ไม่ใช่แค่เธอ ไม่ใช่แค่เขา และความรู้สึกของเรา - Greasy Cafe - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

ไม่ใช่แค่เธอ ไม่ใช่แค่เขา และความรู้สึกของเรา – Greasy Cafe

greasy cafe1

เรื่อง : ธนเวศม์ สัญญานุจิต

ภาพ: อนุช ยนตมุติ

 

 

Greasy Cafe คือวงดนตรีของ เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร ที่แต่งเพลงเองและร้องเอง ว่ากันว่าบทเพลงของ Greasy Cafe แวดล้อมด้วยบรรยากาศหม่นเศร้า แต่เมโลดี้สวยงาม ที่หากฟังแล้วจมลงไปในบทเพลง คุณอาจน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว

เอาล่ะ เรื่องนั้นมันแล้วแต่คนฟัง ที่แน่ๆ เล็กเคยร้องไห้กับเพลงของตัวเอง ชนิดที่ไม่อาจอัดเสียงต่อได้ตอนทำอัลบั้ม

ร้องเพราะมันเศร้า เขาว่าโลกนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่ใครๆ พร่ำพูด

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2543 ค่ายเพลงเล็กๆ ที่ชื่อ สมอลล์รูม ได้ปล่อยอัลบั้มรวมศิลปิน สมอลล์รูม 001 ออกมาสู่นักฟังเพลงทั่วประเทศ และหนึ่งในนั้นมีชื่อวง Greasy Cafe ร่วมทำเพลง

ปีถัดมา สมอลล์รูม 002 วางจำหน่ายอีกครั้ง และวงนี้ก็ร่วมทำเพลงออกมาเช่นกันจนปี 2551 Greasy Cafe ได้ออกอัลบั้มเต็มของตัวเองครั้งแรกในชื่อ ‘สิ่งเหล่านี้’ สร้างกระแสให้เกิดแฟนเพลงที่คอยติดตามวงนี้อยู่ไม่น้อย จนหลังอัลบั้มที่ 2 ‘ทิศทาง’ ออกมาในปีถัดมา เรียกได้ว่า นักฟังเพลงอินดี้ทั้งหลายในเมืองไทย น้อยคนนักจะไม่รู้จัก Greasy Cafe

 

ความเศร้ากระจายอยู่รอบตัว        

เพลงแทบทุกเพลงที่เกิดขึ้นจาก Greasy Cafe นั้นมาจากเรื่องราวส่วนตัวของเล็ก มีเพียง 1 หรือ 2 เพลงเท่านั้นที่แต่งจากเรื่องของคนรอบข้าง อย่างเพลง ‘ภาพชินตา’ หรือ ‘31 ธันวา’

ในตอนทำอัลบั้มแรก เล็กไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เขาเล่า สามารถเป็นเพลงได้จริง เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ แต่หลังจากอัลบั้มแรก ผลที่ออกมาก็ทำให้เขาพอใจมาก

“มีคนบางกลุ่มที่รับฟังมันได้อย่างโอเคมากๆ เลยทำให้เรารู้สึกว่า เออ จริงๆ เรื่องส่วนตัวของแต่ละคนเนี่ย มันอาจคล้ายๆ กันก็ได้”     

บทเพลงของ Greasy Cafe หลักๆ แล้วพูดถึงแต่เรื่องราวของความรักที่จบลงแบบไม่สวยงาม การเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ และการจากลา ในเนื้อเพลงที่ทุกถ้อยคำฟังแล้วช่างเศร้าสร้อยและเจ็บปวด จนคนฟังหลายๆ คนเห็นว่า เอกลักษณ์ของวงนี้ คือการเล่าเรื่องความรักในแง่ลบ เจ็บปวด แล้วยิ่งบทเพลงที่ทุกคนที่รู้จักวงนี้ต้องเคยฟัง อย่าง ‘สิ่งเหล่านี้’ ทำให้เข้าใจได้ว่า เล็กนั้นไม่เชื่อในความรัก จนไม่ได้มองความรักเป็นสิ่งสวยงาม

“คือเราไม่ได้ตั้งตัวว่าเป็นนักแอนตี้อะไรอย่างนี้นะ เปล่าเลย แต่เราเจอเรื่องอย่างนั้นจริงๆ และก็แค่พูดถึงสิ่งที่เราเจอและรู้สึกกับมันมากๆ เท่านั้นเอง”

ในความเป็นจริง เล็กก็เหมือนคนทั่วๆ ไป ที่มองความรักเป็นเรื่องสวยงามและอยากให้คนทุกคนได้พบเจอแต่ความรักที่ดี เพียงแต่ว่ามันคงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างนั้นเสมอไป เขาอยากจะบอกผ่านเพลง โดยในครึ่งแรกของเพลงนี้ว่า เขาเห็นด้วยกับความรักว่ามันสวยงามดั่งที่ใครๆ มอง แต่ในครึ่งหลังของเพลง เล็กพูดกับตัวเองว่า มันเกิดขึ้นได้จริงหรือ โอเค ความรักสวยงามมันสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ‘แต่ไม่ใช่ฉัน’

“หลายๆ คนถามว่า จริงๆ แล้วเนื้อเพลงหมายความว่าอะไร เราก็ยังไม่แน่ใจนะ คือลองฟังดูสิ มันเล่าแบบไม่ปะติดปะต่อ เป็นหลายๆ ช่วงของชีวิต เอามาเล่าเป็นเพลงๆ หนึ่ง มันอาจเหมือนหนังบางเรื่องที่ไม่ได้เล่าแบบ 1 ถึง 10 แต่อาจเป็นแบบ 10 แล้วไป 7 อะไรแบบนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นก็แล้วแต่จะตีความ”

 

 “แต่ไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่แค่ฉัน ที่เชื่อว่าดวงดาวจะมีอยู่เต็มฟ้าทุกคืน แต่เราต่างเกิดมา เพื่อให้คนคนหนึ่ง

ทำร้ายและกลืนชีวิตเราไป ไม่ใช่แค่เธอ หากยังมีฉัน ที่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความฝัน

– สิ่งเหล่านี้ Greasy Café –

 

“เรารู้สึกว่าอย่าโกหก จงซื่อสัตย์น่ะ แบบพูดอะไรก็พูดเถอะ แล้วใครรู้สึกยังไงคืออีกเรื่องหนึ่ง เขาเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ชอบหรือไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ว่า เราเล่าเรื่องที่รู้สึกจริงๆ”

เล็กไม่เคยนิยามตัวเองว่าต้องเป็นคนที่แต่งแต่เพลงหรือร้องแต่เพลงเศร้าจากความรัก ในอัลบั้มเพลงของเขา ยังมีเพลงสนุกๆ บอกเล่าเนื้อหาเหน็บแนมคนที่เล็กเคยเจอแทรกตัวอยู่

 

greasy cafe 4

 

ความเศร้าของ Greasy Cafe       

“การที่เราเลือกที่จะจมอยู่กับมันแป๊บนึงอย่างนี้ โอเค มันอาจทำให้เราแย่ แต่ก็ทำให้เข้าใจเรื่องนั้นมากขึ้น เพื่อเวลาเราลุกขึ้นมาแล้ว เราจะเข้าใจมันจริงๆ”

เป็นคนที่มักจมอยู่ในห้วงความเศร้า อาจจมลงไปลึกกว่าคนปกติด้วยซ้ำ เขาถึงเข้าใจและเห็นอะไรหลายๆ อย่างในห้วงนั้น จนเก็บรายละเอียดมาเขียนเป็นเพลงที่บาดลึก

หลายคนเคยบอกเล็กว่า ฟังเพลงของเขาแล้วรู้สึกเศร้ามากๆ แย่มากๆ ไม่ต่างกัน เวลาเล็กเขียนเนื้อก็รู้สึกเช่นนั้น

“กว่าจะผ่านมาได้ แต่ละนาทีผ่านไปอย่างยากลำบาก ย่ำแย่มากจนไม่คิดว่าจะเขียนเป็นเพลงได้”  หรือเพลงบางเพลงที่เล็กไม่สามารถอัดเสียงในตอนนั้นได้ เพราะความรู้สึกยังไม่ผ่านไป เขาเกือบร้องไม่ได้

เวลาที่อัดเสียง หรือบางครั้งตอนเล่นดนตรี เสียงเพลงก็นำพาอารมณ์ของเล็กกลับไปในห้วงเวลานั้นอีกครั้ง แม้จะไม่ย่ำแย่แล้ว แต่ครั้งหนึ่งเห็นแฟนเพลงที่อยู่หน้าเวทีในคอนเสิร์ต ร้องไห้น้ำตาไหลพรากต่อหน้า เล็กก็เกือบร้องเพลงนั้นต่อไปไม่ได้

“เราคิดว่าเข้าใจเขานะ คือเชื่อว่าเขากำลังเจอมันอยู่ แต่ตอนลงมาแล้วเราไม่เจอคนฟังคนนั้น คืออยากคุยน่ะว่าเป็นไง เราก็แย่ไปเหมือนกัน” เล็กว่า ซึ่งต่างจากอดีต ที่ไม่เคยเชื่อว่าบทเพลงของเขาจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกข้างในคนอื่นได้มากมายขนาดนี้

เพลงของ Greasy Cafe ไม่ใช่เพลงที่ฟังง่ายนักถ้าเทียบกับเพลงรักทั่วๆ ไป อาจเข้าถึงยากกว่า เมื่อฟังครั้งแรกหลายๆ คนจะไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อฟังซ้ำและใช้เวลาอยู่กับเพลง ความเศร้าจะถาโถมและจมลงสู่บทเพลง

ในการแต่งเพลงขึ้นมาสักเพลงหนึ่ง บรรทัดที่จะเล่าเรื่องนั้นมีจำกัด เล็กเลยพยายามใช้คำที่ไม่สิ้นเปลือง กระชับ และบางทีเล็กรู้สึกว่า ต้องใช้คำๆ นี้ คำที่อาจแปลกหูไม่เคยได้ยินมาก่อน ต้องคำนี้เท่านั้นเพราะเล่าเรื่องได้ชัดเจนที่สุดและสั้นที่สุด

“เรารู้สึกว่ามันต้องมีคำนี้แหละ จะถูกหรือผิดยังไงไม่รู้แหละ แต่มันอธิบายสิ่งที่เราจะพูดได้ดีที่สุด เลยเกิดเป็นคำบางคำที่ถูกใช้ในเพลง”

เพลงแต่ละเพลงที่เล็กแต่ง ใช้เวลาในการเขียนไม่เท่ากัน เพลงบางเพลงกว่าจะได้ท่อนฮุคก็ต้องใช้เวลานานหลายเดือน หรือเพลงบางเพลงก็สามารถเขียนออกมาทั้งเพลงได้โดยใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงหรือ 45 นาที เพราะความรู้สึกที่มีต่อเรื่องๆ นั้นที่จะเล่าออกมาไม่เท่ากัน

สิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่สำหรับเล็กไม่ได้มีเพียงเรื่องความรัก บางครั้งก็เศร้ากับเรื่องการแตกแยกของสังคมที่จบลงด้วยการทำร้ายซึ่งกันและกัน

 

“วันเปลี่ยน เวียนผ่านคืนงดงาม คงเหลือเพียงความโหดร้าย ก่อตัว ในหัวใจ
เราต่าง โดนเปลี่ยนไปหลายทาง ความจริง เรามาจากไหน เราหลงทางกันขนาดนี้

– คำตอบ Greasy Cafe –

 

greasy cafe2

 

เป้าหมายไม่ได้มีไว้พุ่งชน

เหมือนนักดนตรีส่วนมาก เล็กชื่นชอบในเสียงเพลงมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยเริ่มจากหัดเล่นกลองเล่นเบส-เล่นกีตาร์ จนได้ไปเรียนถ่ายภาพที่อังกฤษ และจบออกมาเป็นช่างภาพ

ตอนเล็กได้งานถ่ายภาพวงดนตรีอินดี้ให้แก่นิตยสารหัวนอกฉบับหนึ่ง และหนึ่งในวงที่ถ่ายคือ วง ครับ และได้รู้จักกับ รุ่ง หรือ รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งค่ายเพลงสมอลล์รูม พูดคุยกันถูกคอ จึงถูกชักชวนมาทำเพลงลงใน สมอลล์รูม 001 และ 002 เล็กเลยเริ่มสนุกกับมัน ตอนนั้น เล็กยังคงทำงานถ่ายภาพควบคู่กับการทำดนตรี จนตอนหลังจึงหันมาจริงจังกับงานดนตรีอย่างเดียว และออกอัลบั้มของตัวเองในที่สุด

“คือหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเรา เราไม่เคยตั้งเป้ามันเอาไว้เลย ไม่ใช่แบบ วันหนึ่งเราจะเป็นนักดนตรี วันหนึ่งเราจะเป็นช่างภาพ ไม่เคยตั้งเป้าอะไรเลย เทียบกับบางคนที่แบบว่า เป้าหมายอีก 5 ปีข้างหน้า จะทำอันนี้ แล้วพุ่งทะยานออกไปเลย”

บางครั้ง เป้าหมายอาจไม่ได้มีไว้พุ่งชน เล็กแค่ทำในสิ่งที่ชอบ ซื่อสัตย์ และไม่โกหกตัวเอง ไม่ต่างจากการทำให้เต็มที่ตอนโอกาสมาถึง

“การอยากมีตัวตน ผมว่าไม่เป็นไร ทำเหอะ ถ้าทำได้นะ ก็เหมือนรายการโทรทัศน์ที่มีคนเล่นกีตาร์มือเดียว คนนั้นสุดยอดนะ ไม่รู้ว่า เขาอยากจะเป็น ‘ใครซักคน’ รึเปล่า แต่ที่ได้ดูคลิป เขาบอกแค่อยากแชร์เรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง และก็อยากให้คนที่เป็นเหมือนเขามีกำลังใจ โอเค มีบ้างบางคนที่อาจต้องการมีตัวตนจนมากเกินไป แบบพยายามจนเกินไป เคยเจอคนแบบนั้น”

พยายามเกินไปในความหมายของเล็ก คือการเฟค

“เหมือนแบบ เฮ้ย เราต้องใส่เสื้อผ้าแบบนี้ เราต้องบอกว่าเราฟังแต่เพลงแบบนี้ หรือเราต้องตัดผมทรงนี้ ผมบอกว่ามันไม่ผิดที่จะพยายามหรอก แต่บางทีมันรู้สึกได้ ไม่จริงมั้ง มึงไม่ใช่คนแบบนี้แน่ๆ”

 

 

บางความคิดเดินทางอ้อม 

ตอนนี้เล็กกำลังเดินหน้าทำเพลงในอัลบั้มที่ 3 ของ Greasy Cafe ซึ่งเพลงแรกที่ทำอยู่ในอัลบั้มนี้ เป็นเพลงให้กำลังใจคน ต่างจากเนื้อหาเศร้าๆ อย่างที่เคยทำมา

เขาว่าคงเป็นเพราะเพลงที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นแนวเพลงรักในแง่ลบ แต่เขาได้รับการติดต่อจาก ศิลปินหญิงคนหนึ่ง ให้ไปเขียนเพลงให้กำลังใจ ในตอนแรกรู้สึกว่ายากมาก เพราะล็กไม่ค่อยได้พูดแบบนี้ท่าไหร่ ครั้นพอเขียนออกมาแล้วทั้งคนชวนและตัวเองชอบมันมากๆ จนเล็กรู้สึกว่า มันอาจไม่ได้ยากอย่างที่คิด เรื่องของกำลังใจ ใครๆ ก็ต้องการมันในวันที่ย่ำแย่ เขาเองก็เคยได้รับมันมาเหมือนกัน เขาจึงอยากเล่าถึงมันบ้าง

เพราะในงานเพลงที่ผ่านๆ มา เล็กก็ไม่ปฏิเสธว่า มีเพลงบางเพลงที่มีความรู้สึกด้านบวกแฝงเข้ามาบ้างอยู่แล้วอย่าง ‘สูญ’ หรือ ‘ภายใต้ท้องฟ้าสีดำ’

“เราอยากเขียนเพลงที่มันเป็นด้านบวกบ้าง หมายความว่าให้กำลังใจ แต่วิธีการเล่า ก็คงไม่ได้เล่าแบบ ‘เฮ้ย พรุ่งนี้ก็สว่างแล้วนะ ยังไงก็ลุยกันใหม่พรุ่งนี้’ เราคงไม่เล่าตรงๆ อย่างนี้แน่ๆ”

 

“ในวันที่ฟ้าทลายลงมา และสิ่งต่างๆ กลับสูญหายไปในพริบตา
บังเกิดเป็นความอ้างว้างลุกลามสุดตา จับมือฉันไว้ เราจะผ่านสิ่งนี้ไป”

-สูญ Greasy cafe –

 

แม้กระทั่งไอเดียที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เหมือนที่เล็กยกตัวอย่างตอนเดินเข้าร้านขายแว่นตา

“ช่วงนั้นเป็นกำลังแต่งอัลบั้ม 3 เราก็เคยคิดนะว่า ไอเดียมันอยู่ตรงไหน เราไม่เห็นเจอมันเลยช่วงนี้ พอดีไปร้านแว่นร้านหนึ่ง เห็นสวยดี ก็เลยถามราคา ขอดู คนขายบอกอะไรนะคะ ถามเราอยู่ 3-4 รอบ เฮ้ย นั่นมันห้องแอร์นะ ได้ยินเราอยู่แล้ว เราเลยรู้สึกว่า มันคือประเด็นเขียนเพลงใหม่ของเรา คือคนเรามองกันแต่ภายนอก เห็นเราแต่งตัวโทรมๆ ผมเผ้ารุงรัง เลยไม่อยากบริการ”

วงดนตรีไทยในมุมมองของนักฟังดนตรีหัวนอกหลายๆ คนคือ เป็นเพลงต่างประเทศที่ลอกมาเล่นโดยวงไทย แต่เล็กมองต่างออกไป เขาบอกว่ามันคือการมีอิทธิพลต่อเพลง เพราะในเมื่อคนเราชอบอะไรมากๆ สักอย่าง ชอบเสียงกีตาร์ในเพลงนี้ ชอบเสียงกลองของวงนี้ มันก็มีความเป็นไปได้ที่อาจมีอิทธิพลต่องานที่ทำ เหมือนถูกกลั่นกรองออกมาอยู่ในเพลง

“แต่ไม่ใช่ยกมาทั้งยวงแล้วก็อปกันสุดๆ อันนั้นก็เกินไปหน่อย แต่มันเป็นไปได้ที่แบบ เฮ้ยกีตาร์วงนี้มันเสียงเหมือนวงนี้เลย ก็เป็นไปได้ เราว่ามันไม่เป็นไรที่เอาสิ่งที่ชอบมาทำให้เกิดเป็นสิ่งที่เราชอบมากๆ แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ว่า เราชอบแล้วเราเล่นให้เหมือนเลย”

แม้แต่หนึ่งในวงต่างประเทศที่เล็กชื่นชอบอย่าง Coldplay ก็ยังเคยถูกฟ้องว่าเพลงไปเหมือนกับอีกวงหนึ่ง และเล็กก็ไม่รู้ว่า Greasy Cafe ไปเหมือนวงอะไรหรือเปล่า เพราะเขาแค่ทำในสิ่งที่ชอบมากๆ เท่านั้น และเล็กก็มีวงที่ชื่นชอบหลายวงมากจนอาจมีอิทธิพลต่อการทำเพลงของเขาก็ได้

อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร ทำในสิ่งที่เขารักและเล่าเรื่องที่เชื่อมาตลอด 10 ปี เป็นความเชื่อที่มีภาวะโศกสลดของชีวิตเป็นแรงผลักดัน

บางครั้ง เราก็ไม่ต้องมองโลกในแง่ดี ต้องยิ้มอยู่เสมอๆ หรอกจริงไหม

ก็โลกนี้ยังมีคนเศร้าอยู่อีกตั้งมากมาย…

01

author
ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
หญิงแกร่งที่ทำงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้กับ WAY ถ้าเป็นนักฟุตบอลนี่คือผู้เล่นผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ในสายงานข่าว ทั้งคลุกคลี สัมภาษณ์ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้การเป็นคุณแม่ซึ่งมีลูกสาวย่างเข้าวัยรุ่นยังช่วยส่งเสริมให้สามารถปั่นงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างเชี่ยวชาญ