วินาศกรรมโดรน

drone

โดรน (drone) หรืออากาศยานไร้คนขับ จากที่เคยมีขนาดใหญ่และถูกใช้ในภารกิจทางทหาร ทุกวันนี้ โดรนขนาดเล็ก นอกจากจะเป็นของเล่น เป็นอุปกรณ์ช่วยถ่ายภาพในมุมสูง โดรนยังเป็นเทคโนโลยีที่กลายเป็นของใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ร้านหนังสือออนไลน์เจ้าใหญ่อย่าง Amazon ที่จะใช้โดรนเพื่อส่งพัสดุไปถึงมือผู้รับ

อย่างไรก็ตาม โดรนถูกมองว่าเป็นเครื่องมือคุกคามความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อถูกใช้เพื่อก่อความรำคาญ ก่อกวน ละเมิดความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงใช้เพื่อก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นโดรนส่วนบุคคลหรือของรัฐก็ตาม ทำให้กลุ่มต่อต้านโดรน หรือ anti-drone มีจำนวนมากขึ้น เพราะพวกเขาไม่ค่อยไว้ใจอากาศยานลึกลับที่บินวนอยู่รอบหลังคาบ้านสักเท่าไหร่

วิธีโจมตีโดรนที่พบบ่อยคือ การใช้คลื่นวิทยุหรือสัญญาณป่วนการสื่อสารของโดรน รบกวน GPS หรือไม่ก็ยิงให้ตก โดยเฉพาะเมื่อสองปีก่อน SilencerCo เผยแพร่คลิปโฆษณาปืนลูกซองเก็บเสียง โดยมี จอห์นนี โดรนฮันเตอร์ (Johnny Dronehunter) ผู้ขนานนามตัวเองว่า เป็น Defender of Privacy มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และแสดงการยิงโดรนด้วยปืนลูกซองเก็บเสียง

ไม่นานมานี้ หลังจากโดรน 12 ลำ ถูกยิงตกในห้ารัฐ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (Federal Aviation Authority: FAA) ต้องออกมาประกาศให้ประชาชนหยุดโจมตีโดรน แม้ว่ามันจะสร้างความรำคาญหรือลุกล้ำความเป็นส่วนตัวแค่ไหนก็ตาม เพราะการทำลายโดรนถือเป็นอาชญากรรมต่อรัฐ ภายใต้กฎหมาย 18 USC 32 หรือความผิดฐานก่อวินาศกรรมต่ออากาศยาน ดังนั้น ผู้ทำลายโดรนหรือทำร้ายผู้บังคับโดรนอาจถูกฟ้องทางอาญา และต้องโทษจำคุกได้ถึงห้าปี

FAA เปิดให้มีการลงทะเบียนอากาศยานไร้คนขับ และล่าสุดได้ออกมาย้ำเรื่องกฎหมายดังกล่าว แต่ในความเป็นจริง ยังไม่เคยมีใครถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายนี้ ในปี 2014 ชายจากนิวเจอร์ซีย์ถูกจับเพราะยิงโดรนตก แต่ข้อหาที่เขาโดนก็คือใช้อาวุธผิดกฎหมาย ไม่ใช่ความผิดเนื่องจากทำลายโดรน

การพูดถึงกฎหมายนี้ของ FAA เนื่องจากมีการทำลายโดรนมากขึ้น พวกเขาจึงต้องมีมาตรการคุ้มครองโดรน โดยไม่ระบุรายละเอียดหรือวัตถุประสงค์ของโดรนลำนั้น ว่าถูกใช้ในทางที่ผิดหรือเปล่า รวมถึงไม่มีข้อบัญญัติรองรับผู้ที่ถูกโดรนคุกคาม ข้อสังเกตจึงมีอยู่ว่า นี่คือความไม่เท่าเทียมระหว่างคนและโดรน

ขณะที่สหรัฐเริ่มเข้มงวดกับการทำลายโดรน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตำรวจเนเธอร์แลนด์ได้เผยแพร่วิดีโอสาธิตการจัดการโดรนที่ไม่พึงประสงค์ด้วยนกอินทรี ซึ่งสามารถโฉบลงมาขยุ้มโดรน DJI Phantom ขณะกำลังบินอยู่กลางอากาศได้จริง

กรมตำรวจของเนเธอร์แลนด์ทำโครงการ Guard From Above ขึ้นเพื่อฝึกนกอินทรีให้ค้นหาโดรน และนำออกไปจากพื้นที่สาธารณะหรือแหล่งชุมชน โดยทางตำรวจบอกว่า วิธีการพื้นๆ จะช่วยแก้ปัญหาจากโลกไฮเทคได้ดีกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อโดรนกลายเป็นอุปกรณ์ก่ออาชญากรรมหรือก่อการร้าย

ด้วยกลไกสัญชาตญาณการล่าสัตว์ตามธรรมชาติ นกอินทรีจะถูกฝึกให้เห็นโดรนเป็นเสมือนเหยื่อ และเหยื่อก็จะถูกพากลับรังซึ่งเป็นที่ปลอดภัย หรือไม่ก็สถานที่ที่ปราศจากการรบกวนจากคนหรือสัตว์อื่นๆ

ทางตำรวจเนเธอร์แลนด์เชื่อว่า นี่คือวิธีจัดการกับโดรนที่ดีที่สุด เพราะการยิงและส่งสัญญาณป่วน อาจพลาดเป้าหรือไม่ก็ไปรบกวนสิ่งอื่น แต่กับนกอินทรี มันสามารถโฉบลงมาและพาโดรนไปที่อื่น โดยทฤษฎีแล้ว นี่คือวิธีที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อมนุษย์น้อยที่สุด

 


อ้างอิงข้อมูลจาก:
popsci.com
digitaltrends.com
slate.com
wired.com
washingtonpost.com
Editorial Staffวินาศกรรมโดรน