ที่ชายหาดไกลๆ ผมเห็นเงาของใครคนหนึ่ง กำลังก่อกองไฟอยู่ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY
เกาะกูด

ที่ชายหาดไกลๆ ผมเห็นเงาของใครคนหนึ่ง กำลังก่อกองไฟอยู่

สะพานไม้ เกาะกูด

เรื่อง + ภาพ : กิตติศักดิ์ ทวีกิจภิญโญ

ผมเจอน้องเขาครั้งสุดท้ายประมาณปลายปีที่แล้ว จำได้ว่าเขาเป็นรุ่นน้องที่คณะแต่ผมจำชื่อไม่ได้…กำลังนั่งกินข้าวราดแกงอยู่แถวหน้าโรงหนังสกาลา ผมเห็นใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและท่าทางดูเหนื่อยมาก เลยถามเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

เขาส่ายหน้าแทนคำตอบแล้วก็ตักข้าวใส่ปาก…

ด้วยความรีบเร่งเมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไร ผมเลยพยักหน้าแทนการบอกลาและรีบเดินเพื่อที่จะไปทำธุระโดยที่ไม่ได้หันมามองน้องเขาอีก…

 

 

1

เสียงเครื่องยนต์เรือประมงที่ดัดแปลงเป็นเรือขนส่งดังแทรกในอากาศ ข้างหน้าของผมยังเป็นท้องทะเลสีฟ้าเข้ม มองไม่เห็นเกาะแก่งอะไร

ชาวเกาะกูด

ตอนที่ผมเดินทางจากท่าเรือบางเบ้ามา มีผู้โดยสารประมาณเกือบ 30 กว่าคน มีทั้งชาวบ้านที่มาซื้อของใช้ของกินและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งอย่างหลังมากหน่อยเพราะว่าเป็นช่วงใกล้ไฮ ซีซัน

เรือประมงออกจากท่าเรือด้วยความเร็วเรือแบบชิลชิล (ผมชอบอยู่แล้ว 🙂 ) ผมมองเกาะช้างที่อยู่ข้างหน้าผมเริ่มมีขนาดเล็กลง…เล็กลง จนค่อยๆ หายไป นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกใช้เส้นทางนี้มาท่องเที่ยว ก่อนที่จะเดินทางไปต่อที่เขมรทางอำเภอคลองใหญ่ หรือไปที่อื่นๆ ต่อ

แน่นอนครับ ภาษาเป็นอุปสรรคสำหรับผม แต่ไม่ใช่กับรอยยิ้ม…ผมต้องลงมาต่อเรือที่เกาะหมาก ระหว่างนั้น สมาชิกบนเรือก็ค่อยๆ ทยอยขึ้นบนท่าเรือทีละคนสองคน สุดท้ายบนเรือก็เหลือเพียงผมกับฝรั่งสองคนนั่งมองหน้ากันทำตาปริบๆ

เสียงเรือสปีดโบทดังขึ้นและพาเราออกเดินทาง ไม่นานแดดบ่ายก็โผล่ออกมาทักทาย ผมกับฝรั่งสองคนที่มองหน้ากันทำตาปริบๆ ว่าแล้วก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยออกมาพูดในใจ – “สวัสดี เกาะกูด”

 

 

 

 

 

 

ยามเย็นท่ามกลางทิวมะพร้าว

 

2

เท้ายังไม่แห้งจากน้ำทะเลก็มีเสียงตะโกนเรียกชื่อผม…ผมหันไปตามเสียง เห็นแล้วแต่จำไม่ได้ เขายิ้มมาแต่ไกล ภาพจำในสมองเริ่มทำงาน ผมยิ้มแต่เขายิ้มกว้างกว่า ‘ไอ้ต้น’ เขาเป็นรุ่นน้องที่คณะ เราทักทายกันตามประสาคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน เขาพาผมไปนั่งพักที่ศาลาริมน้ำ มองออกไปก็จะเห็นทะเลสีฟ้าเข้มไกลๆ ใกล้มาอีกนิดเป็นหาดทรายสีขาวยาวมีต้นสนและมะพร้าวขึ้นเรียงกันเป็นแนวขนานกับชายหาด ถัดเข้ามาอีกเป็นลำคลองที่ตัดผ่านหมู่บ้าน มีป่าไม้โกงกางทั้งต้นเล็กและต้นใหญ่ขึ้นหนามาก ถ้าในช่วงค่ำๆ ไปจนมืดก็จะเห็นหิ่งห้อยเต็มไปหมด

ใกล้เข้ามาเป็นบ้านของชาวเกาะที่ตั้งยื่นไปในน้ำ ใต้ถุนบ้านใช้เป็นกระชังเลี้ยงปลาไว้ขายและกิน บางบ้านยังทำเป็นร้านอาหารไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ต้นบอกว่าเขากำลังออกแบบและปรับปรุงรีสอร์ตอยู่ที่นี่ได้ปีกว่าๆ แล้ว แต่ยังไม่เสร็จดีและมีอีก 2-3 ที่จะต้องทำต่อ โดยเฉพาะตรงที่เรานั่งอยู่นี้ต้องให้เสร็จเพื่อที่จะได้รับนักท่องเที่ยวให้ทันช่วงปลายปีนี้

ว่าแล้วเสียงเลื่อยไม้ เสียงตอกตะปู เสียงเพลงลูกทุ่งก็ดังมาเป็นระยะๆ ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง เรือลำไหนชำรุดก็กำลังซ่อมบำรุงกันไป เรือเป็นพาหนะหลักของที่นี่เพราะถนนยังมาไม่ถึง เรื่องอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับเรือก็ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับเขา เรือบางลำต้องลอยอยู่กลางทะเลเป็นค่อนวันก็เคยมีมาแล้ว แต่รอดมาได้ก็กลายเป็นเรื่องเลาขำขำกันไปแทน

เขาพาผมเดินดูบริเวณรอบๆ รีสอร์ต ที่ดินแถบข้างหลังและไกลๆ ออกไปอีกนั้นถูกจับจองไว้หมดแล้ว อีกไม่นานก็จะมีรีสอร์ตสร้างขึ้นมาอีก ผมมองเห็นที่ดินตรงหน้าเป็นหาดทรายสีขาวสะอาด มีต้นไม้เล็กใหญ่ขึ้นเต็ม ถ้าลองเงียบเสียงและฟังดีๆ จะได้ยินเสียงนกร้องดังมาเป็นระยะ

ผมเดินดูไปเรื่อยๆ สักพักเขาขอตัวไปทำงานต่อ ส่วนผมก็ได้เวลาเล่นน้ำแล้ว…การได้ว่ายน้ำแล้วได้มองดูท้องฟ้ากว้างๆ เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบที่สุด เย็นวันนั้นผมต้องไปนอนอีกที่ซึ่งห่างจากที่นี่พอสมควร ก็ต้องอาศัยเรือของที่นี่ออกมาต่อรถสองแถว ระหว่างทางผมได้เห็นภาพผู้คนชาวเกาะตามหมู่บ้านต่างออกมานั่งคุยกัน เดินซื้อกับข้าว เด็กนักเรียนชายรวมตัวกันเล่นฟุตบอล คนที่เพิ่งกลับจากงานแบกจอบเสียมขึ้นบ่า นักกีฬาตะกร้อประจำหมู่บ้าน เสียงสวดมนต์ทำวัตรเย็น…

 

สะพานปลา เกาะกูด

 

3

พระอาทิตย์ตกน้ำไปนานแล้ว แต่ยังพอมีแสงสุดท้ายเหลืออยู่ แสงส่องลงมาบนผิวทะเลเรียบนิ่งเหมือนกระจกขนาดใหญ่ ถ้าเกิดมีใครสักคนขว้างก้อนหินลงไป ทุกสิ่งทุกอย่างคงแตกเป็นชิ้นชิ้น

มองไปที่สะพานปลา เห็นแสงไฟเริ่มส่องสว่าง เรือจอดเทียบท่าสนิท ผมพยายามจะใช้ช่วงเวลาเงียบๆ นี้คิดถึงเรื่องในชีวิตที่ผ่านมาและลองวางแผนกับมัน แต่ก็ทำไม่ได้นาน หลายๆ เรื่องพยายามโผล่หน้าเข้ามาทักทาย เซย์ โฮลโหล

เหอะ เหอะ ผมขำ ว่าแล้วก็เดินไปร้านค้าหยิบแบงก์ร้อยออกมาจัดการกับชีวิตตอนนี้ก่อนดีกว่า

 

ชายหาด เกาะกูด

 

 

4

“ตอนแรกที่มาอยู่เห็นแต่ฟ้ากับทะเลโคตรเหงาเลยพี่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พอๆ กับควันสีเทาที่ลอยอ้อยอิ่งออกมาจากช่องปาก

“แต่ตอนนี้น้อยลงหน่อยแล้ว เริ่มมีเพื่อนรุ่นเดียวกันมาอยู่ทำงานด้วยกัน เพื่อนที่มหา’ลัยแทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย เวลาจะหาข้อมูลทำงานก็อาศัยขี่มอเตอร์ไซค์ไปวนๆๆ ทั้งเกาะดูบ้านของชาวบ้าน ดูโน่นดูนี่บ้าง แล้วเอามาปรับใช้กับงานของเรา ดีไซน์มันปรับกันได้ มันก็ยากหน่อย เพราะไม่มีอินเทอร์เน็ตเอาไว้หาข้อมูล แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา อยากจะเข้าไปในเมืองไปปล่อยผีเสียหน่อย หาความสุขไปตามประสาคนโสด”

เขายิ้มกว้างและหัวเราะเสียงดัง ว่าแล้วเราก็ชนแก้วกันถือเป็นการอุ่นเครื่อง ตกลงยาดองที่เขาจะให้ผมเอากลับไปบ้านต้องมาเปิดเสียที่นี่แล้ว ข้างในมีอะไรบ้าง ผมถาม

“สารพัดสัตว์พี่ รับรอง…ไม่รู้ล้ม”

ว่าแล้วก็ต้องซะหน่อยวัยรุ่นอย่างเรา เสียงหัวเราะของคนงานดังมาจากในครัว หนังแผ่นวีซีดีกำลังเปิดอยู่คงทำให้คืนนี้หลายคนมีความสุข ผมเห็นเขากางเต็นท์ไว้หน้าหาด เขาบอกว่าสะดวกดี ชอบ ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย หลังๆ ก็เริ่มติด เขาเล่าว่าเคยคุยกับชาวประมงบางคน ให้นอนบนฝั่งนอนไม่หลับ มันไม่ชิน อยู่บนเรือนานติดนอนบนเรือซะแล้ว

ต้นเล่าเรื่องหลายเรื่องที่เขามาอยู่ที่นี่ ทั้งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน เรื่องหมา ลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาประจำที่นี่ ตอนจะกลับที่พักเขาทักผม พี่จำผมได้ไหมผมเคยเจอพี่ ผมกำลังนั่งกินข้าวอยู่แถวหน้าโรงหนังไง แต่นานแล้ว

ผมบอกว่าผมจำได้ ผมถามกลับ ตอนนั้นมึงสบายดีนะ เขายิ้ม ระหว่างทางผมนึกถึงตัวเองถ้าเป็นเรา เราจะอยู่ได้ไหม แรกๆ นี่แหละสำคัญ เราคิดเอาว่าเราไหว น่าจะได้ เราโตแล้ว กับเรื่องแค่นี้…สบาย แต่พอเจอเข้าจริงๆ บางครั้งมันก็ไม่แน่

อย่าว่าแต่จะให้อยู่บนเรือเป็นปีเลย แค่วันหนึ่งบนเกาก็เอาให้รอดก่อน แต่หลายๆ คนก็เลือกที่จะอยู่กับคนที่เข้าใจกัน แล้วแต่ใครจะเลือกและบางครั้งเราก็เลือกไม่ค่อยจะได้ด้วย

ที่ชายหาดไกลๆ ผมเห็นเงาของใครคนหนึ่งกำลังก่อกองไฟอยู่

 

 

 

author