ท่าทีของสื่อต่างประเทศต่อข่าว 3 นักเคลื่อนไหว ผู้ลี้ภัยไทยที่หายสาบสูญ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

ท่าทีของสื่อต่างประเทศต่อข่าว 3 นักเคลื่อนไหว ผู้ลี้ภัยไทยที่หายสาบสูญ

วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ปรากฏข่าวผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ 3 คนที่ทางการไทยต้องการตัวหายสาบสูญ นักจัดรายการวิทยุใต้ดิน ‘ลุงสนามหลวง’ หรือ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์, ‘สหายยังบลัด’ หรือ กฤษณะ ทัพไทย ผู้ติดตามชูชีพ และ ‘สหายข้าวเหนียวมะม่วง’ หรือ สยาม ธีรวุฒิ นักแสดงจากละครเวทีเรื่อง เจ้าสาวหมาป่า ข้อมูลระบุว่าทั้งหมดถูกจับกุมโดยทางการเวียดนามและส่งตัวกลับมายังประเทศไทย แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยปฏิเสธว่าไม่มีรายงานเรื่องนี้ ทำให้ขณะนี้ไม่มีใครรู้ว่าผู้ลี้ภัยทั้ง 3 คนอยู่ที่ไหน และยังปลอดภัยดีหรือเปล่า

ภาพ: อานนท์ ชวาลาวัณย์
ภาพ: อานนท์ ชวาลาวัณย์

Aljazeera

สำนักข่าว Aljazeera พาดหัว และรายงานว่า 3 นักเคลื่อนไหวที่ถูกข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหายตัวไปหลังจากที่ถูกจับกุมได้ที่เวียดนามเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ก่อนหน้านี้ผู้ลี้ภัย 2 คน สหายภูชนะ และ สหายกาสะลอง ถูกพบว่าเสียชีวิตแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วนรายที่ 3 สุรชัย แซ่ด่าน ก็คาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้วเช่นกัน

“เวียดนามบอกว่าได้ส่งตัว 3 ผู้ต้องหากลับไทยแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา”

“ความลับของข้อกล่าวหาทำให้เวียดนามถูกบังคับให้ส่ง 3 นักเคลื่อนไหวกลับสู่ไทยนั้นควรจะเป็นสัญญาณเตือนภัยในประชาคมโลก” แบรด อดัมส์ จาก Human Right  Watch (HRW) กล่าว

Aljazeera กล่าวถึงกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า หากผู้ใดกระทำการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือพระบรมวงศานุวงศ์ จะต้องถูกลงโทษด้วยการจำคุกมากกว่า 15 ปี

‘ลุงสนามหลวง’ หรือ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ โดนข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 นานแล้ว ขณะที่ สยาม ธีรวุฒิ กับ กฤษณะ ทัพไทย ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Thai Alliance for Human Rights: TAHR) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่สหรัฐฯ รายงานผ่านวิดีโอว่า ชูชีพ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ลุงสนามหลวง’ และพวกอีก 2 คนถูกจับในเวียดนามเมื่อเดือนก่อน แต่ได้ถูกนำตัวส่งกลับไทยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา” เพียงดิน รักไทย หนึ่งใน TAHR กล่าวในวิดีโอ

แต่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธว่า ไม่ได้รับตัว 3 ผู้ต้องหากลับมาถึงไทยในครั้งนี้ โดยกล่าวว่า รัฐบาลเวียดนามไม่ได้มีข้อตกลงร่วมกันที่จะส่งตัวผู้ต้องหา 3 รายนี้ ถ้ามี จะต้องมีการติดต่อผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศและตำรวจแล้ว

แบรด อดัมส์ จาก HRW เรียกร้องให้ทางการไทยเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ของ 3 ผู้ลี้ภัยให้แก่ทนายและครอบครัวของพวกเขา เพราะเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา 2 นักกิจกรรมที่ถูกข้อหาวิจารณ์กองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ถูกพบเป็นศพที่บริเวณแม่น้ำโขงริมชายแดนลาว โดยทหารได้กล่าวในขณะพบศพว่า ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับศพ

มีข้อมูลอีกว่า สุรชัย แซ่ด่าน อายุ 78 ปี ผู้ดำเนินรายการช่องวิทยุออนไลน์ที่นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับกองทัพและสถาบันกษัตริย์จากฝั่งลาว ถูกลักพาตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2561 โดยสถานที่ที่หายตัวไปนั้นไม่มีใครรู้ โดยชูชีพและผู้ติดตามอีก 2 คนได้หลบหนีมาที่ลาวหลังจากสุรชัยหายตัวไปแล้ว

ภาพ: อานนท์ ชวาลาวัณย์
ภาพ: อานนท์ ชวาลาวัณย์

The Guardian

The Guardian  กล่าวถึง 3 ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีหมิ่นบรมเดชานุภาพ และผู้จัดทำสถานีวิทยุเกี่ยวกับการต่อต้านสถาบันกษัตริย์และรัฐบาลทหาร โดยทั้ง 3 ถูกจับกุมได้ขณะกำลังก้าวข้ามชายแดนลาวมายังเวียดนามเมื่อเดือนก่อน หลังจากมีรายงานว่าพบพาสปอร์ตปลอม

ตามที่องค์กรสิทธิมนุษยชนบอก เวียดนามเตรียมส่งตัว 3 ผู้ต้องหากลับไทยในวันที่ 8 พฤษภาคม แต่พวกเขากลับไม่ได้มาตามวันเวลาที่กำหนด และไม่ได้รับทราบถึงการจับกุมคุมขัง โดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ได้ปฏิเสธว่า 3 นักเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้อารักขาของไทยแล้ว

The Gurdian  รายงานว่า หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557 นักเคลื่อนไหวหลายคนที่มีส่วนในขบวนการเสื้อแดงที่สนับสนุนประชาธิปไตย ได้ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์จนเป็นเหตุให้ต้องหลบหนีไปยังประเทศลาว หลายต่อหลายคน รวมทั้งชูชีพที่ยังคงดำเนินกิจกรรมต่อต้านระบอบกษัตริย์ต่อไปผ่านสถานีวิทยุใต้ดิน และช่องทางออนไลน์ผ่านยูทูบ ที่ถือว่าเป็นการก่อความไม่สงบต่อรัฐบาลทหารและสถาบันพระมหากษัตริย์

ในเดือนมีนาคม ข่าวจาก The Guardian ยืนยันว่า แยมมี่ ไฟเย็น ผู้หลบหนีและผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกคนซึ่งอยู่กับชูชีพในเวลาสั้น ๆ บอกว่า ชูชีพอยู่ในอันดับต้นๆ ของการรับรองลี้ภัยทางการลาวที่รัฐบาลไทยต้องการติดตาม

ตั้งแต่ปี 2559 มีนักเคลื่อนไหวจำนวนหนึ่งถูกพบว่าเสียชีวิตหรือหายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยในลาวและบทบาทของรัฐบาลทหารของไทยในการหายตัวไป ขณะที่รัฐบาลทหารได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 อิทธิพล สุขเพ็ญ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ดีเจ ซุนโฮ’ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขาถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทยและถูกซ่อนตัวอยู่ในเขตชานเมืองของเวียงจันทน์ เมืองหลวงลาว ซึ่งเขายังคงดำเนินการออกอากาศวีดิโอต่อต้านระบอบกษัตริย์อยู่

ในปี 2560 ภรรยาของ พิธีกรรายการวิทยุต่อต้านระบอบราชาธิปไตยได้บอกว่า สามีของเธอ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือที่รู้จักว่า ‘โกตี๋’ ถูกลักพาตัวจากบ้านในเวียงจันทน์ ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตจากการฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม

เป็นที่เชื่อกันว่าชูชีพและพรรคพวกพยายามข้ามไปยังเวียดนาม เพราะความกลัวเรื่องปลอดภัยของตัวเองในลาว

 

Human Right Watch

Human Right Watch (HRW) – รัฐบาลไทยควรจะเปิดเผยที่อยู่ของ 3 นักเคลื่อนไหวที่ถูกรายงานว่าส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากฮานอยกลับกรุงเทพฯว่า HRW กล่าวว่า ทางการไทยยังไม่ยอมรับการจับกุมและกักขัง ทำให้ทาง HRW ต่างกังวลว่าพวกเขากำลังจะถูกเป็นเหยื่อและถูกบังคับให้สูญหาย

เมื่อต้นปี 2562 นักข่าวชาวเวียดนามรายงานว่า ชูชีพ ชีวสุทธิ์, สยาม ธีรวุฒิ และ กฤษณะ ทัพไทย ถูกจับกุมจากการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและใช้เอกสารการเดินทางปลอม ขณะที่พวกเขาพยายามหลบหนีการข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ในประเทศไทย รายงานจากข่าวประชาไทและภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า ทางการเวียดนามส่งมอบพวกเขาให้กับทางการไทยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ทางการไทยได้เคยกล่าวหาว่า 3 นักเคลื่อนไหวนี้กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงการดำเนินรายการวิทยุต่อต้านระบอบราชาธิปไตยออนไลน์ และระดมผู้สนับสนุนองค์กรของชูชีพ กลุ่มสหพันธ์รัฐไทย การประท้วงต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์โดยสวมเสื้อยืดสีดำ ในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดอื่น ๆ

HRW มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของชูชีพและผู้ติดตามทั้งสอง ความเสี่ยงจากการถูกบังคับให้สูญหาย การทรมาน และการปฏิบัติอย่างโหดร้ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น เมื่อผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวในสถานกักกันที่ไม่สามารถติดต่อผู้ใดได้

รัฐบาลไทยเรียกร้องให้ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ส่งมอบนักกิจกรรมไทยที่ถูกเนรเทศ เจ้าหน้าที่ดูเหมือนจะจัดเรียงความสำคัญต่อกลุ่มของชูชีพในประเทศลาวเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากรายการวิทยุออนไลน์และความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์การปกครองของกองทัพไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง

ชูชีพและผู้ติดตามพยายามหลบหนีออกจากลาวไปยังเวียดนาม หลังเหตุการณ์การเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้ายของนักเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่าง สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์  ‘สหายภูชนะ’ หรือ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ และ ‘สหายกาสะลอง’ หรือ ไกรเดช ลือเลิศ ที่ถูกลักพาตัวในลาวเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ก่อนหน้านี้ 2 นักเคลื่อนไหวต่อต้านระบบราชาธิปไตยอย่าง ‘ดีเจซุนโฮ’ หรือ อิทธิพล สุขเพ็ญ และ ‘โกตี๋’ หรือ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ ได้ถูกลักพาตัวในลาวเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 และเดือนกรกฎาคม 2560 ตามลำดับ ซึ่งกรณีเหล่านี้ไม่มีเรื่องไหนได้รับการแก้ไขอย่างเรียบร้อย

การถูกบังคับให้หายตัวไปได้ถูกกำหนดไว้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศว่า การจับกุมหรือกักขังบุคคลโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือตัวแทนของพวกเขา ตามมาด้วยการปฏิเสธที่จะยอมรับการลิดรอนเสรีภาพหรือเปิดเผยชะตากรรมของบุคคลนั้น การบังคับบุคคลให้สูญหายนั้นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยได้ให้สัตยาบันรวมถึงข้อห้ามการจับกุมและควบคุมตัวโดยพลการ การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือน่ารังเกียจอื่นๆ และการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ลงนามแต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับแห่งสหประชาชาติ (The International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance: ICPPED)

Author

อิชย์อาณิคม์ ชิตวิเศษ
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้สนใจในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และความเหลื่อมล้ำในสังคม งานอดิเรกของเธอคือ นั่งแต่งเพลงในยามว่าง อ่านหนังสือ บทความ และสารคดีต่างๆ