ย้อนรอยมาตรการรัฐ...เราจะฝ่าฝุ่นพิษไปด้วยกัน - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

ย้อนรอยมาตรการรัฐ…เราจะฝ่าฝุ่นพิษไปด้วยกัน

จากช่วงปลายปี 2560 และต้นปี 2561 เกิดปรากฎการณ์คล้ายหมอกปกคลุมทั่วฟ้ากรุงเทพฯ ในช่วงเช้า ภายหลังเป็นที่ทราบกันว่าสิ่งนี้หาใช่หมอกยามเช้า แต่เป็นฝุ่นพิษหรืออนุภาคฝุ่นในอากาศขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และมีความเข้มข้นเกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ จนถึงวันนี้ฝุ่น PM 2.5 มีความเข้มข้นอยู่ที่ระดับ 101-200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะฝุ่นเหล่านี้เล็กมากพอที่จะดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้

ความรุนแรงของปรากฏการณ์ฝุ่นพิษสร้างความหวาดผวาเป็นวงกว้าง ประชาชนเกิดความสับสนในข้อมูลและข้อเท็จจริง แม้ในช่วงแรกภาครัฐจะพยายามชี้แจงให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่เมื่อสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม ในที่สุดจึงต้องหามาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทว่ามาตรการทั้งหลายที่ออกมาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล่าช้าและบางมาตรการอาจดูพิลึกจนสะท้อนไปถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาล

วันนี้เราจึงรวบรวมนโยนบาย มาตรการ และวิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ มาให้ดูกัน เพื่อนำไปสู่คำถามที่ว่า เรากำลังทำอะไรกันอยู่ และเราจะมีชีวิตคลุกฝุ่นพิษอย่างนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน?


23 ธันวาคม 2561

สั่ง 50 เขตล้างถนน ฉีดพ่นละอองน้ำ

หลังพบค่าฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ สูงเกินค่ามาตรฐาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขบรรเทาปัญหา โดยสั่งการให้ กทม. 50 เขต ล้างทำความสะอาดถนนและฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น รวมทั้งใต้สถานีรถไฟฟ้า ควบคุมไม่ให้มีการเผาขยะหรือเศษวัสดุต่างๆ ตามมาตการ 1 เขต 1 ถนนอากาศสะอาด ปราศจากฝุ่นและมลพิษ คุมเข้มรถควันดำ และตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ โดยคาดว่าภายใน 2-3 วัน สถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

15 มกราคม 2562

กทม. แจกหน้ากาก N95 สามแสนชิ้น

กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดซื้อหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษ N95 เพิ่มเติม 300,000 ชิ้น หลังจากเมื่อวันที่ 14 มกราคม แจกไปแล้วกว่า 10,000 ชิ้น เพื่อเตรียมไว้แจกจ่ายประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เด็ก ผู้สูงอายุ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่า การแก้ปัญหาฝุ่นละอองที่ดำเนินการขณะนี้ อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้แบบทันท่วงที แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งเชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น เปรียบเสมือนคนปวดหัวที่กินยาแก้ปวด จะไม่ได้หายทันที เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา

16 มกราคม 2562

‘ประวิตร’ ขอ 3 ปี รถไฟฟ้าสร้างเสร็จ

หลังจากมีนักวิชาการออกมาระบุว่า “ต้องใช้รถฉีดน้ำกว่า 30,000 คัน จึงสามารถลดฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ ได้” ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่า เวลานี้ทุกภาคส่วนกำลังช่วยกันแก้ปัญหา ดำเนินการทุกวัน ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้ารัฐบาลไม่ช่วย ถามว่าใครจะช่วย สถานการณ์ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องปิดการเรียนการสอน เนื่องจากสภาพอากาศค่อยๆ ดีขึ้นแล้ว

พล.อ.ประวิตร บอกอีกว่า หากรถไฟฟ้าหลายสายสร้างเสร็จภายในช่วง 2-3 ปี จะสามารถลดปัญหาฝุ่นละอองได้ ซึ่งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือต้องพ่นน้ำไปก่อน แต่ถึงอย่างไรปริมาณฝุ่นละอองไม่สามารถสูงไปมากกว่านี้ เพราะนี่คือขั้นสูงสุดแล้ว

22 มกราคม 2562

9 มาตรการเร่งด่วนฉบับ คสช.

แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี เรื่องสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เร่งสั่งการให้ทุกภาคส่วนแก้ไขและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมี 9 มาตรการ ดังนี้

  1. เพิ่มความถี่ในการกวาดล้างทำความสะอาดถนน และฉีดพ่นน้ำตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น. ทุกวัน
  2. แจกหน้ากากอนามัย N95 ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วย คนชรา เด็ก
  3. ตรวจจับรถควันดำและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
  4. จัดตั้งคณะกรรมการร่วมในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้า เร่งคืนพื้นผิวการจราจร ปรับพื้นที่ผิวถนนให้กว้างขึ้น
  5. จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้างอาคารสูงและระบบสาธารณูปโภค โดยให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
  6. การแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด โดยอำนวยความสะดวกในการจราจรให้ดีขึ้น รวมถึงการเข้มงวดมิให้จอดรถริมถนนสายหลัก
  7. เข้มงวดมิให้มีการเผาขยะและการเผาในที่โล่ง
  8. รณรงค์ไม่ให้ติดเครื่องยนต์ขณะจอดในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน และพื้นที่ที่มีมลพิษสูง
  9. ปฏิบัติการฝนหลวง และการใช้โดรนพ่นน้ำผสมสารเคมี เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง

นายกฯ สั่งพลขับห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอดรอ

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังสื่อมวลชนเสนอข่าวรถในขบวนติดตามรัฐมนตรีติดเครื่องยนต์ขณะจอดรอในทำเนียบรัฐบาลว่า “ในที่ประชุม ครม. ตนได้ย้ำไปแล้วว่า ส่วนของหน่วยงานราชการไม่ต้องติดเครื่องรอนาย รถของตนก็สั่งไม่ต้องติดเครื่องรอ เพราะเหม็น เปลืองน้ำมัน เครื่องยนต์เสื่อมโดยใช่เหตุ เปิดแอร์นั่งรอนานไม่ให้ทำ ซึ่งตนได้ทำเป็นตัวอย่างไปแล้ว และทุกคนต้องช่วยกันด้วย”

23 มกราคม 2562

ทส. ออกมาตรการ 4 ระดับ

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ออกแผนปฏิบัติการแก้ไขฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ

ระดับที่ 1 หากค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานอยู่ที่ 51-90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) จะเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการต่างๆ เช่น ตรวจจับควันดำ 20 จุดรอบกรุงเทพฯ เร่งคืนพื้นผิวจราจรในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า ฉีดพ่นน้ำแรงดันสูง เพิ่มความถี่ในการกวาดล้างทำความสะอาดถนน รวมถึงงดเผาในพื้นที่ 5 จังหวัดรอบกรุงเทพฯ

ระดับที่ 2 หากค่าฝุ่นละอองเกิน 90 มคก./ลบ.ม. จะให้ยกระดับสถานการณ์รุนแรง เช่น ลดจำนวนยานพาหนะ ชะลอหรือหยุดการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้า ปรับเปลี่ยนและแก้ไขแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทอุตสาหกรรมให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น

ระดับที่ 3 หากค่าฝุ่นละอองเกิน 90 มคก./ลบ.ม. ครอบคลุมทั้งพื้นที่ติดต่อกัน 3 วัน จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑล ใช้อำนาจตามมาตรา 28/1 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ และมีอำนาจยุติกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษได้ทันที

ระดับที่ 4 หากดำเนินการทั้ง 3 ระดับแล้ว ค่าฝุ่นละอองยังคงเกิน 90 มคก./ลบ.ม. จะเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณามาตรการแก้ปัญหา เสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 สั่งการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ร่วมกันกระทำการใดๆ เพื่อระงับหรือลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5

29 มกราคม 2562

‘ประยุทธ์’ ผุดไอเดียพ่นน้ำจากตึกใบหยก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า ฝุ่น PM 2.5 ยังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดในระยะเวลาอันใกล้ได้ จึงต้องหามาตรการที่เหมาะสม ทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะยาว และมาตรการเบาไปหาหนัก

“วันนี้มีความคิดใหม่ ให้เพิ่มการพ่นละอองน้ำจากตึกสูง เช่น ตึกใบหยก ซึ่งเอกชนได้เสียสละเงินส่วนหนึ่งมาช่วยเหลือตรงนี้ด้วย โดยขณะนี้กระทรวงกลาโหมกำลังดำเนินการ”

30 มกราคม 2562

กทม. ประกาศ 50 เขตคุมมลพิษ

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกประกาศ เรื่อง กำหนดให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ พร้อมกำหนดให้แหล่งกำเนิดดังต่อไปนี้เป็นแหล่งก่อเหตุรำคาญในพื้นที่ทั้ง 50 เขต ได้แก่ รถยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน การเผาในที่โล่ง ได้แก่ การเผาหญ้า เผาตอซังข้าว และเผาขยะ เป็นต้น เว้นแต่การเผาวัสดุในพิธีกรรมตามจารีตประเพณี และกิจกรรมการก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อปัญหามลพิษทางอากาศ

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อาศัยอำนาจตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560

สั่งปิดโรงเรียน 437 แห่ง

ผู้ว่าฯ กทม. มีคำสั่งให้โรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ปิดการเรียนการสอน ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กนักเรียนและลดปริมาณรถยนต์ของผู้ปกครอง”

วันเดียวกัน นางอรสา ภาววิมล รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงสถาบันอุดมศึกษาทั้งรัฐและเอกชน รวม 56 แห่ง เพื่อขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยของรัฐ ในกำกับรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พิจารณาหยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ทั้งนี้ ขอให้สถาบันอุดมศึกษาใช้ดุลยพินิจตามความเหมาะสม

กทม. ยกเลิกโดรนพ่นกากน้ำตาล

ภายหลังจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. แถลงว่า ในวันที่ 31 มกราคม จะมีการประสานงานกับชมรมโดรนของนครราชสีมา นำโดรนขนาดเล็ก 50 ตัว บรรทุกน้ำตัวละ 10 ลิตร โดยน้ำที่นำมาใช้จะเป็นโมลาส (Molasses) หรือกากน้ำตาล เพื่อดักจับฝุ่นละออง ล่าสุด นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เผยว่า หลังจากหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วได้ข้อสรุปว่า จะยกเลิกการพ่นละอองน้ำผสมกากน้ำตาล แต่เปลี่ยนไปใช้น้ำสะอาดแทน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง และยังไม่มีผลวิจัยยืนยันว่า น้ำผสมกากน้ำตาลสามารถจับฝุ่นละออง PM 2.5 ได้

นายกฯ ขู่ปิดโรงงาน บีบใช้รถวันคู่-วันคี่ ห้ามนั่งแท็กซี่คนเดียว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวตอนหนึ่งในงานมหกรรมยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา เกี่ยวกับแนวทางควบคุมการใช้รถยนต์ว่า

“ต่อไปรถที่วิ่งเข้ามาในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ถ้าแก้ไขยังไม่ได้ ผมจะให้วิ่งรถเป็นวันคู่ วันคี่ และต่อไปจะห้ามไม่ให้รถดีเซลวิ่งบนถนนเส้นเหล่านี้ มันจะมีปัญหากันอีกหรือไม่ เมื่อทุกคนบอกว่า ผมอ่อนเกินไปในเรื่องนี้ ไม่เข้มงวดจริงจัง แต่ความจริงผมพร้อมทำทุกอย่าง ซึ่งทุกคนต้องร่วมมือกัน รีบไปแก้เสียในวันนี้”

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการควบคุมมลพิษจากโรงงานว่า “ในภาคอุตสาหกรรม โรงงานอุตสากรรมอาจต้องปิดโรงงานในช่วงเช้า บ่าย หรือเย็น หรือช่วงที่ค่าฝุ่นละอองสูง ขอให้เตรียมตัวไว้ และจะมาบอกว่านายกฯ ไม่เอาใจใส่อีกไม่ได้ คอยดูก็แล้วกัน ว่าจะมีอะไรกลับมาหรือไม่ จะยอมเสียสละกันหรือไม่ วันนี้จะขอให้รณรงค์กัน โรงงานหยุดทำการในช่วงเช้าหรือเย็นได้หรือไม่ วันละ 1 ชั่วโมงก็ยังดี”

นอกจากเรื่องตรวจสอบโรงงาน และแนวทางการใช้รถ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า “เดี๋ยวผมจะออกคำสั่ง คสช. แต่ไม่ใช้มาตรา 44 เพราะมาตรา 44 นั้น มีอำนาจอยู่แล้ว พอใจหรือไม่ ที่ผมประกาศแบบนี้ ต่อไปนั่งรถคนเดียวไม่ได้ ต้องมีเพื่อนนั่งรถไปด้วย 2-3 คน เอากันสิครับ ด่าผมดีนัก ว่าอย่างนี้ทำหรือไม่ทำ เด็กไอจะเป็นเลือดอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ผมจะทำให้ ต่อไปนี้ไปไหนต้องชวนเพื่อนไปด้วย จะนั่งแท็กซี่คนเดียวไม่ได้ ต้องลากคนขึ้นไปด้วย 2-3 ที่หมาย ถ้าไม่แก้กันผมจะทำแบบนี้”

ลดการเผากระดาษเงินกระดาษทองฉลองตรุษจีน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการในที่ประชุม ครม. ว่า ในช่วงตรุษจีนที่จะมาถึง ซึ่งจะมีการจุดธูปและเผากระดาษเงินกระดาษทอง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อลดวิธีปฏิบัติดังกล่าวลง อีกทั้งในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมออกมา

tagged           

Author

อรสา ศรีดาวเรือง
ลูกสาวชาวประมงลุ่มทะเลอ่าวไทย สนใจชีวิตของมนุษย์ผ่านการอ่านงานวรรณกรรมและการเดินทาง ทุกวันนี้ติดกาแฟ ติดการ์ตูน ติดทุกอย่างที่เข้ามาในวงจรชีวิต และติด F หลายวิชา