Somewhere you belong: เชสเตอร์ เบนนิงตัน

 

ภาพประกอบ: Shhhh

 

พ้นเที่ยงคืนเข้าเช้าวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ตามเวลาไทย TMZ คือแหล่งข่าวต้นทางหนึ่งเดียวที่ออกมารายงานว่า เชสเตอร์ เบนนิงตัน (Chester Bennington) นักร้องนำของ Linkin Park เสียชีวิตแล้ว

หลังจากนั้นสำนักข่าวใหญ่ๆ ก็เริ่มเทข้อมูลขยายจากของ TMZ ออกมา จนที่สุดแล้ว ข่าวนี้ก็ไม่ปลอมเหมือนที่ใครหลายคนหวังว่ามันจะเป็น และสาเหตุจากการชันสูตรที่ตามมาคือ ผูกคอตาย ที่บ้านพักใน Palos Verdes Estates ลอสแองเจลิส

บรรดาคำถามของแฟนเพลงท่วมไปทั่วเพจเฟซบุ๊ค รวมถึงทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของวง แล้วคำตอบก็มาจาก ไมค์ ชิโนดะ สมาชิกของ Linkin Park ที่ออกมาทวีตว่า

“Shocked and heartbroken, but it’s true. An official statement will come out as soon as we have one.”

เชสเตอร์ เบนนิงตัน ฆ่าตัวตาย การตัดสินใจของเขาเกิดขึ้นก่อนมิวสิควิดีโอล่าสุด ‘Talking to Myself’ จากอัลบั้ม One More Light จะถูกปล่อยลงยูทูบไม่กี่ชั่วโมง

One More Light เป็นหนึ่งในหลายๆ งานยุคหลังของ Linkin Park ที่ไม่ค่อยเป็นที่จดจำ ด้วยแนวเพลงที่เปลี่ยนไปจากจุดเริ่มต้นในกระแสเมนสตรีมเมื่อปี 2000 ไกลมาก

Hybrid Theory คืออัลบั้มสร้างชื่อให้กับ Linkin Park หนึ่งในต้นแบบวงร็อคที่มีนักร้องสองคนยืนเป็นฉากหน้า ด้วยสุ้มเสียงต่างสไตล์ แร็ปและแผดเสียงแตก แบบแรกเป็นของ ไมค์ ชิโนดะ อย่างหลังเป็นหน้าที่ของคนหนุ่มก้าวร้าว เชสเตอร์ เบนนิงตัน กับซิงเกิลที่ส่งให้พวกเขาเป็นวงดนตรียอดนิยมของโลกอย่าง ‘One Step Closer, Papercut’ และเพลงที่เปิดกันทั่วประเทศไทย ได้ยินแม้ในตลาดนัดอย่าง ‘In the End’

กับอัลบั้มถัดมา Meteora ยังคงฮิตต่อเนื่อง ในยุคที่ Nu-Metal อยู่ในขาขึ้น เพลง hybrid ผสมผสาน ซินธ์ เมทัล แร็ป อัลเทอร์เนทีฟ พูดให้ง่าย คือ Linkin Park ทำให้เพลงที่มีเสียงร้องตะคอกแตกพร่ามีที่ยืนในกระแสหลักได้โดยไม่มีใครรำคาญหู

บวกกับทศวรรษนั้น MTV, Channel V หรือแม้แต่ VH1 ยังทรงอิทธิพลต่อรสนิยมการฟังเพลงของวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เติบโตมาพร้อมๆ กับการซื้อเทปและซีดีมาอ่านเนื้อ เปิดลำโพงดังลั่นในห้องนอน สองอัลบั้มแรกของ Linkin Park จึงมียอดขายกระฉูด ทุกซิงเกิล ทุกอัลบั้ม เข้าถล่มทุกชาร์ตได้สบายๆ

แล้วก็เหมือนที่ใครๆ ว่ากัน นี่คือวงดนตรีที่มีอัลบั้มที่ดีและดังจริงๆ แค่สองชุด – จากทั้งหมดเจ็ด บ้างบอกว่า Linkin Park แผ่วไปพร้อมๆ กับคลื่น Nu-Metal ที่ถูกลมพัดออกนอกทะเล กับอีกหลายเสียงที่บอกว่า ความตีบตันทางความคิดคือสาเหตุ หรือไม่ก็ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อให้หลุดจากข้อผูกมัดของตัวเอง ไม่ให้ดับสลายไปเหมือน Nu-Metal วงอื่นๆ ที่ดังเป็นพลุแล้วร่วงหล่นเงียบเชียบ

ไม่แปลกที่คนส่วนหนึ่งจะรู้สึกเศร้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญของเชสเตอร์ พวกเขาสูญเสียศิลปินในดวงใจ ไอดอล ผู้สร้างแรงบันดาลใจ และเพื่อนคนสำคัญที่เติบโตมาพร้อมกับพวกเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ

ข้อมูลหลายแหล่งพูดตรงกันว่า แม้จะทำหน้าที่บนเวทีและสวมบทบาทนักร้องนำของ Linkin Park ได้อย่างเป็นมืออาชีพ ลึกเข้าไปข้างในนั้น เชสเตอร์ถูกห่อหุ้มด้วยความเครียด ติดเหล้า ใช้ยา และมีอาการซึมเศร้าจากความทรงจำเลวร้ายในวัยเด็ก

ปี 2008 เชสเตอร์ให้สัมภาษณ์กับ Kerrang Magazine ว่า เขาถูกล่วงละเมิดจาก “เพื่อนที่อายุมากกว่าไม่กี่ปี” ตอนนั้นเขาอายุเพียง 7 ขวบ “ผมถูกทำร้ายและถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ผมไม่ต้องการทำ มันทำลายความมั่นใจของผมหมดสิ้น” เขาทนเก็บเรื่องนี้ไว้หกปี เพราะกลัวว่าจะมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น ถ้าเขาปริปากบอกใคร

“ผมไม่อยากให้คนคิดว่าผมเป็นเกย์หรือผมโกหก” เขาบอก “มันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก” แต่ความเงียบไม่ได้ทำให้ทุกอย่างจบ พ่อกับแม่ของเขาหย่ากันตอนอายุ 11 ภายใต้การเลี้ยงดูของพ่อซึ่งเป็นตำรวจ แต่เชสเตอร์ก็ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเป็นประจำ

ความหลังบางส่วนนี้ก่อตัวเป็นระเบิดเวลาที่ขยายขนาดมากขึ้นเรื่อยๆ และมันเพิ่งระเบิดออกไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว

การฆ่าตัวตายของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน มีความคล้ายกับ คริส คอร์เนลล์ – ผูกคอตาย และอาการซึมเศร้า

เชสเตอร์เป็นเพื่อนสนิทกับ คริส คอร์เนลล์ อดีตฟรอนต์แมนของ Soundgarden และ Audioslave ที่เพิ่งจากไปด้วยสาเหตุคล้ายกันเมื่อ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา และถ้า คริส คอร์เนลล์ ยังมีชีวิต วันที่เชสเตอร์ลาโลกคือวันคล้ายวันเกิดครบ 53 ปีของเขา

วันที่ 26 พฤษภาคม ในงานศพของ คริส คอร์เนลล์ ที่ Hollywood Forever Cemetery เชสเตอร์พร้อม แบรด เดลสัน มือกีตาร์ Linkin Park ร้องเพลง ‘Hallelujah’ ของ ลีโอนาร์ด โคเอน เป็นการไว้อาลัยให้กับเพื่อนรักและฮีโร่ตลอดกาล

คริส คอร์เนลล์: I wait for you there like a stone. (Like a Stone / Audioslave)

เชสเตอร์ เบนนิงตัน: In the end it doesn’t even matter. (In the End / Linkin Park)

Good Luck to you guys. May you both rest in peace.


 

เปิดจดหมายจาก เชสเตอร์ เบนนิงตัน ถึง คริส คอร์เนลล์

 

ผมฝันถึง The Beatles เมื่อคืน ผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า มีเพลง ‘Rocky Raccoon’ เล่นอยู่ในหัว กับใบหน้าครุ่นคิดของภรรยา เธอบอกว่า เพื่อนของผมได้จากไปแล้ว ความคิดถึงคุณมันหลั่งไหลเข้ามา แล้วผมก็ร้องไห้ ผมยังคงร้องอยู่อย่างนั้น ด้วยความเสียใจ พอๆ กับรู้สึกขอบคุณสำหรับการแบ่งปันบางช่วงเวลาพิเศษกับคุณและครอบครัวที่น่ารักของคุณ

คุณเป็นแรงบันดาลใจให้ผมหลายๆ เรื่องที่คุณเองคงไม่มีวันรู้ พรสวรรค์ของคุณคือของจริงที่ไม่มีใครเทียบได้ เสียงของคุณร่าเริงและเจ็บปวด มีความก้าวร้าวและการให้อภัย ความรักและใจสลาย ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่เราเป็น คุณช่วยผมให้เข้าใจมัน

ผมดูวิดีโอที่คุณร้องเพลง ‘A Day in The Life’ ของ The Beatles แล้วนึกถึงความฝันของตัวเอง ผมอยากจะคิดว่าคุณกำลังบอกลาในแบบของคุณ ผมจินตนาการไม่ออก ว่าโลกที่ไม่มีคุณอยู่จะเป็นยังไง

ผมภาวนาให้คุณพบความสงบในโลกหน้า ผมขอส่งความรักถึงภรรยาและลูกๆ ของคุณ เพื่อน และครอบครัว  

ขอบคุณที่ให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ

 

ด้วยความรักทั้งหมดของผม

เพื่อนของคุณ

€#£$+£R ]}£[][][G+O][


ที่มาของจดหมาย: http://www.nme.com/news/music/chris-cornell-chester-bennington-tribute-2073635

 

Editorial StaffSomewhere you belong: เชสเตอร์ เบนนิงตัน