เกาหลีใต้กับวัฒนธรรมการเมาที่สุดในโลก

ที่มา: Graham Hills (CC BY 2.0)

ที่มา: Graham Hills (CC BY 2.0)

ในยุคที่บ้านเมืองถูกปกครองด้วยอำนาจแห่งความโรแมนติกอันถูกส่งตรงมาจากประเทศเกาหลีใต้ ผ่านเครื่องมือส่งเสริมวัฒนธรรมของรัฐบาลอย่างจริงจังตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1990 นอกจากจะทำให้ผู้ชายได้รับอนุญาตให้ร้องไห้ได้ อ่อนไหวเป็น นิยามความสวยงามถูกรื้อถอนและให้ความหมายด้วยคำศัพท์ใหม่ว่า ‘สวยใสสไตล์เกาหลี’

ไม่นับรวมธุรกิจอาหาร เครื่องสำอาง โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินพ่วงแพ็คเกจทัวร์ รวมทั้งเป็นต้นแบบให้วงการละครไทยเปลี่ยนสไตล์การแต่งหน้าที่เน้นแต่งหน้าแบบเน้นคาแรคเตอร์จัด (ตัวร้ายแต่งหนัก นางเอกติดขนตาปลอม) ไปเป็นแต่งหน้าเบาๆ จนดูเหมือนไม่ได้แต่งหน้า ซีรีส์เกาหลียังฉายให้เห็นวัฒนธรรมของการเมาโซจู และอาการไม่ได้สติ (แสนน่ารัก) ว่าเป็นกิริยาและกิจกรรมสามัญของมนุษย์ และอาจพูดได้ว่ามันเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของพวกเขาด้วย

ภายใต้วัฒนธรรมความเมาแสนหนักหน่วง สำนักข่าว Aljazeera หยิบมานำเสนอ พร้อมรายงานสถานการณ์ความเมาของประเทศเกาหลีใต้ โดยอ้างอิงผลสำรวจจากบริษัทวิจัยการตลาด Euromonitor ใน 45 ประเทศทั่วโลกเมื่อปี 2014 พบว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีผู้ดื่มเหล้า ‘เพียว’ มากที่สุดในโลก เฉลี่ยคนละ 13.7 ช็อตต่อสัปดาห์ นำหน้ารัสเซียที่มีค่าเฉลี่ย 6.3 ช็อตต่อสัปดาห์อยู่สองช่วงตัว ตามด้วยฟิลิปปินส์ ที่ดื่มเฉลี่ย 5.4 ช็อตต่อสัปดาห์ ตีคู่มากับนักดื่มไทยที่ 4.5 ช็อตต่อสัปดาห์ ขณะที่ญี่ปุ่นตามมาเป็นอันดับห้าที่ 4.4 ช็อตต่อสัปดาห์

นอกจากจะเป็นแชมป์นักดื่มอันดับหนึ่งของโลกแล้ว การคาดการณ์โดยกระทรวงสุขภาพและสวัสดิการสังคม (Ministry of Health and Welfare) พบมูลค่าความเสียหายด้านสังคมและสุขภาพอันเนื่องมาจากแอลกอฮอล์ในปี 2015 นั้นสูงกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

sk-drunk-2

เหนื่อย เครียด กินเหล้า

“มันเป็นวิธีการสร้างความสัมพันธ์ทั้งเรื่องธุรกิจและความสัมพันธ์ของคนด้วย ในการทำงานจริงๆ มันยากที่เราจะพูดกันตรงๆ แต่ในช่วงเวลาแบบนี้และที่ตรงนี้มันต่างออกไป มันเป็นที่ที่เราได้สร้างความทรงจำร่วมกัน” โซ ซึงบอม (Suh Seung-Beom) นายธนาคารในกรุงโซล กล่าว

เบรนต์ ลี (Brent Lee) เพื่อนของซึงบอม ยังกล่าวด้วยว่า เพราะเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานมาก การดื่มเหล้าจึงเป็นวิธีคลายเครียดจากการทำงานยอดนิยม

จิยอน ชิน (Jiyeon Shin) นักศึกษาหญิงคนหนึ่งกล่าวว่า เธอมักจะออกไปดื่มกับเพื่อนของเธอห้าวันต่อสัปดาห์ ไม่ใช่เหตุผลที่ซับซ้อนอะไรเลย ในเมื่อเธอต้องการระบายความเครียดจากการเรียนที่ยาวนานและหนักหน่วงกว่าวันละ 18 ชั่วโมง

สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกาหลีใต้ครองสถิติดื่มเหล้าหนักที่สุดอาจ เพราะลักษณะของเหล้าและวิธีการที่พวกเขาดื่ม

โซจู คือเหล้าที่ได้รับความนิยมที่สุดในเกาหลี เป็นเหล้าใสผลิตจากข้าว ไม่มีกลิ่น และมักบรรจุอยู่ในขวดเขียว ความแรงอยู่ที่ 25-45 ดีกรี เป็นเครื่องดื่มที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายของทั่วไป ราคาต่อขวดอยู่ที่ 1,200 วอน หรือ 1 ดอลลาร์ หรือประมาณ 35 บาทไทย สถิติการดื่มโซจูในเกาหลีใต้ อยู่ที่กว่า 7 ล้านขวดต่อคืน

ชาง กีฮวุน (Chang Ki-hwun) หนึ่งในผู้วิจัยเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเกาหลีใต้ ให้ความเห็นว่า “ปัญหาหนึ่งของวัฒนธรรมกินดื่มของพวกเขาคือ พวกเขากินเร็วและเมาเร็ว” และเพิ่มเติมว่าในสังคมเกาหลีที่ให้คุณค่าต่อความสัมพันธ์ทางจิตใจ พวกเขาถูกสอนมาไม่ให้ปฏิเสธการดื่มเมื่อถูกชักชวนในวงอาหาร

เมื่อได้รับคำถามถึงสถานการณ์การดื่มหนักของคนเกาหลีใต้ จิยอน ชิน ยังคงมองว่า คงไม่ลดลงในเร็วๆ นี้

“ฉันไม่คิดว่าคนเกาหลีจะดื่มน้อยลง มันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมระหว่างเพื่อนและครอบครัว และมันก็ยิ่งเหนียวแน่นและกลมกลืนอยู่ในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่คิดว่ามันจะลดน้อยลงในเร็ววัน”

SubWay58_Alcohol

เมื่อตำรวจต้องรับบทหนัก

ในสารคดี South Korea’s Hangover สตีฟ เชา (Steve Chao) นักข่าวชาวแคนาดาและผู้สื่อข่าวอาวุโส Aljazeera พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ความเมาของประเทศเกาหลีใต้ ทั้งสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้น ตอนหนึ่งของรายงาน เขาพาตัวเองและคนดูหันไปมองปัญหาผ่านสายตาตำรวจ กลุ่มคนที่ต้องเป็นทั้งผู้เข้าไปไกล่เกลี่ย ควบคุมคนเมา และรองรับพฤติกรรมอันเกิดจากอาการครองสติไม่อยู่

“เราต้องจัดการหลายอย่าง รวมทั้งความสกปรกที่อาจเกิดขึ้นด้วย” ฮาเซล ฮีซุน ชาง (Hazel Hyeseon Chang) เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่นี้ได้สองเดือน กล่าว

เชาถามเธอว่า จากที่เขาเห็น คนเมามักจะตะโกนด่าทอ ข่มขู่ หรือบางครั้งก็พูดจาดูถูกเธอ อะไรที่ทำให้เธอใจเย็น และยังคงปฏิบัติต่อพวกเขาได้ดีขนาดนี้

“เพราะเราเคารพในสิทธิมนุษยชน และเราก็ให้คุณค่ากับมัน แม้กระทั่งคนเมาก็ตาม พวกเขาไม่ใช่คนแย่ เพียงแต่การดื่มเหล้ามันแย่เท่านั้นเอง” และหลังจากพวกเขาสร่างเมา เธอและเจ้าหน้าที่ที่สถานีตำรวจที่ให้การดูแลก็ได้รับคำขอโทษจากนักดื่มเหล่านั้น

 

sk-drunk-3

ดื่มหนัก พักตรงนี้

สถานการณ์ความเมาที่มีผลวิจัยมาการันตีนี้ ถูกรับรองอีกชั้นหนึ่งด้วยเว็บบล็อกอย่าง blackoutkorea.com ที่จะตามไปแอบถ่ายภาพอาการเมาไม่ได้สติของผู้คน ที่ตัวบล็อกอธิบายไว้ว่า

Blackout คือปรากฏการณ์ในเกาหลีใต้ ที่จะพบผู้คนแต่งกายด้วยชุดภูมิฐาน ดูดีและน่าหลงใหล ออกไปสลบไสลอยู่ในที่สาธารณะด้วยอาการหมดสติเนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“มันนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรที่ชัดเจนต่อเรื่องนี้ หรือออกมาให้ความรู้ว่า แค่ไหนที่เรียกว่าดื่มมากเกินไป” ชอน ซังซู (Chun Sung-soo) จากสมาคมสาธารณสุขแห่งเกาหลีใต้ (Korea Public Health Association)

ซังซูกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ผู้คนยังไม่อาจจินตนาการและตระหนักได้ถึงความเสี่ยงในโรคภัยจากการดื่มที่มากเกินไป และรัฐบาลก็ใช้เงินภาษีที่ได้จากการขายเหล้าในจำนวนที่ไม่มากพอ สำหรับการรณรงค์หรือสร้างความตระหนักรู้ในปัญหาสุขภาพจากการดื่มที่มากเกินไปนี้

“กว่า 20 ปีมาแล้ว ที่เราเสนอนโยบายเพื่อจะช่วยลดปริมาณการบริโภคสุราของประชาชนลง เช่น การขึ้นราคาเหล้า การควบคุมจำนวนขาย หรือควบคุมการโฆษณา แต่ร่างกฎหมายเหล่านี้ก็ไม่เคยผ่านสภา”

ซังซูเชื่อว่านักการเมืองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรืออยู่ใต้อำนาจของบริษัทเหล่านี้ จึงทำให้ไม่มีความพยายามจัดการอะไรมากเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม หลังจากแรงกดดันของประชาชนในเรื่องนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาการออกกฎหมายห้ามไม่ให้ดารา เซเลบริตี หรือเน็ตไอดอล ที่มีอายุต่ำกว่า 24 ปี เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 


 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
aljazeera.com
nytimes.com
theguardian.com
blackoutkorea.com
qz.com

 

logo sponsor
Editorial Staffเกาหลีใต้กับวัฒนธรรมการเมาที่สุดในโลก

Related Posts

‘สวอนเลค’ ในสมรภูมิ

อยู่ในแต่ในพื้นที่สีแดงมันเครียด ทหารหน่วยที่ 25 ซึ่งประจำการในเขตปลอดทหาร พรมแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ จึงสลัดรองเท้าบูทหนาหนักแล้วหันไปสวมรองเท้าบัลเลต์ (แต่สีดำนะ)

หมดแก้ว…หมดตูด

พ้นช่วงปีใหม่ ปาร์ตี้จบ คนจำนวนไม่น้อยยังไม่สร่างจากการฉลองอันหนักหน่วง การดื่มเริ่มต้นที่ปาก หมดแก้ว เมา อ้วก แฮ้ง แต่บางคนมีจุดจบของการเริ่มต้นปีใหม่อยู่ที่โถส้วม นั่นไง หมดแก้ว...หมดตูด ตรงตามตัวอักษรทุกประการ

น้ำดื่มใสๆ ปลอดภัยจริงหรือ

น่าเป็นห่วงว่าน้ำดื่มบรรจุขวดที่วางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด สะอาด ปลอดภัย จริงหรือไม่ เพราะผลการตรวจเมื่อปี 2558 พบว่า ตกมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขถึงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ ทั้งด้านกายภาพ ด้านเคมี และการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย นี่คือประเด็นใหญ่ที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติกำลังเฝ้าติดตาม