พระสงฆ์ออกโรงต้านโรฮิงยา - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

พระสงฆ์ออกโรงต้านโรฮิงยา

Monk protest in Mandalay

ต่างจากเหตุการณ์ ‘8888’ หรือการเดินขบวนประท้วงครั้งประวัติศาสตร์ของพม่าเมื่อ 8 สิงหาคม 1988 ที่นักศึกษา พระสงฆ์ และประชาชนนับล้านออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลเผด็จการนายพลเน วิน หรือการประท้วงรัฐบาล ‘Saffron Revolution’ ปลายปี 2007 อันมีที่มาจากสีแดงดั่งหญ้าฝรั่นของจีวรสงฆ์ซึ่งเป็นกลุ่มนำการประท้วง เมื่อบัดนี้พระสงฆ์ในพม่าเริ่มการเคลื่อนไหวครั้งใหม่…ในจุดประสงค์ที่ต่างจากที่ผ่านมา

2 กันยายน พระสงฆ์หลายร้อยรูปร่วมเดินขบวนในเมืองมัณฑะเลย์เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ด้วยการขับไล่ชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงยาออกไปจากประเทศ หรือไม่ก็ต้องถูกจัดให้อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยอย่างเป็นระเบียบ

วิระธู (Wirathu) พระสงฆ์ผู้นำการประท้วงครั้งนี้อ้างว่า พระสงฆ์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน (หญิงสาวชาวยะไข่ถูกข่มขืนแล้วฆ่าโดยชายชาวโรฮิงยา 3 คน) และต้องการประณามการกระทำของชาวโรฮิงยาต่อชาวยะไข่ ซึ่งทางการรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากทั้งสองฝ่ายว่ามีอย่างน้อย 83 ราย ขณะที่กลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชนค้านว่าตัวเลขน่าจะมากกว่านี้

องค์การฮิวแมนไรท์วอช (Human Rights Watch) มองว่าเหตุรุนแรงดังกล่าวทางการพม่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ขณะที่โลกมุสลิมยังไม่มีทางออกให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ไร้รัฐอย่างโรฮิงยา – ชนชาติที่องค์การสหประชาชาตินิยามว่าเป็นชนชาติที่ถูกรังแกมากที่สุดในโลก

ปัจจุบัน ชาวโรฮิงยานับแสนถูกปฏิเสธความช่วยเหลือจากบังกลาเทศ มีเพียง 30,000 ราย ที่ลงทะเบียนและพักอาศัยในค่ายผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ว่ามีชาวโรฮิงยาราว 800,000 คน อาศัยอยู่ในพม่าอย่างผิดกฎหมาย และความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนทำให้ชาวพม่าที่ส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนาไม่พอใจจนพระสงฆ์ต้องออกมาประท้วงในครั้งนี้

กลุ่มมุสลิมในประเทศใกล้เคียง รวมทั้งประเทศไทย ก็กำลังประชุมกันเพื่อช่วยหาทางออกให้กับพี่น้องกลุ่มนี้โดยเร็วที่สุด

ที่มา : france24.com

aljazeera.com

tagged                             
author
อภิรดา มีเดช
อดีตภูมิสถาปนิกที่สนิทสนมกับตัวหนังสือมากกว่าต้นไม้ สารพัดขนแมวที่ติดอยู่บนเสื้อสีดำเป็นเครื่องหมายแสดงความจิตใจดี เป็นเครื่องประดับแสดงความเป็นทาสแมว สนใจด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ประวัติศาสตร์ การเมือง รวมถึงการวิพากษ์สังคมและบุคคลอย่างตรงไปตรงมา
(กองบรรณาธิการ WAY ถึงปี 2559)