11 ไอเดียถุงยางสุดล้ำ

condoms-2

 

จากสถิติการใช้ถุงยางอนามัยทั่วโลกอยู่ที่ร้อยละ 5 และจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ทั่วโลกจากการสำรวจโดยโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (Joint United Nations Programs on HIV/AIDS: UNAIDS) รายงานว่าอยู่ที่ 34 ล้านราย ถุงยางอนามัยจึงกลายเป็นอาวุธต่อสู้กับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ต้องกลับมารณรงค์กันอย่างต่อเนื่อง

เดือนมีนาคมที่ผ่านมา มูลนิธิบิลแอนด์เมลินดาเกตส์ (Bill & Melinda Gates Foundation) เป็นตัวตั้งตัวตีเปิดโครงการ ‘Develop the Next Generation of Condom’ โดยมีนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์และนักพัฒนาเทคโนโลยีกว่า 800 ทีมจากทั่วโลกเข้าร่วม

จาก 800 ผลงาน ถูกคัดจนเหลือ 11 โครงการในรอบสุดท้ายที่จะได้รับงบไปพัฒนาต่อทีมละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

1. ถุงยางคอลลาเจน

มาร์ค แม็คโกลธลิน หัวหน้าทีมจากบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์เอเพ็กซ์ (Apex Medical Technologies) ในซานดีเอโก สหรัฐ ให้ข้อมูลว่าทีมได้ผสมผสานวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเอ็นวัว ที่หาได้ง่าย ราคาไม่แพง และมีความทนทาน ทำให้ผิวสัมผัสของถุงยางชนิดนี้พิเศษตรงที่สามารถถ่ายเทความร้อนระหว่างกันและให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

 

2. ฟรีไซส์

เป็นถุงยางที่สามารถปรับขนาดให้เหมาะกับผู้สวมใส่ได้โดยอัตโนมัติ ด้วยวัสดุ composite anisotropic ถูกออกแบบมาให้กระชับขึ้นระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ พัฒนาโดย เบนจามิน สตรัทท์ บริษัทเคมบริดจ์ดีไซน์พาร์ทเนอร์ชิป จากอังกฤษ

 

3. โปร่งใส

แม้ลักษณะภายนอกจะดูใสเหมือนกับพลาสติกแรบ (plastic wrap) ที่ใช้ห่อหุ้มอาหารตามบ้านทั่วๆ ไป แต่ถุงยางชนิดนี้ผลิตจากพลาสติกชนิดโพลีเอธิลีน ซึ่งเป็นคนละชนิดกับที่ใช้ใน wrap  จึงสามารถรีดจนบางเฉียบแต่ยังรักษาความทนทานเอาไว้ได้ รอน เฟรเซียร์ส คณะกรรมการสุขภาวะครอบครัวในแคลิฟอร์เนีย อธิบายเพิ่มเติมว่า ถุงยางดังกล่าวจะมีแถบสองด้านสำหรับดึงเพื่อความสะดวกเวลาสวมใส่

 

4. ทันใจ

โปรเจ็คท์ Rapidom ไม่ใช่ไอเดียของถุงยางโดยตรง แต่เป็นการจัดส่งถุงยางให้ถึงมือผู้ใช้อย่างทันท่วงที ออกแบบระบบโดย วิลเลม ฟาน เรนส์เบิร์ก จากบริษัท Kimbranox (Pty) Limited จากเมืองสเตลเลนบอส์ช แอฟริกาใต้

 

5. บันดาลใจจากชีวภาพ

แพทริก ไกเซอร์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐ นำเสนอแนวคิดในการออกแบบถุงยางรุ่นนี้ว่า มาจากความต้องการเลียนแบบเนื้อเยื่อและเมือกซึ่งเป็นสารหล่อลื่นที่ผลิตจากร่างกายตามธรรมชาติ โดยวัตถุดิบหลักที่ใช้คือสารประกอบพอลิเมอร์พลาสติกที่มีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ

 

6. ส่งผ่านความร้อนด้วยแกรฟีน

ถุงยางรุ่นบางเฉียบ แข็งแรง แต่ยืดหยุ่นได้ดี โดยการค้นคว้าของ ลักษมีนารายัน รากูปาธี นักวิจัยอาวุโสจากบริษัท HLL Lifecare ในอินเดีย โดยส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติดังกล่าว คือ แกรฟีน (Graphene) เป็นผลึกคาร์บอนรูปแบบหนึ่ง ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน น้ำหนักเบา และเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในแผงโซลาร์เซลล์

 

7. ถุงยางนาโนฯ 1

ถุงยางชนิดบางเป็นพิเศษที่เพิ่มกรรมวิธีเคลือบอนุภาคนาโนเพิ่มการดูดซึมน้ำ ร่วมพัฒนาโดย แคเร็น บุช และดักซู คิม จากมหาวิทยาลัยบอสตัน แม้จะดูบางจนไม่น่าไว้ใจ แต่ทีมวิจัยรับประกันในแง่ความทนทานระหว่างการใช้งาน และความสามารถในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

 

8. ถุงยางนาโนฯ 2

ด้วยวัสดุนาโนเทคโนโลยีอย่าง แกรฟีน ซึ่งแข็งแรงกว่าโลหะ 100 เท่า อาราวินด์ ไวจารยะกาวาน และทีมจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ อังกฤษ อยู่ระหว่างพัฒนาคุณภาพถุงยางและกระบวนการผลิตให้เป็นไปได้ในระดับอุตสาหกรรม

 

9. บางเฉียบ

ริชาร์ด ชาร์ตอฟฟ์ จากมหาวิทยาลัยโอเรกอน สหรัฐ พัฒนาถุงยางด้วยการใช้โพลียูรีเทน เสริมความแข็งแรง ริชาร์ดอ้างว่าถุงยางตัวใหม่ที่พัฒนามีความบางกว่าถุงยางลาเท็กซ์ปกติที่ใช้กันในปัจจุบันครึ่งหนึ่ง

 

10. มาพร้อมตัวช่วย

เป็นอีกบริการจัดส่งถุงยางและตัวช่วยเวลาสวมใส่ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใส่ด้วยมือเปล่า หรือเสี่ยงระหว่างการฉีกอีกต่อไป ถุงยางและตัวช่วยจะมาพร้อมกันในแพ็คเกจเดียว โปรเจ็คท์ Condom Applicator Pack (CAP) ได้รับการพัฒนาโดย ไมเคิล รัทเนอร์ และรัสเซลล์ เบอร์ลี จากบริษัท  House of Petite Pty ในเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย

 

11. ใส่แล้วเหมือนไม่ใส่

Superelastomer ถือเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการคิดค้นและอาจนำมาใช้แทนซิลิโคนในระยะเวลาอันใกล้ จิมมี่ เมย์ส นักเคมีจากมหาวิทยาลัยเทนเนสซี สหรัฐ ให้ข้อมูลว่ามีความพยายามในการออกแบบให้ใกล้เคียงผิวหนังมนุษย์ที่สุด จนผู้ใช้ไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังสวมถุงยางอยู่

 

ที่มา: alternet.org

สนับสนุนโดย

อภิรดา มีเดช11 ไอเดียถุงยางสุดล้ำ

Related Posts

Master AI คุณครูปัญญาประดิษฐ์

ปัจจุบันมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในหลากหลายวงการ ตั้งแต่อุตสาหกรรมยันธุรกิจ เกษตรกรรมยันการแพทย์ การศึกษาเองก็เช่นกัน ที่ ครูจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ จะนำมาเล่าให้ฟังว่า 'AI' ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้เป็นตัวช่วยสำคัญในการศึกษาสมัยใหม่ได้มากทีเดียว

เพศศึกษา วาระแห่งชาติ

มีสถิติบอกว่า อัตราการตั้งครรภ์ในคุณแม่วัยรุ่นของไทยนั้นวิ่งเป็นเส้นตรงตั้งแต่ยุค 30-40 ปีก่อน นับว่าเราไปไม่ถึงไหน มองในระดับโลก หลายประเทศยกประเด็น 'เพศศึกษา' เป็นวาระแห่งชาติจริงจังว่าควรสอนเด็กตั้งแต่ตอนไหน มากกว่าการถกปัญหาปลายทางเรื่อง 'ตู้ขายถุงยาง'

‘จุลินทรีย์ในมนุษย์’ คีย์เวิร์ดสำคัญของทุกความป่วยไข้

จุลินทรีย์ในร่างกายมนุษย์ไม่ใช่แค่ทำให้เราถ่ายท้องดีขึ้น แต่คือการกำหนดสุขภาพตั้งแต่โรคอ้วน, การตอบรับวัคซีน HIV ในผู้หญิง, ภูมิคุ้มกันเด็ก, ภาวะออทิสซึม, ความกังวล ทั้งเป็นหนึ่งในความรู้ใหม่ในการรักษาทางจิตวิทยาด้วย