ใน ร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ จะมีส่วนควบคุมดูแลการใช้ยาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมควรร่วมกันจับตา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันโดยตรง
.
นั่นคือ จะเน้นว่าต้องเป็นยาที่รกษาสัตว์เมื่อสัตว์ป่วย ไม่ควรนำไปผสมในอาหารสัตว์
.
“ตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องเอายาปฏิชีวนะมาผสมในอาหารสัตว์ ไม่ได้ต้องการให้สัตว์ไม่ป่วย หรือรักษาโรค แต่ต้องการให้เจริญเติบโต” ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ให้ข้อมูล
.“ยาปฏิชีวนะเหล่านี้ก็ตกค้างอยู่ในสัตว์ แล้วมนุษย์เราก็ไปบริโภค มันก็เข้ามาอยู่ในวงจรอาหารของมนุษย์“ปกติสัตว์ป่วยเท่านั้นจึงจะได้ยา สัตว์ก็เหมือนเรา เมื่อป่วยก็ต้องได้ยา และยาก็เป็นยาที่จำเป็นต้องใช้ในโรคนั้น เช่น เด็กเล็กๆ ท้องเสียจากไวรัส เราก็ไม่ให้ยาปฏิชีวนะ เพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย”
.
โดยหลักการคือ เมื่อป่วยก็ต้องรักษา แต่ไม่ใช่กินยาเพื่อให้โตเร็ว หรือป้องกันไม่ให้ป่วย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
.
นั่นคือ จะเน้นว่าต้องเป็นยาที่รกษาสัตว์เมื่อสัตว์ป่วย ไม่ควรนำไปผสมในอาหารสัตว์
.
“ตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องเอายาปฏิชีวนะมาผสมในอาหารสัตว์ ไม่ได้ต้องการให้สัตว์ไม่ป่วย หรือรักษาโรค แต่ต้องการให้เจริญเติบโต” ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ให้ข้อมูล
.“ยาปฏิชีวนะเหล่านี้ก็ตกค้างอยู่ในสัตว์ แล้วมนุษย์เราก็ไปบริโภค มันก็เข้ามาอยู่ในวงจรอาหารของมนุษย์“ปกติสัตว์ป่วยเท่านั้นจึงจะได้ยา สัตว์ก็เหมือนเรา เมื่อป่วยก็ต้องได้ยา และยาก็เป็นยาที่จำเป็นต้องใช้ในโรคนั้น เช่น เด็กเล็กๆ ท้องเสียจากไวรัส เราก็ไม่ให้ยาปฏิชีวนะ เพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย”
.
โดยหลักการคือ เมื่อป่วยก็ต้องรักษา แต่ไม่ใช่กินยาเพื่อให้โตเร็ว หรือป้องกันไม่ให้ป่วย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร