ไทยเฟล ของ iannnnn - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

ไทยเฟล ของ iannnnn

iann 02

เรื่อง : อารยา คงแป้น

ภาพ : เฉลิมพล ปัณณานวาสกุล

 

 

ณ ขณะที่เรานั่งคุยกัน มันเป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วหลังจากที่เขาวางมือจากเว็บไซต์รวมเรื่องตลกโปกฮาที่มีเป็ดสีเหลืองเป็นไอคอน ใช่ เรากำลังนั่งคุยกับอดีตผู้ที่เรียกตัวเองว่า ‘เฟลาธิการ’ ในบ้านย่านลาดปลาเค้าที่เขาสุดแสนจะรักใคร่

แหม…ก็จะไม่พูดอย่างนั้นได้ไง ในเมื่อเขามักจะพรีเซนต์หมู่บ้านย่านพักตัวเองอยู่เป็นนิจ ทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นหน้าปากซอยเอยอะไรเอย แถมยังยืนยันหนักแน่นเสียด้วยว่า ข้านี่แหละคือชนชั้นกลางผู้พิสมัยในบรรยากาศท้องถิ่นนิยม

“จริงๆ ผมเป็นคนชอบบรรยากาศท้องถิ่นนิยม แล้วถ้าเห็นใครพูดถึงหมู่บ้านตัวเองในทางที่ดี มันดูเจ๋งดี”

แอน – ปรัชญา สิงห์โต หรือ iannnnn ที่ใครหลายคนรู้จักตอบคำถามนั้นของเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มปนทะเล้นตามสไตล์

ชายหนุ่มใส่แว่น ตัดผมสกินเฮด ใส่เสื้อยืด กางเกงขา 3 ส่วนคนนี้ ดำรงตำแหน่งทางสังคมหลายอย่าง เขาคืออดีตเฟลลาธิการของเว็บเฟล ที่นำเสนอความ ‘เฟล’ (Fail – ล้มเหลว) ของโลกจริงๆ แบบขำๆ ผ่านสังคมไซเบอร์ คือเจ้าของ ‘เว็บฟอนต์’ ที่รวบรวมฟอนต์เก๋ๆ คูลๆ ไว้ให้โหลดใช้กันฟรีๆ  คือพ่อของลูกสาวตัวน้อยนามว่า ‘น้องนิทาน’ คือเจ้าของแอคเคาท์ทวิตเตอร์ที่มีคนติดตามเจ็ดหมื่นกว่าคน และเป็นมนุษย์ชิลล์ๆ ที่ลาออกจากงานประจำมาดำรงวิถีฟรีแลนซ์อยู่ที่บ้าน อืม… น่าอิจฉาจริงเชียว

 

ทุกๆ วันฉันเฟล

ถึงแม้ตอนนี้ ปรัชญา สิงห์โต จะหย่าขาดจากเว็บเฟลอย่างเป็นทางการ แต่ความเฟลมันเข้าแล้วไม่ยอมออกไปจากใครง่ายๆ  ไม่ว่าจะ iannnnn หรือแม่ค้าไก่ย่างยันรัฐมนตรี มนุษย์ทุกผู้ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ขำขื่นพวกนี้มาแล้วทั้งนั้น แล้วมีหรือที่ชีวิต iannnnn จะเจอเรื่องเฟลแบบธรรมดาๆ

“อะไรคือเรื่องที่เฟลที่สุดของคุณ” เราถาม

เขาหัวเราะพร้อมออกตัวว่า ไม่แน่ใจว่าเรื่องของเขามันจะเฟลหรือเปล่า แต่เมื่อเขาเล่าจบ มันกลับสร้างเสียงฮาให้วงสนทนาได้อย่างครื้นเครง

“ตอนนั้นผมเรียนด้านการออกแบบสร้างบ้าน แต่ชอบทำพวกออกแบบเว็บไซต์อะไรพวกนั้นมากกว่า ซึ่งพอเรียนจบปั๊บก็ได้งานทันที แต่ผมก็ดันติดทหารทันทีเหมือนกัน แล้วปีนั้นระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยมีปัญหา เกรดเลยยังไม่ออก กลายเป็นว่าผมต้องใช้วุฒิ ม.6 ไปจับทหาร ก็เลยโดนไป 2 ปี

“ตอนนั้นคือแบบความรู้แน่นมากเลยนะ ร้อนวิชามาก แต่ต้องไปเป็นทหาร พอจบทหารออกมา ก็ได้แค่ซ้ายหัน ขวาหัน แล้วก็ผอมลง นอกนั้นสมองโล่งไปหมดเลย ต้องมานั่งนับหนึ่งกันใหม่ ซึ่งผมว่ามันก็เป็นความเฟลที่ตลกดี แล้วเวลาเจอเรื่องพวกนี้ผมก็ไม่ได้ปลอบใจตัวเองหรืออะไรนะ เพราะเดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วเราก็เจอเรื่องใหม่อยู่ดี”

ด้วยความที่มอง ‘ความเฟล’ เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ บวกด้วยอารมณ์ขันเฉพาะตัวของเขา iannnnn จึงหยิบเอาความขำขื่นๆ แบบ ‘Very Thai’ มาตีแผ่แบ่งปันเสียงหัวเราะกับคนอื่น  แต่เจ้าตัวก็บอกด้วยนะว่า ถ้าอยู่คนเดียวก็ขำคนเดียวได้นะจะบอกให้

“อย่างเวลาอยู่คนเดียว ถ้าเจอข่าวหรืออะไรตลกๆ เราก็จะถ่ายรูปแล้วก็ทวิต มันเป็นวิธีตลกคนเดียวของคนยุคนี้นะ แต่มันก็เป็นเหมือนการแบ่งปันความตลกไปด้วยถ้ามองในภาพกว้างๆ”

เขาเล่าต่อว่าต้นกำเนิดเว็บเฟลมันมาจากเห็นเว็บตลกของต่างประเทศ ที่ดูยังไง้ยังไง…ก็ไม่เห็นว่ามันจะขำตรงไหน สู้ตลกแบบไทยๆ ก็ไม่ได้

“ส่วนใหญ่ความเฟลของคนไทยที่เราเห็นกันบ่อย  จะเป็นพวกป้ายด่ากัน เช่น เรื่องขี้หมาหน้าบ้าน เรื่องห้ามจอดรถหน้าบ้าน แต่เขาก็อาจจะเห็นว่าถ้าเขียนป้ายธรรมดาๆ คนก็อาจจะไม่สนใจเท่าไหร่ เลยอาจจะมีวิธีบิด วิธีพลิก มันอาจเป็นคำหยาบคาย แต่พอออกมาแล้วมันตลกได้ไงไม่รู้”

หรืออย่างป้ายที่บอกว่า ‘รบกวนคุณโจร บ้านเราสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว หลังจากท่านได้ขึ้นบ้านเรามาสองสามครั้ง ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรแล้ว’ มันจะเป็นทำนองนี้แหละครับ มันเป็นตลกขำขื่นที่คนมองเข้าไปมันจะฮามาก”

 

 

iann 03

 

และด้วยความขำแบบไทยจ๋าของเว็บเฟล  จึงทำให้เจ้าพ่อทอล์คโชว์จมูกโตถึงกับต้องเอ่ยปากชม ว่าเว็บของ iannnnn นี่มันโคตรจะ Very Thai เลยจริงๆ นะ

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น iannnnn ยังมองว่านอกจากเรื่องเฟลๆ จะประกอบสร้างขึ้นจากอารมณ์ขัน มันยังเกิดจากนิสัยด้านเสียของพี่ไทยเราเอง ที่ชอบคิดอะไรง่ายๆ ไม่มีวินัย หรือจะเรียกว่าง่ายๆ ว่า ‘ชุ่ย’ ก็ได้ ทั้งการเข้าคิวในร้านสะดวกซื้อ การใช้รถใช้ถนน ซึ่งอย่างหลังเป็นสิ่งที่เขาบอกว่าเราจะเจอะเจอเรื่องอภิมหาเฟลได้บ่อยที่สุดเลยหละ

“เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องซีเรียสมากเลยนะ เพราะในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเราทำไมไม่ปรับปรุงตัว ผมก็พยายามจะทำนะ แต่จะไปบังคับคนรอบข้างให้ทำมันก็เป็นเรื่องยาก เราก็ดันมาเกิดในประเทศที่เป็นแบบนี้ สังคมหล่อหลอมให้เราเป็นแบบนี้ เปิดทีวีก็เจอเรื่องอะไรแบบนี้ มือใครยาวกว่าก็สาวได้สาวเอา” อดีตเฟลาธิการกล่าวสุ้มเสียงติดตลก

เกี่ยวกับเรื่องความเฟล iannnnn ยังเล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อครั้งที่เขาทำงานเป็นครีเอทีฟ เขาได้เข้าร่วมประชุมเพื่อคิดแคมเปญโฆษณานิตยสาร ในที่ประชุมมีคนเสนอไอเดียสุดบรรเจิดขึ้นมา แต่มันดันไปซ้ำกับโฆษณาในต่างประเทศ แถมของเมืองนอกยังได้รางวัลการรันตีมันสมองเสียด้วย และเมื่อเขาท้วงออกไปคำตอบที่ได้กลับมาคือ – ‘ก็ที่ประเทศไทยยังไม่มี’

“แล้วสิ่งที่ผมเสนอก็ถูกกลืนหายไปเลย เขาก็สนุกกันอยู่กับสิ่งที่ไปก๊อปต่างประเทศมา ผมนี่อยากจะออกจากห้องประชุมเหลือเกิน แล้วหลบไปอยู่ในมุมมืด นั่นขนาดเป็นเอเจนซีอันดับต้นๆ ของประเทศยังทำแบบนั้น ผมก็เลยถอยดีกว่า ซึ่งนิสัยการชอบทำอะไรแบบนี้ของคนไทยมันเรียกว่าเป็นสันดานเลยก็ได้”

 
iann 01

 

ฟอนต์ก็มีเฟล

f0nt.com คือเว็บไซด์ที่รวบรวมฟอนต์หลากชื่อหลายสกุล  มีทั้งมาจากการออกแบบของ iannnnn เอง และนักออกแบบคนอื่นๆ ที่ไล่ตั้งแต่ ดีไซเนอร์ชื่อดัง, หมอ, ทหาร, สถาปนิก, เด็กประถม หรือแม้กระทั่งพระที่ส่งฟอนต์เข้ามาพร้อมแถลงด้วยว่า “ก็อาตมาว่างน่ะโยม”

ด้วยความหลากหลายทางรูปร่างหน้าตา และผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดมาลงเครื่องกันได้ฟรีๆ จึงทำให้เว็บฟอนต์ยังหยัดอยู่ยืนยง แข็งแกร่ง และมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

“ฟอนต์ไหนมีคนโหลดไปใช้เยอะสุด” เราสงสัย

จบคำถามเจ้าของบ้านนั่งนึกอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนกุลีกุจอเดินไปที่คอมพ์จอใหญ่ กวาดสายตามองหน้าจอ ปากก็ไขข้อข้องใจของเราว่า ฟอนต์ที่ถูกดาวน์โหลดเยอะสุดราว 2,000,000 ครั้ง เป็นตระกูลฟอนต์หัวโต ส่วนยอดรวมการดาวน์โหลดในเว็บอยู่ที่  97,000,000 ครั้ง  “โอ้โห” เราอุทานพร้อมกันด้วยความตกใจ เขาเองก็ตกใจก่อนจะเดินกลับมานั่งพร้อมพึมพำผ่านปากประดับรอยยิ้มว่า  “รู้งี้คิดฟอนต์ละบาทดีกว่ากู”

แต่การปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรีก็ใช่ว่าจะสร้างความเอ็นดูหรือเห็นอกเห็นใจให้นักก็อปปี้ เพราะในทางกลับกันเขามักพบแผ่นผีที่รวบรวมฟอนต์ในเว็บของเขาวางแผ่หราอยู่บนแผงค้าในพันธุ์ทิพย์

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะเจอตามพันธุ์ทิพย์บ่อยมาก ไปเจอแล้วแบบเฮ้ย เอาฟอนต์ไปยังไม่โกรธเท่าไปพิมพ์ชื่อเราผิด ตัว ‘n’ มี 5 ตัวดันไปพิมพ์ 4 ตัว โกรธมากเลย แต่หลังๆ ในยุคที่เราโหลดจากอินเทอร์เน็ตได้ง่ายกว่าเดินไปซื้อแผ่นที่พันธุ์ทิพย์ ปัญหาพวกนี้ลดลงมากจนหลังๆ  ผมแทบไม่เจอแล้วล่ะ”

แล้วตอนนั้นเราก็ไม่ได้ไปจัดการอะไรนะ ซึ่งความจริงมันต้องทำ มันก็เหมือนค่ายเพลงที่เห็นเพลงตัวเองกลายเป็นแผ่น MP3 ขายตามแผง  มันเหมือนการไล่ตีแมลงสาบที่ยังไงก็ไม่หมด”

เขาบอกด้วยว่าเหตุผลที่เขาไม่ฟ้องร้องก็เพราะ มันไม่คุ้ม การฟ้องร้องแต่ละครั้งผู้ฟ้องต้องควักกระเป๋าตัวเอง ดังนั้นถ้าอยากจะฟ้องจริงๆ ก็ต้องจ้างทนายเป็นรายปี ซึ่ง iannnnn บอกว่าเขาไม่ทำแบบนั้นดีกว่า

แต่กับบริษัทฟอนต์รายใหญ่อย่าง PSL (บริษัท พีเอสแอล สมาร์ทเล็ตเตอร์) กลับต่างกันออกไป เพราะรายนี้ลงดาบนักฉกฉวยตามกระบวนการกฎหมาย หรือถ้าไม่อยากขึ้นศาลก็ต้องไกล่เกลี่ยจ่ายค่าเสียหายกันไป  ย้ำ ว่าอย่างไรก็ต้องจ่าย เพราะผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด

“ซึ่งความจริงกฎหมายลิขสิทธิ์มันง่ายมากเลย แค่ว่าคนทำกับคนใช้เห็นตรงกันก็เท่ากับว่า วิน-วิน ทั้งคู่ อย่างเช่น ถ้าคนทำบอกว่าจะเอาไปใช้ก็ได้นะ แต่ต้องเต้นระบำ 3 รอบให้ดู นั่นมันก็คือการตกลงเหมือนกัน หรือแบบว่าให้เอาไปใช้ส่วนตัวได้ แต่ถ้าจะเอาไปใช้ทางการค้าช่วยจ่ายมาสัก 500 บาท ก็ตกลงกันไป มันง่ายแค่นี้เองครับ ซึ่งการทำแบบนี้เรียกว่าสัญญาอนุญาต

“อย่างเว็บฟอนต์สัญญาอนุญาตกลางของเราคือ ถ้าอยากเอาไปใช้ก็เอาไป แต่ว่าอย่าเอาไปดัดแปลงแล้วไปโมเมเป็นของตัวเอง หรือว่าเอาไปขายต่อ”

 

 

iann 05

 

วิถีฟรีแลนซ์

อย่างที่บอกไปตอนแรก iannnnn เลิกเป็นเฟลาธิการตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลด้านเวลา เพราะเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายร่างเป็นหุ่นเหล็กสมองกล เนื่องจากทำงานหนักเกินพิกัด และความที่เว็บตลกมันต้องขำตลอดเวลา ไม่ขำก็โดนด่า อัพน้อยก็โดนบ่น ความสนุกของการทำเว็บจึงเริ่มลดน้อยถอยลง ความเป็นรูทีนเริ่มครอบงำความขบขับ ดังนั้นเฟลาธิการนาม iannnnn จึงต้อง เซย์ กู๊ดบาย เว็บไซต์ที่ปลุกปั้นมากับมือ และส่งไม้ให้คนอื่นรับช่วงต่อ

“ทำเว็บตลกมันต้องการความคิดสร้างสรรค์จำนวนมากเลยนะ เบื้องหลังจะเป็นไงไม่รู้ แต่เบื้องหน้ามันต้องตลก ตอนแรกผมก็ทำด้วยความสนุก แต่ทำๆ ไปเราต้องมานั่งคิดมุก มันเลยกลายเป็นงานไปแล้ว พอเป็นอย่างนั้นผมคิดว่ามันไม่ใช่แล้ว ผมเริ่มกลายเป็นหุ่นยนต์

“แล้วอีกอย่างผมเชื่อในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราอยากทำอะไรเราก็ทำ ร่างกายบอกว่าง่วงก็นอน หิวก็ปั่นจักรยานไปหากิน แต่ทั้งนี้ต้องมีเงินเลี้ยงตัวด้วยนะ คือหมายความว่าควรจะรับผิดชอบชีวิตตัวเองในระดับพื้นฐานให้ได้ แล้วที่เหลือชีวิตมันควรจะเป็นของเรา”

นอกจากจะนั้นจสละตำแหน่งเฟลาธิการ เขายังเลิกทำงานประจำและใช้เวลาทำงานที่บ้าน อยู่กับครอบครัว เลี้ยงลูก ปั่นจักรยานเป็นครั้งคราว แต่ยังใช้ทวิตเตอร์บ่อยๆ อยู่เหมือนเดิม…และยังทวิตเรื่อง ‘ขี้’ เหมือนเดิม

“ไอ้การทวิตเรื่องขี้ ตอนแรกผมก็คิดว่ามันเป็นแค่ช่วงหลังๆ นี่นะ แต่พอทวิตเตอร์เขาเปิดระบบให้กลับไปดูทวิตได้ตั้งแต่อันแรก ปรากฏว่าผมทวิตเรื่องขี้ตั้งแต่อันแรกเลย คือเราใช้ทวิตเตอร์ในห้องน้ำไงครับ ผมว่ามีคนอื่นที่เป็นแบบนี้อีก แต่เขาไม่ได้บอกแค่นั้นเอง

“แล้วผมเป็นคนชอบเล่าเรื่องอยู่ บางทีผมก็จะใช้วิธีวาดรูป แต่แบบไม่ได้ประณีตอะไร เขาเรียกว่า ‘การ์ตูนตีนปาด’ เหมือนกับว่าใช้ตีนจับเมาส์แล้วก็วาดๆ ไป ซึ่งผมก็ใช้วิธีนี้บ่อยๆ เพราะอยากให้คนอื่นได้ฮาด้วย”

 

iann 04

 

อย่างที่รู้ๆ iannnnn มักอัพเดตเรื่องราวชีวิตผ่านทวิตเตอร์ที่มีรูปโปรไฟล์เป็นตัวอักษร อ.อ่าง สีขาว บนพื้นสีแดง แต่เราสงสัย ในเมื่อคนอื่นกระโดดเข้าไปอยู่ในเฟซบุ๊คกันหมด แต่ทำไมเขายังสิงอยู่ในโลกของนกสีฟ้า

“ผมรู้สึกกลัวเฟซบุ๊คครับ กลัวจริงๆ นะ คือ เฟซบุ๊คมันมี อัลกอริทึม (Algorithm) ที่จะคำนวณมาแล้วว่าใครควรจะเห็นอะไร ด้วยการวัดว่าเพื่อนคนนี้มีไลค์มากกว่า ดังนั้นเรื่องของคนนี้ควรจะสำคัญกับเรามากกว่า ทีนี้ใครที่สนิทก็จะยิ่งสนิทกับเรามากขึ้น แต่ถ้าใครเป็นคนพูดน้อยหรือแสดงออกไม่เก่งเขาก็จะหายไปจากชีวิตเราไปเลย ผมกลัวอะไรแบบนี้ แล้วรู้สึกว่าไม่อยากให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาจัดการความสัมพันธ์ของเรา”

ในด้านของความเป็นพ่อ ปรัชญา สิงห์โต เล่าว่า ด้วยความที่เขาใช้ทวิตเตอร์อยู่เป็นประจำ เขาเลยจัดการสมัครแอคเคาท์ให้หนูนิทาน ลูกสาวของเขาตั้งแต่แรกเกิด เพราะมันจะได้เป็น Timeline ของชีวิตลูก และเมื่อลูกของเขาโตขึ้น เขาจะส่งมอบสิ่งที่เขาพูดถึงลูกในวัยเด็ก ให้เจ้าตัวได้ดูแลต่อไป

“การมีลูกทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปหรือเปล่า”  เราตั้งคำถาม

“เปลี่ยนไปเยอะนะครับ จริงๆ ทุกคนมันก็เปลี่ยนกันทุกวันอยู่แล้ว แต่การมีลูกมันเป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ๆ เลย เพราะชีวิตเราไม่ได้อยู่กับตัวเอง 24 ชั่วโมงอีกแล้ว และลูกก็เป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของชีวิตจริงๆ จะปล่อยให้ร้องไห้นอนจมกองขี้อยู่คนเดียวก็ไม่ได้ มันเปลี่ยนแล้วมันทำให้เรารู้ว่าต่อไปนี้เราต้องรับผิดชอบ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นะ”

………………………………………………

ดูเหมือนตอนนี้เขาจะดำรงสถานะมนุษย์ชิลล์อย่างสมบูรณ์แบบ  ยังคงเชื่อในการมีอยู่ของ ‘ความเฟล’ และพร้อมรับมือกับมันตลอดเวลา ก็คงจะจริงอย่างเขาว่านั่นแหละ เราหนีความเฟลไม่พ้น แต่เราแค่มองให้มันเป็นเรื่องธรรมดา มีผ่านเข้ามาแล้ว…อีกเดี๋ยวมันก็จากไป

 

 

*********************************************

(หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Face of Entertainment นิตยสาร way ฉบับที่ 69) 

Author

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
หญิงแกร่งที่ทำงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้กับ WAY ถ้าเป็นนักฟุตบอลนี่คือผู้เล่นผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ในสายงานข่าว ทั้งคลุกคลี สัมภาษณ์ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้การเป็นคุณแม่ซึ่งมีลูกสาวย่างเข้าวัยรุ่นยังช่วยส่งเสริมให้สามารถปั่นงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างเชี่ยวชาญ