คนที่คุณก็ไม่รู้ว่าคือใคร

เรื่องและภาพ : ทรงกลด บางยี่ขัน

 

อย่าว่าแต่คุณเลยครับ, ผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขาคือใคร…

ผมมีเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกอยู่กว่า 6,500,000,000 คน เมื่อเทียบกับหน่วยความจำอันน้อยนิดในสมองของผมแล้ว คงต้องบอกว่ายากที่จะจดจำพวกเขาเหล่านั้นได้หมด หลายๆ คนบนโลกผมก็เลยไม่รู้จัก แม้ว่าครั้งหนึ่งเราอาจเคยมองตา กรอกเสียงเข้ารูหูกันและกันมาบ้างแล้วก็ตาม นับเป็นโชคดีของผมที่โลกนี้ ยังไม่มีสหภาพแรงงานของโทรศัพท์มือถือ ไม่เช่นนั้นมือถือของผมมันคงโดดเข้าไปร่วมวงไพบูลย์ด้วยเป็นเครื่องแรกๆ แน่ แม้ว่ามันจะไม่เคยเอ่ยปากกับผมตรงๆ (ทั้งๆ ที่ผมกับมันก็คุยกันแทบจะทั้งวัน)

ผมก็พอจะรู้ว่ามันแอบซ่อนความอัดอั้นตันใจเอาไว้มากโข ก็มันต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำยังกับโรงงานนรก บางคราวก็ทำงานหนักจนตัวร้อนฉ่า ยังไม่ทันจะนอนพักให้หายดี เดี๋ยวตัวมันก็จับไข้ตัวสั่นหวีดร้องโอดโอยเสียงหลงอีกแล้วในความเป็น จริง สำนักงานของผมมีเวลาเปิดปิดเอาไว้หลอกโทรศัพท์มือถืออยู่บ้าง แต่ด้วยลักษณะงานของคนทำนิตยสารที่เวลาทุกนาทีมีค่า โทรศัพท์ของพวกเราเลยต้องทำงานล่วงเวลากันแบบไม่มีที่สิ้นสุด

ยังดีที่ผมไม่มีพฤติกรรมขอเบอร์แจกเบอร์เพศตรงข้ามมาเพิ่มความหนักใจให้โทรศัพท์มือถือมันอีก สัญญาณที่ผ่านเข้าออกเครื่องโทรศัพท์ของผมในแต่ละวัน กว่าครึ่งเป็นสายนิรนามที่แสดงแต่เลขหมายโทรศัพท์เท่านั้น ที่นิยายวิทยาศาสตร์ชอบเขียนกันว่าในอนาคตข้างหน้า เวลาที่ผมเดินทางไปต่างแดนเป็นอีกช่วงเวลาที่โทรศัพท์ของผมดีใจจนออกนอกหน้าเพราะมันจะได้หยุดงานแบบยาวๆ ผมเองก็ดีใจไม่แพ้มันที่หูของผมได้ห่างจากปากโทรศัพท์เสียบ้างในระหว่างการเดินทาง สิ่งที่สวยงามที่สุดสำหรับผมในช่วงนี้คือ ‘คน’

คนดีๆ กับมิตรภาพงามๆ พร้อมจะเปลี่ยนสถานที่ซึ่งธรรมดาที่สุดให้กลายเป็นสถานที่ที่น่าจดจำที่สุดได้ง่ายดายราวกับดีดนิ้ว และกลับกันผมสนุกกับการรู้จักผู้คนยิ่งคนที่ไม่น่าจะมีโอกาสรู้จักก็ยิ่งอยากรู้จัก คำว่า ‘รู้จัก’ อาจจะไม่ได้กินความหมายลึกซึ้งถึงขนาดได้ใกล้ชิดสนิทสนม สำหรับผม แค่ได้เห็นและได้เข้าใจอะไรบางอย่างของพวกเขาบ้าง ผมก็มีความสุขแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับผู้คนระหว่างทางติดต่อสื่อสารกันตรงจากปากสู่หู ไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือเป็นคนกลาง แต่ผมก็ยังรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับผู้คนเหล่านี้มีลำดับขั้นไม่ต่างอะไรจากความสัมพันธ์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากคนที่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ค่อยๆ รู้ว่าเขาคือใคร ในที่สุด

ผู้คนที่ผมได้พบพานในระหว่างทาง พวกเขาเป็นใครกันบ้างผมก็ไม่รู้ บางครั้งจนจากกันไปแล้วก็ยังไม่รู้ แต่ถึงแม้จะไม่รู้อะไรเลย บางคนอาจเคยคุยกันไม่กี่คำ บางคนส่งภาษามือคุยกันไม่กี่ประโยค และบางคนก็ไม่เคยเอ่ยปากเปล่งเสียงใส่กันเลย น่าแปลกที่พวกเขากลับติดแน่นทนนานอยู่ในความทรงจำ แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพวกเขาจะติดต่อสื่อสารกันตรงจากปากสู่หู ไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือเป็นคนกลาง แต่ผมก็ยังรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับผู้คนที่ได้พบเจอในระหว่างทางเหล่านี้ มีลำดับขั้นไม่ต่างอะไรจากความสัมพันธ์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากคนที่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ค่อยๆ รู้ว่าเขาคือใคร ในที่สุด

แรกๆ เราก็เห็นกันเป็นแบบตัวเลข คือเป็นสิ่งที่มองเห็น ใช้เรียกขานได้ แต่ก็ไม่ได้มีความหมายบอกเล่าอะไรลึกซึ้ง จนกระทั่งมีอะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึกว่า ผมได้เปลี่ยนจากการจดจำพวกเขาในสถานะตัวเลขมาเป็นชื่อเสียงเรียงนามแล้ว แม้ว่าผมอาจจะไม่เคยรู้ชื่อของเขาเลย

เชาวเลข สร่างทุกข์ นักแต่งเพลงมือดีแห่งค่ายสมอลล์รูมเคยเล่าให้ผมฟังว่าเพลง Minute of Love ที่เขาแต่งนั้นมาจากวาบความคิดที่ว่า ช่วงเวลานาทีไหนกันนะที่ทำให้คนสองคนไม่ได้เป็นแค่คนที่เดินผ่านกันอีกต่อไป แต่กลายเป็นคนที่เห็นกันและกันในสายตา ไม่รู้เป็นแค่ผมคนเดียวหรือเปล่า, ผมมักจะจดจำนาทีนั้นได้ นาทีที่สมองของผมเปลี่ยนมาจดจำใครสักคนในรูปแบบของชื่อแทนที่ตัวเลข

เมื่อวานผมถามแคชเชียร์สาวในร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินเจียงไคเช็คประเทศไต้หวันว่า ห่อผ้าแพรขนาดจิ๋วหลิว 2 ห่อสีฟ้ากับสีชมพูที่ห้อยอยู่บนบัตรพนักงานที่เธอคล้องคออยู่นั้นคืออะไร เพราะคิดว่าการจะเอาอะไรมาคล้องติดกับบัตรพนักงานนั้นคงเป็นเรื่องไม่ใช่ธรรมดา “ฟอร์ ลัคกี้” หน้าของผมพยักลงกับคำตอบที่ได้รับมือขวาของเธอย้ายไปแตะห่อผ้าแพรเล็กๆ อีกอันที่แปะสก๊อตเทปอยู่บนเครื่องคิดเงิน มือขวาของเธอดึงถุงผ้าแพรออกจากเครื่อง มือซ้ายของเธอดึงสก๊อตเทปออกจากถุงผ้า“ฟอร์ ยู” เธอยื่นมันให้ผมพร้อมรอยยิ้มที่แย้มจนตาหยี ผมก็ไม่รู้ว่าเธอคือใคร เธอคงเป็นใครสักคนที่อยากจะแบ่งปันโชคให้กับผม

เราจะจดจำทุกคนที่รู้จักได้จริงหรือ ในช่วงชีวิตหนึ่งของผม คงไม่มีโอกาสได้พบพานประชากรทั้งหกพันห้าร้อยกว่าล้านคนบนโลก แต่เท่าที่ได้เคยเดินผ่านกัน ผมพร้อมจะเปลี่ยนการจดจำพวกเขาจากเลขหมายเป็นชื่อได้ทั้งหมดจริงๆ หรือ

หลังจากที่ผมใช้งานโทรศัพท์รุ่นเก๋ากึ้กหน้าจอสีเดียวที่ทำกิจกรรมบันเทิงใดๆ ไม่ได้ทั้งนั้นมานานร่วม 5 ปี ก็ถึงคราวที่ผมตกลงปลงใจซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ เป็นรุ่นที่มีเมมโมรีการ์ดความจำมหาศาล ดูๆ ไปแล้วมันมีประสิทธิภาพในการเมมฯ เบอร์โทรศัพท์ในจำนวนที่มากกว่าความสามารถในการหาเพื่อนใหม่ของผมหลายเท่าแน่ๆ แล้วปัญหาเรื่องการเมมฯ เบอร์บนมือถือของผมก็หมดไป

หรือว่าจริงๆ แล้ว ถ้าเราอยากจะจดจำทุกคน เราก็จะจดจำได้ทุกคน

 

WAYคนที่คุณก็ไม่รู้ว่าคือใคร

Related Posts

ในตู้ไปรษณีย์มีนก

แสตมป์เปรียบเสมือนหน้าต่างของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อแสตมป์ต่างชาติต่างภาษามารวมตัวอยู่ด้วยกัน แสตมป์แต่ละดวงทำหน้าที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมของที่ที่มันมาได้อย่างน่าปรบมือ