดที่เปื้อนมืออยู่จางๆ ความสัมพันธ์ที่เปี่ยมอารมณ์ความรู้สึกแบบรักวัยรุ่นจึงกลายเป็นของอันตราย และคนเป็นผู้ใหญ่ควรหัวเราะเยาะเย้ยมันดังๆ ขณะที่จ้องมองแผลเป็นของตน

 

ผิดแผก

 

ที่สุดแล้วตอนจบของภาพยนตร์ที่ถูกคาดหวังให้แฮปปี้เอนดิ้งก็เป็นได้แค่การเขียนบทของตัวละครเอง เป็นแค่ความคาดหวังที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงและอาจจะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย แต่อย่างน้อยมันก็สะท้อนว่าสิ่งที่เหลืออยู่และเป็นรางวัลให้ชีวิตของตี๋หลังจากพบความผิดหวังมามากมายคือความสามารถของเขาในการมองอนาคตอย่างมีความหวัง และมีจินตนาการในการวางโครงเรื่องโดยไม่ถูกจำกัดด้วยความน่าจะเป็นที่ใครคนอื่นคะเนไว้ให้ และนั่นก็คือคุณสมบัติที่ทำให้คนอย่างตี๋สร้างรอยยิ้มให้ผู้อื่นได้เสมอ

 

ตี๋อาจจะคิดว่า หากชีวิตของเพื่อนๆ ไม่ได้เป็นไปตามบทที่เขาเขียนไว้ให้ มันก็ไม่ได้ผิดอะไร เหมือนกับการที่ชีวิตของเขาผิดแผกไปจากที่หวังไว้ เขาก็ไม่อาจพูดได้ว่ามันผิดพลาดแต่อย่างใด – เขาก็ยังคงหัวเราะให้กับนิยายเรื่องใหม่ได้เสมอ

 

 

Grean Fiction Poster

 

 

 

author
อภิรดา มีเดช
อดีตภูมิสถาปนิกที่สนิทสนมกับตัวหนังสือมากกว่าต้นไม้ สารพัดขนแมวที่ติดอยู่บนเสื้อสีดำเป็นเครื่องหมายแสดงความจิตใจดี เป็นเครื่องประดับแสดงความเป็นทาสแมว สนใจด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ประวัติศาสตร์ การเมือง รวมถึงการวิพากษ์สังคมและบุคคลอย่างตรงไปตรงมา
(กองบรรณาธิการ WAY ถึงปี 2559)