มาร์ค เจมส์ บาวเมอร์: นักอนุรักษ์เท้าเปล่าผู้จากไปบนท้องถนน

ปี 2010 มาร์ค เจมส์ บาวเมอร์ (Mark James Baumer) ออกเดินเท้าข้ามสหรัฐครั้งแรก เพื่อกระตุ้นให้คนเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน

ปี 2016 คาบเกี่ยว 2017 นักอนุรักษ์วัย 33 ปี จากเมืองโพรวิเดนซ์ รัฐโรดไอส์แลนด์ ออกสู่ถนนเป็นครั้งที่สองด้วยจุดประสงค์เดิม และคราวนี้เขาเดินโดยปราศจากรองเท้า ซึ่งบาวเมอร์วางแผนอุทิศเงินบริจาคทั้งหมดที่ได้มาระหว่างทาง ให้กับ FANG Collective กลุ่มนักกิจกรรมต่อต้านอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ

เสาร์ที่ผ่านมา มาร์ค เจมส์ บาวเมอร์ นักอนุรักษ์เท้าเปล่า ถูกรถ SUV ชนเสียชีวิต บนถนนไฮเวย์สาย 90 ในฟลอริดา ระหว่างการเดินเท้าเปล่า 100 วัน ข้ามสหรัฐ

ในวิดีโอที่โพสต์ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ เขาแสดงความเสียใจกับประเทศของตัวเอง โดยเฉพาะการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ภาพเบื้องหลังในคลิปคือฝนที่ตกหนัก เขาจึงหยุดพักและถ่ายทอดข้อความว่า “เราได้ประธานาธิบดีที่ไม่เชื่อเรื่องโลกร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว เขาต้องการเผาไหม้โลกใบนี้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ถ้าคุณเป็นผู้สนับสนุนชายคนนี้ คุณก็ไม่ต้องยืนอยู่ข้างมนุษย์บนโลก ง่ายๆ เลย คุณไม่สนับสนุนอนาคตของโลกในฐานะดาวดวงหนึ่ง”

และเรื่องราวสุดท้ายในบล็อกของบาวเมอร์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เขาเขียนถึงการเดินในวันที่ 100 ว่า

“พรมสีเขียวที่ผมกำลังเดินไปนั้นแห้งเหี่ยว แม้ว่าฝนจะตกตลอดทั้งคืน ผมรู้สึกได้เลยว่ามีความคลุ้มคลั่งอยู่ในตัวผม

ดวงจันทร์ยังคงอยู่ให้เห็น แต่มันไม่สามารถปกป้องเราได้

ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ของช่วงเช้าหมดไปกับการดูโทรศัพท์ แล้วก็สงสัยว่าจะมีความคิดอะไรในนั้นเหลือรอดออกอยู่บ้าง

บางสิ่งที่แย่มากๆ กำลังจะได้ครอบครองรหัสนิวเคลียร์ทั้งหมดในไม่ช้า

เมื่อผมออกเดิน ผมอยากหยุดการจราจรให้ถนนในอเมริกาเป็นอัมพาตทุกเส้น

สักวันหนึ่ง ผู้คนจะสามารถเดินออกมากลางถนนโดยปราศจากความรุนแรงที่สังคมนี้สร้างขึ้นมา

ผมเดินผ่านสนามกอล์ฟแล้วรู้สึกแทบบ้า

ผมหวังว่าคุณคงมีความสุขดีกับกีฬาชนิดนี้ ซึ่งคุณคงไม่เคยสังเกตเลยว่า ทุกอย่างรอบๆ ตัวกำลังถูกเผา

ก่อนผมจะออกจากน้ำพุร้อนเดฟูนิแอค (Defuniak Springs) ผมไปที่ร้านชำเพื่อซื้อผักกะหล่ำ

ผู้คนก็พากันชี้และกระซิบกระซาบ “นี่มันหนึ่งในพวกกินกะหล่ำ” (kale eater)

วันนี้เป็นวันที่น่าจดจำ ไม่ใช่เพราะเป็นวันที่ 100 ในการเดินเท้าเปล่าข้ามอเมริกาของผม แต่เพราะชายผู้เกลียดทุกอย่างยกเว้นตัวเอง (หรือรวมถึงคนขาวรวยๆ คนอื่นๆ ด้วย) กำลังมีสิทธิ์ในการเผาโลกใบนี้แลกกับผลกำไร เรามีประธานาธิบดีที่ไม่สนใจอนาคตของมนุษยชาติบนโลกนี้เลย

ผมละอายแทนคนขาวส่วนใหญ่ของอเมริกาจนอยากจะเอาความเป็นคนขาวออกไปจากร่างกายของตัวเอง

ฝนเริ่มตก ผมนั่งมองฝนอยู่บนม้านั่ง พ่อของผมโทรมา เราพูดคุยกันว่า เราจะหาความหวังในระบบที่ความปลอดภัยทางสังคมขึ้นอยู่กับความรวยได้ยังไง ส่วนหนึ่งของผมอยากทึ้งหัวตัวเองแล้วปล่อยให้สมองละลายไป แต่แทนที่จะทำอย่างนั้น ผมเดินออกไปกลางฝน แต่ละก้าวผมรู้สึกถึงความโกรธเกรี้ยวและไร้ที่พึ่ง

หล่อเลี้ยงระบบชีวิตให้เติบโตพอที่จะพัดพาให้ทุกคนและทุกอย่างที่พยายามทำลายสิ่งมีชีวิตออกไปหมด

ใครก็ตามที่สนับสนุนประธานาธิบดี ช่างไม่สนใจมนุษยชาติและอนาคตของโลก หากคุณสนับสนุนประธานาธิบดีคนนี้ เท่ากับคุณโอเคกับการทำร้ายผู้หญิง คนต่างสีผิว ชนกลุ่มน้อย คนพิการ คนจน หรือใครอื่นๆ ก็ตาม ผมอยากให้มีหนทางถ่ายทอดความรุนแรงทั้งทางร่างกายและความรู้สึกเหล่านั้นที่ได้มาจากการขึ้นเป็นประธานาธิบดีครั้งนี้ ผมอยากรับความเสี่ยงนี้ไว้เอง ผมออกมาอยู่ที่นี่แล้ว ได้โปรดส่งความเกลียดชังและเจ็บปวดมาที่ผม

เราน่าจะเลือกกองยางรถยนต์ที่กำลังถูกเผามาเป็นประธานาธิบดียังดีกว่า

ผมเคยเดินผ่านที่เก็บขยะ ชายคนหนึ่งกับรถปิคอัพบรรทุกเครื่องซักผ้าเก่าๆ ตะโกนมาว่า “ให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสิ” ผมถามเขากลับไปว่า ทำไมเขาถึงอยากเห็นโลกถูกเผาล่ะ – เขาได้แต่หัวเราะกลับมา

บางทีภาษาปากของโลกอาจจะตายแล้วถูกแทนที่ด้วยรูสักรูที่สามารถพูดได้เพียงความคิดของมันเองที่เชื่ออยู่แบบนั้น

ชั่วโมงต่อมา ชายสองคนในรถบรรทุกสีขาวหยุดที่ผม แล้วถามว่าต้องการอะไรหรือเปล่า ผมโกหกไปว่า ไม่ต้องการอะไร แทนที่จะบอกไปตรงๆ ว่า “ผมต้องการให้คุณยอมรับว่าโลกร้อนเป็นเรื่องจริง ผมต้องการให้คุณทำทุกทางเพื่อช่วยโลก ผมต้องการให้คุณปฏิเสธทุกอย่างที่ประธานาธิบดีฟาสซิสต์ของเราพยายามจะทำกับประชากรโลกและโลกใบนี้”

ผมอยากให้คนเข้าใจว่าโลกไม่จำเป็นต้องสร้างแต่ความตายและความร่ำรวย

มืดแล้ว ขาของผมไม่ต้องการอะไรแล้ว ผมเดินไปอีก 4 ไมล์ในความมืด แผนที่ของผมบอกว่าผมอยู่ใกล้โบสถ์ แต่สิ่งที่ผมเห็นมีเพียงไม้กางเขนอยู่ติดกับโรงจอดรถ ผมคลานเข้าไปในนั้น และหลับก่อนที่จะรูดซิปถุงนอนด้วยซ้ำ

 


อ้างอิงข้อมูลจาก: fusion.net

 

Editorial Staffมาร์ค เจมส์ บาวเมอร์: นักอนุรักษ์เท้าเปล่าผู้จากไปบนท้องถนน

Related Posts

อิสราเอล-ปาเลสไตน์: 50 ปีที่กลิ่นอายแห่งความขัดแย้งไม่เคยจาง

ผ่านมาแล้ว 50 ปีที่กลิ่นอายแห่งความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่มีจุดเริ่มต้นจาก 'สงครามหกวัน' ไม่มีทีท่าจะสิ้นสุดในพื้นที่ที่ได้รับการขนามนามว่า ‘ไร้สันติภาพ’ ประเด็นหลักที่ทำให้อิสราเอลและปาเลสไตน์ไม่สามารถลงรอยกันได้ คือ สถานะของเยรูซาเลม ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ เขตแดน ความมั่นคง สิทธิน้ำ สิทธิเสรีภาพของชาวปาเลสไตน์ในเยรูซาเลมตะวันออก รวมถึงการสร้างที่อยู่อาศัยในเวสต์แบงก์ของชาวยิว ส่งผลให้ความขัดแย้งในบริเวณดังกล่าวยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะสามารถเจรจาสันติภาพได้ แม้ตอนนี้ประชาชนจำนวนไม่น้อยของทั้งสองฝ่ายต่างเริ่มเห็นพ้องกันแล้วว่า สงครามไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น และปมปัญหาดังกล่าวก็เริ่มคลี่ยากขึ้นเรื่อยๆ

What We Need to Know: ครบรอบ 100 วัน การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์

28 เมษายนเป็นวันครบรอบ 100 วันของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางสื่อทั่วโลกต่างพากันจับตามองว่าทรัมป์จะผ่าน 100 วันนี้ไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่ และนี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ 100 วันของเขา

March for Science วิทยาศาสตร์ในวัน Earth Day

เสาร์ที่ 22 เมษายน วัน Earth Day นักวิทยาศาสตร์สหรัฐจะพร้อมใจกันเดินขบวน เพื่อปกป้อง ‘หลักการวิทยาศาสตร์’ หลังรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ มองหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องลวงโลก และใช้ 'เรื่องเหนือจริง' มาเป็นตัวกำหนดนโยบายของประเทศ