บัซ อัลดริน: สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น

ภาพประกอบ: Shhhh

 

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงลงนามปฏิรูปสภาอวกาศแห่งชาติ (National Space Council) ให้กลับมาปฏิบัติการอีกครั้ง (ครั้งล่าสุดที่สภาเคยมีบทบาทก็เมื่อ 24 ปีที่แล้ว) โดยสภาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสมัย ประธานาธิบดีจอร์จ บุช (George H.W. Bush) ผู้พ่อ ในปี 1989

เนื้อหาในงานนี้ไม่มีอะไรมากนัก นอกจากคำพูดใหญ่โตของทรัมป์ว่า ความมั่นคงของชาติสหรัฐและความมั่นคงอวกาศคือสิ่งเดียวกัน และการต่อสู้เอาชนะกลุ่ม ISIS คือสิ่งสำคัญ แน่นอนว่า สร้างความงุนงงให้กับคนฟังอย่างยิ่งว่าเกี่ยวอะไรกัน

แต่ที่กลายเป็นเรื่องขบขันให้ชาวอเมริกันได้แซะและจิกกัดเบาๆ บนโลกออนไลน์ ขณะที่ทรัมป์ยืนกล่าวสุนทรพจน์อยู่ บัซ อัลดริน (Buzz Aldrin) มนุษย์คนที่สองที่ประทับรอยเท้าบนดวงจันทร์ถัดจาก นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานดังกล่าวได้แสดงสีหน้าที่หลากหลายระหว่างทรัมป์พูด

ชวนฮากว่า นั่นคือ คำตอบของเขา หลังทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์เสร็จและหันมาถามว่า

There’s a lot of room out there, right?

To infinity, and beyond

สร้างเสียงหัวเราะไปทั่วห้องประชุม เพราะสิ่งที่เขาตอบกลับคือ วลีดังจากหนังอนิเมชั่นเรื่อง Toy Story ที่ บัซ ไลท์เยียร์ – ตัวละครที่ได้แรงบันดาลใจจาก บัซ อัลดริน ตะโกนก้องในภาคภาษาไทยว่า “สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น”

เรื่องราวความเก๋าของนักสำรวจรุ่นใหญ่คนนี้ยังไม่สิ้นเพียงเท่านั้น เพราะปีที่ผ่านมา ระหว่างอัลดรินกำลังให้สัมภาษณ์สื่อ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามากล่าวหาว่า เขาไม่เคยไปดวงจันทร์จริงๆ แต่จัดฉากหลอกคนทั้งโลก และสิ่งที่ชายคนนั้นได้กลับไปกับไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นหมัดหนักๆ แทน (คลิกดูวิดีโอ) 

สำหรับชาวอเมริกันแล้ว บัซ อัลดริน เป็นยิ่งกว่าฮีโร่คนสำคัญ

ปี 1969 คือ ปีที่เขาเหยียบดวงจันทร์หลังใช้ชีวิตเคว้งคว้างอยู่บนยาน Apollo 11 มาสักพัก หลังจากนั้น กระแสเด็กรุ่นใหม่ก็หันมาคลั่งไคล้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศเพิ่มมากขึ้น พวกเขาหวังว่าจะเป็นแบบอัลดรินได้ในสักวัน เขาคือผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนอยากมีชีวิตแบบเขาจนถึงทุกวันนี้

แม้จะอายุ 87 ปี แต่ใจที่รักในการสำรวจอวกาศของเขายังสดใหม่อยู่เสมอและไม่เคยละทิ้งฝันในวัยหนุ่ม เมื่อไม่นานมานี้ เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศออนไลน์อย่าง Futurism ว่า มนุษย์โลกจะสามารถย้ายไปอยู่บนดาวอังคารได้ในอีก 20 ปีข้างหน้า

สิ่งที่อัลดรินกล่าวจะเป็นไปได้จริงหรือ

ลองย้อนคิดดีๆ แล้ว มายาคติเรื่องมนุษย์จะสามารถย้ายไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารอาจไม่ไกลเกินเอื้อมสักเท่าไหร่ สังเกตได้จากการแข่งขันเทคโนโลยีทางอวกาศของหลายประเทศ หรือบริษัทอย่าง SpaceX และ Boeing เอง ก็ดูดุเดือดเหลือเกิน

เมื่อปี 2016 อีลอน มัสค์ (Elon Musk) ผู้บริหารบริษัท SpaceX เคยออกมาแถลงชัดเจนว่า SpaceX จะสามารถส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารได้ภายในปี 2024 ทั้งยังวาดฝันว่า จะขึ้นไปสร้างอาณานิคมบนดาวเคราะห์แดงดังกล่าวให้เป็นแหล่งอารยธรรมใหม่ของมนุษยชาติ

ล่าสุด อีลอน มัสค์ ได้เปิดเผยโครงการจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคารอย่างไร ให้ อ่านกันฟรีๆ อีกด้วย

ค่อนข้างชัดเจนว่า เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ในปัจจุบันมีศักยภาพและประสิทธิภาพที่ล้ำหน้าเกินกว่าที่คนทั่วไปจะคาดคิด

เพื่อให้ชาว Martian หรือมนุษย์ดาวอังคาร เกิดขึ้นจริงๆ บัซ อัลดริน มองว่า สิ่งที่ต้องเริ่มเป็นอันดับแรก คือ สร้างคุณลักษณะนักสำรวจในใจมนุษย์ อัลดรินอธิบายถึงความสำคัญของการออกไปผจญภัยนอกโลกว่า

โดยพื้นฐานเราแล้ว มนุษย์คือนักสำรวจ เราเป็นสปีชีส์ขี้สงสัย และมันถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะคิดอย่างจริงจังเสียทีเกี่ยวกับการอาศัยอยู่บนดาวอังคาร ว่าจะออกมาหน้าตาเป็นเช่นไร

ชีวิตบั้นท้ายหลังเกษียณจากอาชีพนักบินอวกาศของเขาจึงอุทิศอยู่กับการสร้างนักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์ ผ่านกระบวนการสำรวจและเรียนรู้ อีกทั้งยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การสำรวจและการค้นพบคือสิ่งที่สำคัญ

Buzz Aldrin’s Space Share Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างฝันและแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่สนใจวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอวกาศ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ในการเข้ามาเทคคอร์สเรียนรู้

แม้การลงทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศจะกินระยะเวลาและเม็ดเงินมหาศาล แต่เขาไม่เคยสิ้นหวัง

ปี 1903 เราสามารถสร้างเครื่องบินได้ และอีก 66 ปีต่อมา มนุษย์ก็สามารถขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้ เพื่อช่วยให้คนรุ่นต่อไปสามารถก้าวไปสู่ความฝันนั้นได้ เราต้องมอบการศึกษาและสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาหลงใหลในวิชาต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะและคณิตศาสตร์

อัลดรินกล่าวอย่างมีความหวังต่อว่า “นี่ล่ะคือจุดหมายของ SpaceShare Foundation และมันเป็นสิ่งที่ผมจะอุทิศทั้งตัวและหัวใจเพื่อสนับสนุนมัน”

สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น คงจะเป็นจริงได้ในอีกไม่นานหลังจากนี้


อ้างอิงข้อมูลจาก: huffingtonpost.com
futurism.com/buzz-aldrin
futurism.com/elon-musk
uturism.com/spacex
Editorial Staffบัซ อัลดริน: สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น

Related Posts

American Dream: คนดำผู้ยากจน คนขาวผู้ก้าวร้าว

เหตุรุนแรงที่ชาร์ล็อตส์วิลล์ ที่มีจุดเริ่มต้นจากสมัยสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา เมื่อ 'การเหยียดสีผิวและเชื้อชาติ' ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกกดทับมาอย่างยาวนาน นี่คือบทสนทนาเชิงวิเคราะห์ สังเคราะห์ แบบเผ็ดๆ กับ ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชาร์ล็อตส์วิลล์: การกลับมาของลัทธิคนขาวสุดโต่ง

บทสรุปของความรุนแรงที่เพิ่งเริ่มต้นในเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา การกลับมาของกลุ่มขวาสุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็น White Supremacist, KKK และนีโอนาซิสม์ บนดินแดนแห่งความขัดแย้งตั้งแต่สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา

คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ: แล้วไง ใครแคร์

15 ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ยืนยันเป็นเอกฉันท์ใช้ 'ข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2371' คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ นี่คือเงื่อนไข เนื้อหา และท่าทีของนานาประเทศ ต่อมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดต่อเกาหลีเหนือ ณ เวลานี้