เรื่องเศร้าหลังคลอด

maternity 03

 

ที่ประเทศอังกฤษ  มีผู้หญิงที่ใช้สิทธิ์ลาคลอดตามกฎหมายมากถึง 50,000 คน ถูกบีบให้ออกจากงานเดิมหรือเปลี่ยนให้ไปทำตำแหน่งอื่น เพราะถูกหัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชากีดกัน

ทั้งที่่รัฐบาลอังกฤษออกกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ว่า นายจ้างจะต้องจ่ายค่าปรับถึง 1,200 ปอนด์ ถ้ากีดกันหรือเลือกปฏิบัติแก่สตรีที่กลับมาทำงานหลังใช้สิทธิ์ลาคลอด ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์ลาได้เต็มที่ 52 สัปดาห์

แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงที่กลับเข้าไปทำงานหลังครบกำหนดลาคลอด บอกว่า ไม่สามารถกลับไปทำงานเดิมได้ และถูกบังคับให้เปลี่ยนไปทำในตำแหน่งที่รับผิดชอบน้อยกว่า และมีไม่น้อยถึงขั้นถูกเลิกจ้าง  ส่วนบางคนที่ได้กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิม บอกว่าโอกาสเลื่อนขั้นนั้นยากมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ช่องว่างระหว่างรายได้ของผู้ชายและผู้หญิงในภายหลัง

Yvette Cooper รัฐมนตรีคนแรกของอังกฤษจากพรรคแรงงาน ที่ใช้สิทธิลาคลอดระหว่างการทำงาน  อธิบายว่าเธอเองรู้ซึ่งความยากลำบากที่ต้องเผชิญหลังลาคลอด เป็นอย่างดี

“เมื่อฉันมีลูกคนที่ 3  ผู้บังคับบัญชาของฉันทั้งข่มขู่เรื่องไม่ให้ลาคลอด  ตลอดเวลาที่ลาพักเขาก็ไม่พูดคุยสื่อสาร และพยายามเปลี่ยนงานและตารางการทำงาน”  เธอยังย้ำอีกว่า มันไม่ต่างอะไรกับการกีดกันทางเพศ

“ทั้งๆ ที่เรื่องงาน ควรเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราควรจะนึกถึงในช่วง 2-3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอด หรือเดือนแรกที่อดตาหลับขับตานอนมากที่สุด”

Cooperให้คำมั่นว่า พรรคแรงงานจะผลักดันให้มีบทลงโทษขั้นรุนแรงแก่นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงาน เช่นเดียวกับการหาทางกระจายและเพิ่มศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่ราคาย่อมเยาและยืดหยุ่นสำหรับเวิร์คกิ้งวูแมนทั้งหลาย

maternity 02

ทั้งนี้ บริษัทกฎหมาย the legal firm Slater & Gordon สำรวจและสอบถาม แม่จำนวน 1,000 คน พบว่า มากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าพวกเธอไม่มั่นใจถึงสิทธิของตัวเอง และ ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง โดยเฉพาะการปฏิบัติจากนายจ้างเมื่อกลับไปทำงาน

เกือบครึ่งบอกว่า ตำแหน่งหน้าที่ที่เคยทำก่อนลาคลอด เปลี่ยนไป  โดย 1 ใน 20 คนยอมรับว่า งานแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับก่อนคลอด  และ มากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ถูกปฏิเสธเมื่อขอปรับชั่วโมงการทำงานให้ยืดหยุ่นมากขึ้น

Cooper ย้ำว่า ช่วง 2-3 เดือนแรกของลูก คือ เวลาสำคัญที่สุดที่แม่กับลูกจะได้ใช้ร่วมกัน แต่แม่รุ่นใหม่กลับมีน้อยลงเรื่อยๆ

“การที่ความเป็นแม่ถูกเลือกปฏิบัติถือเป็นเรื่องน่าอับอายที่สังคมยังไม่เคยรับรู้”

ตัวเลขจาก the legal firm Slater & Gordon เผยอีกว่า ผู้หญิงมากถึง 50,000 คน ไม่มีงานกลับไปให้ทำ นั่นเพราะนายจ้างคิดว่า ไม่จำเป็นต้องดูแลหรือให้ความใส่ใจกับพนักงานหญิงที่มีลูกเล็กอย่างจริงจัง

“หลายคนพบว่างานตัวเองเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัวหรือไม่มีการบอกกล่าวก่อน หลายคนไม่ได้รับการขึ้นค่าจ้าง ครึ่งหนึ่งบอกว่างานที่กลับไปท แย่ลงเรื่อยๆ  รัฐต้องทำอะไรสักอย่าง ต่อการกีดกันความเป็นแม่เหล่านี้ และจัดการขั้นรุนแรงกับบรรดานายจ้างที่ไม่ยอมทำตามกฎ”  cooper ย้ำ

 

***************************************

ที่มา : independent.co.uk

 

สนับสนุนโดย

 

 

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ

เป็นหญิงแกร่งหลังบ้าน WAY ที่แท้จริง อาจมีผลงานปรากฏสู่สายตาไม่ถี่บ่อยนัก แต่ทุกชิ้นรับประกันคุณภาพจากประสบการณ์ในสายงานข่าวที่คลุกคลี ทั้งสัมภาษณ์ บันเทิง และไลฟ์สไตล์

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะเรื่องเศร้าหลังคลอด

Related Posts

Savita’s Law: ชัยชนะของชาวไอริชกับสิทธิการทำแท้ง

ศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม ชาวไอริชไปลงประชามติเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 8 ที่ห้ามการทำแท้ง ด้วยเสียงสนับสนุนถึง 66 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะพิจารณาอนุมัติร่างกฎหมายที่อนุญาตให้มีการทำแท้งได้ในหลายกรณีมากขึ้น

ดูคอนเสิร์ตบ่อย ชีวิตยิ่งยืนยาว

ถ้าเคยรู้สึกฟินสุดๆ ตอนดูคอนเสิร์ต ก็อาจได้ฟินต่อไปอีกนานหลายปี เพราะมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า การดูคอนเสิร์ตบ่อยๆ ทำให้อายุยืนยาวขึ้นได้

อังกฤษตั้งกระทรวงใหม่ รับมือ ‘ความหว่อง’

รัฐบาลอังกฤษตั้งกระทรวงความเหงาขึ้นเพื่อรับมือกับประชาชนผู้โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาในประเทศ โดยเป็นการสานต่องานขององค์กรที่เริ่มโดยอดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานผู้ล่วงลับ โจ คอกซ์