หัวใจบัตรทอง

‘บัตรทอง’ หรือระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นใบเบิกทางให้ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ และประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงโดยไม่เสียค่ารักษาพยาบาล ภายใต้การออกแบบกลไกของรัฐเพื่อให้ประชาชนแบกรับภาระน้อยที่สุด

นั่นคืออุดมคติ

 

ในยุคของรัฐบาลทหารชุดปัจจุบัน เจตนารมณ์ของบัตรทองกำลังจะถูกแปรเปลี่ยน โดยจะมีการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งจะเป็นการทำลายหัวใจสำคัญของระบบบัตรทองให้ถอยหลังไปจากเดิม


มาตรฐานการรักษาเดียวกันของทุกกองทุน

ถ้าเป็นไปตามหลักการนี้: สวัสดิการด้านสาธารณสุขเป็น ‘สิทธิ’ ที่ประชาชนพึงได้รับอย่างเท่าเทียมกัน จุดมุ่งหมายคือการสร้างระบบบริการสุขภาพมาตรฐานเดียว ทั้งระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ ประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติ ซึ่งอาจรวมเป็นระบบกองทุนเดียวกันได้ในอนาคต

ถ้าผิดไปจากหลักการนี้: จะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างระบบสวัสดิการต่างๆ ที่จะยิ่งทวีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการด้านงบประมาณและกองทุน

 

แยก ‘ผู้จัดบริการ’ และ ‘ผู้ซื้อบริการ’

ถ้าเป็นไปตามหลักการนี้: กระบวนการออกแบบระบบหลักประกันสุขภาพ ตั้งอยู่บนฐานการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ซึ่งสะท้อนในสัดส่วนของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ที่มีทั้งตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ องค์กรวิชาชีพ องค์กรภาคประชาชน ท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าผิดไปจากหลักการนี้: ความพยายามแก้กฎหมายบัตรทองมีแนวโน้มในการเอื้อประโยชน์แก่ผู้จัดบริการ เช่น การเพิ่มสัดส่วนของกรรมการหลักประกันสุขภาพในสัดส่วนของผู้แทนองค์กรวิชาชีพ การเสนอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธานคณะกรรมการ ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายหลักการสมดุลและการแยกบทบาทระหว่างผู้ซื้อบริการให้ประชาชนและผู้ให้บริการ การแก้ในประเด็นนี้ส่อให้เห็นเจตนาที่จะปล่อยให้ฝ่ายผู้จัดบริการเข้ามาแทรกแซง มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขด้านการเงินที่ต้องจ่ายให้กับหน่วยบริการซึ่งผิดหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง

ครอบคลุมประชากรทุกคน

ถ้าเป็นไปตามหลักการนี้: ทุกคนจะมีสิทธิ์เข้าถึงบริการสาธารณสุข ทั้งคนที่อยู่ในระบบประกันสุขภาพอยู่แล้ว และกลุ่มผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ (รอพิสูจน์สถานะบุคคล)

ถ้าผิดไปจากหลักการนี้: จะมีผู้ตกสำรวจและไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ เช่น คนไร้รัฐ หรือกลุ่มผู้รอพิสูจน์สถานะบุคคล

หลักการหาเงินเพิ่มเติม

ถ้าเป็นไปตามหลักการนี้: ประชาชนทุกคนจะได้รับสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ จุดบริการ รวมไปถึงการหาแหล่งรายได้อื่นมาเป็นงบประมาณเพิ่มเติม อาทิ ภาษีที่คิดจากกำไรการขายหุ้น (Capital Gain Tax) หรือ ภาษีที่คิดจากการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (Financial Transactions Tax)

ถ้าผิดไปจากหลักการนี้: ประชาชนผู้มีสิทธิ์จะต้องเสียเงินร่วมจ่าย ณ จุดบริการ ซึ่งจะสร้างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ ซึ่งผิดไปจากหลักของการเป็นสวัสดิการ นอกจากนี้ หากมีการเก็บค่าบริการร่วมจ่าย ในอนาคตค่าใช้จ่ายอาจมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ จนกีดกันคนจำนวนหนึ่งให้เข้าไม่ถึงการรักษาในที่สุด จนต้องหากฎเกณฑ์อื่นมาควบคุมภายหลัง

การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชนในการร่วมจัดบริการ

ถ้าเป็นไปตามหลักการนี้: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะตัวแทนของประชาชนในพื้นที่จะมีอำนาจตัดสินใจในการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนด้านการให้บริการสาธารณสุข เพื่อสมทบกับงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวที่รัฐจัดสรรให้แก่หน่วยบริการตามจำนวนประชากรในพื้นที่ อีกทั้ง อปท. ยังสามารถสนับสนุนภาคประชาชนในการทำงานส่งเสริมป้องกันโรคหรือร่วมจัดบริการด้านสาธารณสุขได้

ถ้าผิดไปจากหลักการนี้: นิยามการมีส่วนร่วมของ อปท. ยังไม่มีความชัดเจน และหมิ่นเหม่ต่อหลักเกณฑ์การตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำให้ อปท. จำนวนไม่น้อยขาดอิสระในการบริหารจัดการงบประมาณท้องถิ่น เนื่องจากเกรงจะผิดหลักเกณฑ์ของ สตง.

เช่นเดียวกับการกีดกันภาคประชาชนในการร่วมจัดบริการ ทั้งที่นี่คือส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกันจนเป็นผลงานการลดการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกเป็นประเทศที่ 2 ของโลก

บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

ถ้าเป็นไปตามหลักการนี้: สิทธิ์รักษาพยาบาลของทุกคนจะอยู่ที่หน่วยบริการสาธารณสุขขั้นปฐมภูมิที่ใกล้ที่สุด เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หน่วยบริการในพื้นที่ ซึ่งจะตรวจรักษาและคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและสามารถให้บริการได้ครอบคลุมมากกว่า

หลักการใกล้บ้านใกล้ใจนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่จะลดความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลขนาดใหญ่

ถ้าผิดไปจากหลักการนี้: สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านจะไม่ได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะงบประมาณสนับสนุน ส่วนผู้ป่วยก็ต้องเสียค่าเดินทางและไปกระจุกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ต้องแบกรับผู้ป่วยจำนวนมากจนไม่สามารถให้บริการได้ทั่วถึง

ลดการฟ้องคดี เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรับบริการ

ถ้าเป็นไปตามหลักการนี้: หนึ่งในเจตนารมณ์ของระบบบัตรทอง คือ การลดข้อพิพาทระหว่างผู้เสียหายกับผู้ให้บริการทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงการให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย มุ่งเน้นกระบวนการไกล่เกลี่ยและให้มีการเยียวยาแก่ผู้เสียหายเป็นสำคัญ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้ ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

ถ้าผิดไปจากหลักการนี้: มาตรา 41 ถูกนำไปเป็นข้ออ้างในการโจมตีว่า กฎหมายมาตรานี้เป็นการให้สิทธิ์คุ้มครองผู้ป่วยมากเกินไป จนอาจเป็นการส่งเสริมให้เกิดคดีฟ้องร้องหมอมากขึ้น ซึ่งโดยข้อเท็จจริงการฟ้องคดีต่อศาลต้องใช้เวลาในการต่อสู้คดีนานนับ 10-20 ปี มีค่าใช้จ่ายสูง อีกทั้งพยานหลักฐานและเวชระเบียนล้วนอยู่ในมือของสถานพยาบาล และผู้แพ้คดีส่วนใหญ่ก็คือ คนไข้

หลักการมีส่วนร่วมทุกฝ่ายอย่างสมดุล

ถ้าเป็นไปตามหลักการนี้: ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการควบคุม ตรวจสอบนโยบายและงบประมาณ เพื่อเป็นการถ่วงดุลกับตัวแทนจากองค์กรอื่นๆ ไม่ให้มีเสียงข้างมากเกินไปจนสูญเสียหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน

ถ้าผิดไปจากหลักการนี้:  นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในการแก้กฎหมายที่ส่อถึงความพยายามจำกัดการมีส่วนร่วมภาคประชาชน โดยจำกัดจำนวนอนุกรรมการภาคประชาชนเพียง 2 คน จากสัดส่วนคณะอนุกรรมการ 27 คน ทำให้มีความไม่เป็นธรรม โน้มเอียงไปในทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับฝั่งผู้ให้บริการจากกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะสัดส่วนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแง่ของผู้จัดบริการที่มีมากถึง 7 คน จากคณะทำงาน 27 คน ที่เหลือคือหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ฝ่ายเลขาฯของคณะอนุกรรมการ ยังไม่ยอมให้คณะอนุกรรมการแก้กฎหมายบัตรทอง บันทึกข้อคิดเห็นของเสียงส่วนน้อยลงในเอกสารเพื่อประกอบการประชาพิจารณ์ แม้จะได้ท้วงติงเป็นลายลักษณ์อักษรหลายครั้ง แต่ก็อ้างว่าผู้ใหญ่ในคณะอนุกรรมการไม่เห็นชอบ และนำไปใส่ในตารางการเปรียบเทียบการแก้ไขรายมาตราเพียงฉบับเดียว จนในที่สุดก็ไม่มีการบันทึกความเห็นเสียงส่วนน้อยลงในเอกสารที่มีการเผยแพร่ในวงกว้าง ทำให้การรับฟังความเห็นในครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีลักษณะที่ไม่เป็นกลาง

 

Editorial Staffหัวใจบัตรทอง

Related Posts

‘ฝัน’ และ ‘ใฝ่’ ความจริงรัฐสวัสดิการไทย

จากงานเสวนา 'รัฐธรรมนูญ/รัฐสวัสดิการ' ผศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กล่าวถึงความแตกต่างของชนชั้นที่ทำให้สิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานของแต่ละคนไม่เท่ากัน ซึ่งคำตอบของโจทย์เหล่านี้อาจอยู่ที่ 'รัฐสวัสดิการ' ที่ทำให้คนได้รับสิทธิในฐานะ 'ประชาชน' มากยิ่งขึ้น

จดหมายถึง พี่ตูน บอดี้สแลม จาก น้องแตม บอดี้สลิม

พี่ตูนคะ หนูเขียนจดหมายมาเปิดใจกับพี่ เรื่องการวิ่งของพี่กับจุดประสงค์ดีๆ ของคนที่สนับสนุน แต่อยากให้พี่ตูนและเพื่อนๆ อ่านจดหมายฉบับนี้สักนิดค่ะ เพื่อพี่ตูนจะได้ไม่ต้องเหนื่อยฟรี และมองเห็นปลายทางชัดๆ ว่าควรวิ่งไปไหนกันแน่

ความเท่าเทียมทางทันตกรรม บริการที่ยังไปไม่ถึงถ้วนหน้า

คุยกับทันตแพทย์วัฒนา ทองปัสโณว์ จากโรงพยาบาลบางกระทุ่ม ถามหาความเท่าเทียมทางทันตกรรมในระบบประกันสุขภาพ ทั้งประกันสังคม บัตรทอง และสวัสดิการข้าราชการ เหตุใดจึงช่างแตกต่างเหลื่อมล้ำ