อวลไออุ่นครอบครัว มาโนช พุฒตาล

เรื่อง :  พรเทพ เฮง ภาพ :   ดนยา จุฬพุฒิพงษ์

รถกระบะออฟโรดสีขาวทะยานมาตรงป้อมยามปากทางเข้าหมู่บ้าน คนขับยิ้มต้อนรับเปิดประตูให้ขึ้นรถเพื่อพาสู่นิวาสสถานของเขาที่อยู่ไม่ลึกนัก  จอดรถเสร็จสรรพเดินเข้าตัวบ้าน มาโนช พุฒตาล ก็แจกแจงสาธยายถึงมุมโปรดหลายๆ มุมของตัวบ้านที่โปร่งสบายท่ามกลางแสงแดดจ้าถึงมุมโปรดที่เขาทำงาน และอยู่ร่วมกับครอบครัวในบ้านหลังนี้มาถึง 9 ปีเต็ม พร้อมภรรยาและลูกสาวอีก 2 คน  คราบงูที่แขวนอยู่บนต้นโมกหน้าบ้าน มาโนชชี้ให้ดูแล้วบอกว่า บริเวณบ้านมีงูเยอะมาก

“ผมไม่เคยทุบตีหรือฆ่างูที่เจอ เพราะไม่กล้ายุ่งกับมันอยู่แล้ว อยู่ห่างมันไว้ ก็บอกลูกๆ อยู่เสมอว่า เวลาเจองูให้ยืนอยู่เฉยๆ ก่อน เพราะลูกผมเป็นเด็กเล็ก ก็ให้อยู่เฉยก่อน ดูท่าทีของมันแล้วค่อยถอยหลบมาบอกผู้ใหญ่”

เขาชวนขึ้นไปบนชั้น 2 พาไปดูห้องทำงานของภรรยา ซึ่งวันนั้นกำลังจะออกไปธุระข้างนอกพอดี กาญจนา (นิยมธรรม) พุฒตาล ก็เลยนั่งคุยบอกเล่าถึงกิจกรรมในครัวเรือน เพราะในห้องนี้จะอยู่กันครบหน้าเวลามาคุยกันถึงการทำรายการ ‘จุดจุดจุด’ ซึ่งเป็นรายการเด็กออกทางอีทีวีหรือสถานีวิทยุเพื่อการศึกษา ออกอากาศครึ่งชั่วโมง มาโนชเล่าถึงที่มาพร้อมเล่นกีตาร์ไปพลาง

“ภรรยาผมเป็นคนเขียนบทรายการ แต่งเนื้อเพลง เป็นพิธีกร แล้วออกแบบท่าเต้น ทำทุกอย่างเกือบหมด ผมก็เป็นช่างภาพและลงเสียงพากย์ไปด้วย เพื่อให้เกิดความประหยัด ถ่ายไปก็พากย์ไปด้วยเลย เอาไมค์ติดกระดุมไว้ เพราะได้งบประมาณมาถูกมาก แต่ก็ทำกันสนุกๆ เพื่อให้เขาได้มีอะไรที่เขาชอบทำ ลูกสาวผม
ทั้งสองคน และลูกสาวเพื่อนของภรรยาผมจะมาเต้นรำประกอบทุกตอน เป็นกิจกรรมในครัวเรือนที่สนุก เพราะได้ทำงานอยู่กับลูกๆ เวลาไปถ่ายต่างจังหวัดทั้งครอบครัวก็สนุก”

เขาพาไปดูห้องนอนลูก ห้องเก็บกีตาร์บนชั้น 2 ก่อนลงมานั่งคุยที่ระเบียงบ้าน ซึ่งมีร่มไม้ครึ้มแต่ไม่รกรุงรัง สัดส่วนพอเหมาะสวยงาม

“บ้านหลังนี้อยู่มาแล้ว 9 ปี ซื้อที่ดินในหมู่บ้านแล้วก็มาสร้างเอง เมียผมเป็นคนออกแบบ เขาชอบจัดบ้าน เป็นคนริเริ่ม ส่วนผมเป็นคนชอบติ บอกว่าอยากเอาอย่างนี้ให้เปลี่ยนใหม่ ผมเคยแซวว่า วันหนึ่งเขาคงจะย้ายหลังคาลงมาข้างล่างแน่ๆ เลย เพราะเขาย้ายของบ่อยมาก” หน้าบ้านมีป้ายชื่อแจ๊คสัน บราวน์ ตำนานนัก-ดนตรีเวสต์โคสต์ ชวนให้คนสงสัยว่าบ้านหลังนี้แจ๊คสัน บราวน์ มาเกี่ยวอะไรด้วย

“ผมชอบเพลงของเขามาแต่ไหนแต่ไร ผมก็เลยคิดแกล้งคนให้งงเล่นดีกว่า ตั้งชื่อบนป้ายหน้าบ้านว่า แจ๊คสัน บราวน์” มาโนชเฉลยพร้อมเสียงหัวเราะ บรรยากาศรอบตัวเริ่มผ่อนคลายแบบสบายๆ เขาชี้ชวนให้ดูต้นไม้รอบบ้านที่บอกว่า ปลูกเองกับภรรยาทั้งหมด

“อย่างต้นลูกหว้าตอนเอามาก็สูงแค่เมตรเดียว แต่โตเร็วมาก ต้นไม้ที่ผมเลือกปลูกในบ้าน ส่วนมากเป็นพันธุ์ที่ผมผูกพันในวัยเด็ก สมัยเด็กๆ แถวบ้านผมปลูกอะไรก็จะหาต้นไม้เหล่านั้นมาปลูก รสนิยมของต้นไม้ที่เอามาปลูกก็ตรงกับเมียผมด้วย อย่างต้นมะดันที่เอามาปลูก เพราะตอนเด็กๆ บ้านผมมีต้นมะดันแล้วมีแคร่อยู่ใต้ต้นมะดัน เพราะเวลาโตแล้วกิ่งก้านจะแผ่ออกสวย เพราะเป็นต้นไม้ที่หวงใบ แล้วใบจะเยอะมาก ครึ้มเลยทีเดียว

“แล้วก็มีต้นสารภีเป็นไม้ผลเล็กๆ แต่กินยากเวลากินต้องดำน้ำกิน ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเด็กๆ จะสอนมาอย่างนั้น ลูกสารภีจะคล้ายมะปราง มะปรางจะกินทั้งเปลือกได้ แต่สารภีจะขมต้องแกะเปลือกออก แล้วเนื้อข้างในจะคล้ายลูกเงาะแต่เม็ดใหญ่มาก ตัวเนื้อจะหนาแค่ 2 มิลเอง เวลาจะกินต้องดำลงไปในคลองแล้วไปแกะเปลือกใต้น้ำ แล้วใส่ปากกิน”

ต้นไม้เหล่านี้ที่บ้านของมาโนชที่อยุธยาถูกตัดหมดแล้ว เขาชี้ชวนให้ดูต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วเล่าว่า“อีกต้นที่ผมผูกพันกับมันมากคือ ต้นชำมะเลียงป่า สมัยผมเด็กๆ เด็กอยุธยาจะเล่น ไม้โผะ ใช้ยิงกัน แล้วจะใช้ลูกชำมะเลียงเป็นลูกกระสุน ซึ่งต้องไปหาตามป่าละเมาะ”

เขาบอกว่า กิจวัตรชีวิตวนเวียนอยู่กับ 3-4 ที่ สำนักงานบันเทิงคดี สุขุมวิทซอย 8 เข้าป่า และกลับบ้านที่อยุธยา โดยมีกิจกรรมภาคบังคับต้องทำทุกวันคือ ตื่นตี 5 ครึ่ง เข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวขับรถส่งลูกสาว 2 คนไปโรงเรียน  “มีเรื่องหนึ่งไม่รู้เป็นเรื่องน่าอายหรือเปล่า ตอนเช้ามืด เวลาผมเข้าส้วมนั่งถ่าย จะเอากีตาร์เข้าไปเล่นด้วย เพราะทำให้นั่งนาน เพลินแล้วทำให้ถ่ายสะดวก จนกลายเป็นนิสัย เวลาผมไปแคมปิ้งหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด ถ้าไม่เอากีตาร์ไปด้วยจะอึไม่ออก สังเกตที่บ้านผมจะมีกีตาร์ตั้งไว้หน้าห้องน้ำเกะกะอยู่เรื่อย”

ถึงเวลาเข้านอน ความสุขอีกช่วงในแต่ละวันของมาโนชกับภรรยาก็คือ แบ่งกันนอนกอดลูกสาวกันคืนละคนสลับกัน แล้วเล่านิทานที่ต้องแต่งเอง “กติกาของลูกสาวคือต้องแต่งเองห้ามเอานิทานที่มีอยู่ในหนังสือ และห้ามมีการตาย เพราะเดี๋ยวจะไม่สนุก อยากให้ตลกมีแต่ความสุข ผมก็บอกว่า ไม่ได้ ต้องให้มีพลัดพรากกันบ้าง เขาก็ไม่ยอม คืนหนึ่งก็เล่าจนจบตอนแล้วให้ค่อยติดตามวันพรุ่งนี้เพื่อให้เขานอนหลับ เพราะถ้าเล่าไปเรื่อยก็จะไม่หลับหรอก เพราะนิทานของผมมันตลก” นิทานจบในตอนและนิทานซีรีส์ชุด ‘ตี๋ซาลาเปา’ ‘ไอ้สาบกับไอ้ขี้’ จึงหลั่งไหลในหลังคาบ้านหลังนี้คืนแล้วคืนเล่า แถมมาโนชเคยอัดนิทานที่เล่าให้ลูกฟังแจกมูลนิธิคนตาบอดมาแล้ว “ผมแต่งเองเล่าเองแล้วอัดเสียงใส่มินิดิสก์ มันจะน่ารักตรงที่เป็นในลักษณะพ่อเล่าให้ลูกฟัง แล้วก็มีเสียงเด็กคือเสียงลูกผมถามบ้าง หยอกเย้าบ้าง อย่าง โอ้ พ่อจั๊กกะแร้เหม็นจังเลย เพราะนอนกอดเขาแล้วเล่าไปด้วย”

ชีวิตในบ้านของมาโนชและครอบครัวก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หรือแตกต่างจากครอบครัวอื่นมากนัก เขาบอกถึงการดำรงชีวิตในครอบครัวให้มีความสุขและยืนยาวเป็นการส่งท้าย

“ผมกับภรรยาก็ขัดแย้งกันเยอะในเรื่องรสนิยม ก็มีทะเลาะกันแต่เนื่องจากรักที่จะอยู่ด้วยกัน ก็อยู่กันได้”

WAYอวลไออุ่นครอบครัว มาโนช พุฒตาล

Related Posts

ผมเป็นคนที่โคตรจะจนเลยครับคุณ!

ความจนทำให้ผมไม่มีสง่าราศี แลดูซอมซ่อ จะพูดจะจากับใครก็ไม่รู้จะพูดด้วยเรื่องอะไร เพราะผมไม่มีทุนทรัพย์อะไรจะไปแลกเปลี่ยนใช้จ่ายกับใครเขา ความจนของผมบังเกิดขึ้นถึงขีดสุด ก็เมื่อคลื่นวิทยุ FM 97.0 หายสาบสูญไปจากโลกวิทยุ