‘1971: ฉีกเอฟบีไอ’ หน้าที่พลเมือง 101

1971-4

เรื่อง: พัชรา ไชยฤทธิ์

ภาพ: Documentary Club

 

หลังจากที่โลกรู้จักกับ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน และความกล้าหาญของเขาผ่านสารคดี Citizenfour ไปได้ไม่นาน ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง 1971 ก็พาเราย้อนเวลากลับไปรู้จักคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เปิดโปงการทำงานของสำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ ที่คุกคามชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมืองสหรัฐตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม

สิ่งที่พวกเขาทำสร้างปรากฏการณ์ให้ชาวอเมริกันรุ่นใหม่ในยุคสายลมแสงแดด ที่ถูกเรียกขานว่า ‘บุปผาชน’ กล้าแสดงออก และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเมืองมากขึ้นชนิดพลิกฝ่ามือ

ในช่วงปี 1971 ที่ทางการสหรัฐกำลังติดพันกับสงครามเวียดนามอยู่นั้น พลเมืองหนุ่มสาวทั้งหลายก็ออกมาเดินขบวนประท้วงอย่างสันติ แสดงความเห็นต่างไปจากรัฐบาล พวกเขาทราบว่าเอฟบีไอกำลังสอดแนมชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา การร่วมชุมนุมประท้วงเริ่มเป็นที่หวาดระแวง ผู้ชุมนุมต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แต่ในวิกฤติเช่นนี้ก็มีกลุ่มคนหนุ่มสาวแปดคนคิดหาวิธีโต้กลับเอฟบีไอ

สิ่งที่พวกเขาทำคือเปลี่ยนกลยุทธจากการชุมนุมโดยสงบเป็นขัดขืนอย่างสันติ โดยการวางแผนขโมยเอกสารจากสำนักงานเอฟบีไอ ซึ่งสมัยนั้นตั้งสาขาย่อยกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนว่าประชาชนมีอำนาจในมือ และสามารถตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจในสังคมได้เช่นเดียวกัน

เมื่อแผนการเริ่มขึ้น พวกเขาค้นพบความจริงที่เอฟบีไอปฏิบัติต่อพลเมืองสหรัฐ พวกเขาส่งเรื่องที่พบไปยังหนังสือพิมพ์และสำนักข่าวต่างๆ ทั่วสหรัฐ หลายแห่งส่งข้อมูลกลับไปยังเอฟบีไอ แต่สำนักข่าววอชิงตันโพสต์ (Washington Post) ตัดสินใจนำเสนอข่าวที่ได้จากการขโมยของพลเมืองโต้กลับทั้งแปดคน หลังจากข่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสประชาชนตื่นตัว กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออกมากขึ้น แม้จะยังมีความกังวลว่าจะถูกสอดแนมอยู่บ้าง

กลุ่มพลเมืองโต้กลับทั้งแปด เป็นเพียงกลุ่มคนธรรมดา เป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่มีครอบครัว และการงานในเมืองเล็กๆ แตกต่างจากสโนว์เดน ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งบ่งบอกว่า พลเมืองยังคงทำหน้าที่ของพลเมืองเพื่อตอบโต้และตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐอย่างแท้จริง ซึ่งเราทุกคนสามารถเป็นเช่นนั้นได้ในฐานะพลเมืองของรัฐ

1971-3

การขโมยข้อมูลเอฟบีไอในครั้งนี้ ทำให้นโยบายของรัฐ แฟ้มลับที่เราไม่เคยรู้ รวมถึงแผนปฏิบัติการต่างๆ ของหน่วยงานอย่างเอฟบีไอผุดขึ้นสู่สาธารณะ ความน่าตกใจอยู่ที่สิ่งที่เอฟบีไอทำ ซึ่งถือว่าเกินขอบเขตหน้าที่ที่ควรทำ ทั้งวัตถุประสงค์ในการสอดแนมประชาชน การใช้สื่อปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวงว่าจะถูกจับตามอง แม้แต่การสร้างเรื่องจนทำให้สามีภรรยาคู่หนึ่งเลิกกัน จากข้อมูลที่ได้จากหนัง มันไม่ใช่การปกป้องคุ้มครองหรือทำเพื่อประชาชน แต่เป็นการคุมความประพฤติประชาชนให้อยู่ในอาณัติต่างหาก

มองย้อนกลับมาที่สังคมปัจจุบัน เราควรตั้งคำถามกับสิ่งที่สังคมเรากำลังเป็นอยู่หรือไม่ และเราควรลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างหรือเปล่า

ใช่แล้ว เราควรกล้าในสิ่งที่ถูก ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะมีใครสักคนกล้าพอ เพราะกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ถูกกำหนดมาก็เป็นเสียอย่างนี้ บอกตามตรงเลยว่า ฉันก็รักชีวิตตัวเองเหมือนกันนะ…

 

—————————————–

1971-2

‘1971 : ฉีกเอฟบีไอ’ สารคดีเปิดโปงแผนลับของรัฐในการสอดแนมประชาชน จนหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐ ต้องถูกสอบสวนในสภาเป็นครั้งแรก กลุ่มคนทั้งแปดไม่เคยถูกจับ และไม่เคยเปิดเผยตัวจริงต่อสาธารณชนมาก่อน
…จนกระทั่งบัดนี้

ผลงานร่วมอำนวยการสร้างโดย ลอรา พอยทราส ผู้กำกับ Citizenfour กำกับโดย โจแฮนนา แฮมิลตัน

 

 

 

WAY‘1971: ฉีกเอฟบีไอ’ หน้าที่พลเมือง 101

Related Posts

สหรัฐ-กัมพูชา หนี้นี้ใครจ่าย

ช่วงสงครามเวียดนาม เครื่องบิน B-52 ทิ้งระเบิดใส่กัมพูชา ครั้งนั้นสหรัฐให้เงินช่วยเหลือรัฐบาลพนมเปญเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงคราม แต่เรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร เมื่อสหรัฐบอกว่า นั่นคือ ‘การกู้ยืม’ และพวกเขาต้องการเงินที่รวมทั้งต้นและดอกแล้วคิดเป็น 500 ล้านดอลลาร์คืน

นักปิดปากสื่อชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์

โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเจ้าแห่งแทคติคในการเล่นกับสื่อ ด้วยลีลาที่หลากหลาย ภาษาและการแสดงออกของทรัมป์ที่พยายามเข้าควบคุมสื่อ เอาชนะการดีเบท และคุกคามฝ่ายตรงข้ามหรือคู่แข่ง มีรูปแบบที่ทำให้สื่อต่างๆ จับสังเกตได้

กำหนดการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของ โดนัลด์ ทรัมป์

20 มกราคม คืออีกหนึ่งในวันประวัติศาสตร์ เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ผู้ชนะการเลือกตั้ง จะเข้ารับตำแหน่งและทำพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอย่างเป็นทางการ และนี่คือกำหนดการของงานที่จะเกิดขึ้น