อาหารอินทรีย์มีแต่ข้อดีจริงๆ หรือ

ตอนเดินไปที่ชั้นผักผลไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ต คุณเจออะไรบ้าง ผักธรรมดาราคาย่อมเยา กับอีกประเภทที่ติดตราอินทรีย์ แน่นอนว่าอันหลังมีค่าตัวแพงกว่า สินค้าสองประเภทนี้ทำหน้าที่คัดเลือกผู้บริโภคโดยอัตโนมัติ คนจำเป็นต้องมัธยัสถ์ กับคนมีสตางค์พร้อมจ่าย ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ความสะอาด คุณค่าทางอาหาร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และอีกหลายประการที่เป็นคำพ่วงท้ายให้คำว่า ‘ออร์แกนิก’ มีมูลค่าสูงกว่า

หลายปีที่ผ่านมา ตลาดสินค้าอินทรีย์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ ใครๆ ก็อยากกินของดีๆ ติดตรงที่ราคาของผลิตภัณฑ์บางชนิดแพงกว่าปกติเกือบสองเท่า สินค้าอินทรีย์จึงเป็นรสนิยมหรูหราของการบริโภค

แต่วัดกันตัวต่อตัว ผลิตภัณฑ์ตีตราอินทรีย์หรือออร์นิกดีกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วๆ ไปในท้องตลาดจริงหรือไม่

ความเหมือนของชื่อที่แตกต่าง

แม้ชื่อชั้นของสองอย่างจะเหลื่อมล้ำกัน ผลการวิจัยและทดสอบหลายชิ้นระบุว่า อาหารออร์แกนิกไม่ได้ต่างจากธรรมดาเท่าไหร่ โดยเฉพาะคุณค่าทางอาหาร

เว็บไซต์ vergleich.org เปรียบเทียบการทดสอบผลิตภัณฑ์ 49 ชิ้น ของ Stiftung Warentest องค์กรเพื่อผู้บริโภคในเยอรมนี ซึ่งทำการวิเคราะห์อาหารกว่า 1,000 ชนิดตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งเนื้อ ปลา ผลิตภัณฑ์นม ขนมปัง มันฝรั่ง แม้กระทั่งลูกอม

ผลคือ อาหารออร์แกนิกที่ว่ากันว่ามีผลดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับระบบนิเวศมากกว่า ได้คะแนนเฉลี่ย 2.95 เต็ม 6 ขณะที่อาหารปกติได้น้อยกว่าไม่มาก 2.91 ซึ่ง มิเชลล์ เกินเทอร์ (Michelle Günter) จาก vergleich.org บอกว่า ผลการสำรวจคุณค่าทางอาหารนี้ได้รับการรับรองจากนักโภชนาการแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างจากผลการทดลองคือ คุณภาพของอาหารอินทรีย์แบบพรีเมียม ไม่ได้ดีกว่าอาหารอินทรีย์ที่อยู่บนชั้นลดราคาในซูเปอร์มาร์เก็ต เกินเทอร์เพิ่มเติมว่า “อาหารอินทรีย์ลดราคามีคะแนนเฉลี่ย 2.73 ขณะที่ผลิตภัณฑ์อินทรีย์พรีเมียมได้ 2.92 คะแนน”

เช่นเดียวกับงานจากทีมวิจัยในปี 2012 ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งทดสอบผลิตภัณฑ์ 233 ตัวอย่าง เปรียบเทียบสารอาหาร แบคทีเรีย เชื้อรา สารฆ่าแมลง ที่ปนเปื้อนอยู่ในผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม ธัญพืช ไข่ ที่ผลิตในระบบอินทรีย์กับระบบทั่วไป และพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

ผลิตภัณฑ์อินทรีย์มีคุณค่าทางอาหารมากกว่า?

สารอาหารไม่ได้ถูกกำหนดด้วยวิธีการผลิตหรือวิธีเพาะปลูก จึงยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า การบริโภคอาหารออร์แกนิกจะมีคุณค่าทางอาหารถูกหลักโภชนาการของมนุษย์มากกว่า

เฟลิกซ์ ปรินซ์ ซู เลอเวนสไตน์ ประธานสมาคมการเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์เยอรมัน (German Association for Ecological Food Cultivation: BÖLW) ไม่ได้เห็นแย้ง แต่เขาก็ย้ำว่า ไม่ใช่เรื่องคุณภาพหรือคุณค่าทางอาหารที่จะบอกว่าเป็นอินทรีย์ แต่วิธีการเพาะปลูกต่างหากที่เป็นเกณฑ์สำคัญกว่า

เลอเวนสไตน์บอกว่า กระบวนการผลิตอาหารในปัจจุบันมีอัตราการเร่งสูง การเร่งผลผลิตเป็นการทำลายโลก สร้างมลพิษ และทำลายสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ขณะที่อาหารอินทรีย์มีการเลี้ยง ผลิต และเพาะปลูก ที่เหมาะสม คำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเป็นปัจจัยในการทดสอบของ Stiftung Warentest

อีกด้านหนึ่ง Stiftung Warentest โฟกัสที่คุณภาพของผลผลิต กลิ่น รสชาติ ผิว ความแน่นของเนื้อ และรูปลักษณ์ ซึ่งเป็นส่วนที่อาจมียีสต์หรือแบคทีเรียปนเปื้อนได้ง่าย พวกเขามองว่า สิ่งเหล่านี้ก็เป็นตัวชี้วัดว่า ผลิตภัณฑ์นั้นๆ สะอาดและปลอดภัยต่อการบริโภคจริงหรือเปล่า

ทางเว็บไซต์ vergleich.org บอกว่า “ผลการทดลองนี้คือ ไม่ใช่อาหารที่การันตีความเป็นอินทรีย์ทุกชนิดจะมีสิ่งผิดปกติมองเห็นได้ หรือแม้แต่ปลอดภัยจากการปนเปื้อน ต่างจากอาหารสมัยใหม่สามารถรับรู้ผ่านรสได้ และมีการปนเปื้อนต่ำ”

แต่อย่างน้อยผลิตภัณฑ์อินทรีย์ก็ไม่มียาฆ่าแมลงแน่ๆ

ประการสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่เลือกหยิบอาหารออร์แกนิกจากชั้น เพราะมั่นใจว่ามีสารพิษและย่าฆ่าแมลงน้อยกว่า เป็นเหตุผลที่ดี แต่อาจไม่ทั้งหมด จริงอยู่ที่สารเคมีกำจัดแมลงทั้งหลายเป็นสิ่งต้องห้ามตามมาตรฐานอินทรีย์ ขณะที่สารจาก ‘ธรรมชาติ’ ส่วนใหญ่อนุญาตให้ใช้ได้ ซึ่งนักชีววิทยา คริสตี วิลค็อกซ์ อธิบายไว้ใน Scientific American เมื่อปี 2012 เรื่อง ‘Are lower pesticide residues a good reason to buy organic? Probably not.’ ว่า สารกำจัดแมลงธรรมชาติก็เป็นอันตรายกับสุขภาพไม่ต่างจากสารสังเคราะห์”

เว็บไซต์ dontwastethecrumbs.com เขียนถึง ความจริงอีกด้านของอาหารอินทรีย์ใน ‘14 Facts the organic industry doesn’t want you to know.’ ว่า แม้เกณฑ์การวัดความเป็นอินทรีย์ข้อสำคัญของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (United States Department of Agriculture: USDA) คือ ต้องไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการกำจัดศัตรูพืช นี่คือความเข้าใจกว้างๆ แต่สถาบันตรวจสอบผลิตภัณฑ์อินทรีย์ (Organic Materials Review Institute: OMRI) ก็ยังตรวจพบสารฆ่าแมลงถึง 40 ชนิดในอาหารที่บอกว่าเป็น ‘อินทรีย์’ เนื่องจากสารดังกล่าวอยู่ในรายชื่อ ‘อนุญาต’ ให้ใช้ได้ – ซึ่งมันก็ยังเป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่ดี

 


อ้างอิงข้อมูลจาก: worldcrunch.com
zmescience.com
forbes.com
dontwastethecrumbs.com

 

Editorial Staffอาหารอินทรีย์มีแต่ข้อดีจริงๆ หรือ

Related Posts

สังเกตง่ายๆ เครื่องสำอางปลอดภัย

แต่ละวัน หญิงชาวอเมริกันใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย 12 ชนิดต่อวัน ซึ่งประกอบด้วยสารเคมีอย่างน้อย 126 ชนิด ขณะที่โครงการ Campaign for Safe Cosmetics ให้ข้อมูลว่ามีการใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์กว่า 10,000 ชนิด

พบสารก่อมะเร็งในเบียร์เยอรมัน

ถือเป็นครั้งแรกในสหรัฐที่จะมีการตรวจสอบสารไกลโฟเสตในอาหาร ส่วนเยอรมนี สถาบันสิ่งแวดล้อมมิวนิค ออกรายงานผลการตรวจสอบเบียร์ยอดนิยมในประเทศ 14 ยี่ห้อ พบการปนเปื้อนสารไกลโฟเสต หนึ่งในสารก่อมะเร็งที่พบได้ในสารปราบศัตรูพืช

สตรอเบอร์รีออร์แกนิกที่ไม่ออร์แกนิก

สตรอเบอร์รีนำเข้าจากสหรัฐที่ติดฉลากว่าออร์แกนิก 100% พอสืบสาวไปถึงต้นทางกลับพบว่านอกจากจะไม่ได้ 100% ตามที่แปะป้ายไว้ ยังเจือปนด้วยสารเคมีเป็นพิษ และกฎหมายในการดูแลและกำกับเรื่องนี้ก็ยังลักลั่นอยู่