‘Statements ปลอม’ บีบีซีขอโทษหลังใช้วิธีล่อลวงเพื่อสัมภาษณ์ ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ เมื่อปี 1995

คณะกรรมการสอบสวนกรณีสำนักข่าวบีบีซี ได้สัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอาน่าในรายการพาโนรามา เมื่อปี 1995 ซึ่งตอนนั้นเป็นรายการสุดยอดน่าตื่นเต้น เมื่อเธอเปิดเผยรายละเอียดส่วนตนเกี่ยวกับการสมรสที่ล้มเหลว แต่แล้ววันพฤหัสบดี (20 พฤษภาคม) ที่ผ่านมา บีบีซีแถลงว่านักข่าวที่เกี่ยวข้องกับการสัมภาษณ์ดังกล่าวได้กระทำการจูงใจด้วยการล่อลวง แอบแฝง ผ่านการใช้เอกสารเท็จ โดยที่บีบีซีได้พยายามปกปิดเรื่องนี้ไว้ตลอดมา

สำนักข่าวบีบีซีจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในขึ้นมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน โดยมีอดีตผู้พิพากษาศาลอาวุโส จอห์น ไดสัน (John Dyson) เป็นประธาน หลังจากมีข้อกล่าวหาจาก ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ (Charles Spencer) น้องชายของไดอาน่าว่า เขารู้สึกว่าถูกหลอกลวงเพื่อแนะนำไดอาน่าให้รู้จักกับนักข่าว มาร์ติน บาเชียร์ (Martin Bashir)

บีบีซีเสนอคำขอโทษ ‘โดยไม่มีเงื่อนไข’ หลังจากมีรายงานเปิดเผยว่าบาเชียร์นักข่าวชื่อดังของสำนักใช้วิธี ‘หลอกลวง’ เพื่อให้เกิดการสัมภาษณ์ครั้งสำคัญกับเจ้าหญิงไดอาน่า ขณะที่ชีวิตสมรสของเธอกำลังจะล่มสลายลง การสัมภาษณ์ครั้งนั้นเจ้าหญิงไดอาน่าได้กล่าวถึงรายละเอียดหลายอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

ทิม เดวี (Tim Davie) ผู้อำนวยการใหญ่บีบีซี แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กระบวนการขอสัมภาษณ์ครั้งนั้น “ยังไปไม่ถึงจุดที่ผู้ชมคาดหวังไว้”

“แม้ว่าบีบีซีจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ แต่เรายังสามารถขอโทษอย่างเต็มรูปแบบและปราศจากเงื่อนไขได้ บีบีซีจึงขอเสนอสิ่งนั้นในวันนี้” เดวีกล่าว

เจ้าหญิงไดอาน่า
การสัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอาน่าโดย มาร์ติน บาเชียร์ เมื่อปี 1995

โทนี ฮอลล์ (Tony Hall) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของบีบีซี ซึ่งรับผิดชอบด้านข่าวและสถานการณ์ปัจจุบันในช่วงเวลาของเรื่องอื้อฉาว กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเขา “ผิดเองที่ได้ปล่อยให้ มาร์ติน บาเชียร์ ได้ประโยชน์จากข้อสงสัยเมื่อครั้งนั้น”

ขณะที่บาเชียร์ กล่าวถึงเรื่องนี้ในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เป็นเรื่อง “น่าเศร้ายิ่งนักที่กรณีอื้อฉาวนี้ได้ถูกปล่อยให้บดบังการตัดสินใจแบบกล้าหาญของเจ้าหญิงไดอาน่าที่ได้บอกเล่าเรื่องราวของเธอ” รายงานของสำนักข่าว PA Media ระบุ

รายงานของคณะกรรมการซึ่งเขียนโดยอดีตผู้พิพากษาไดสัน พบว่านักข่าวบาเชียร์ ได้แสดงรายการเดินบัญชี (stetements) ปลอมต่อ ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ น้องชายของไดอาน่า ซึ่งนำไปสู่ความไว้วางใจระหว่างชาร์ล สเปนเซอร์ ที่มีต่อมาร์ติน บาเซียร์ และนั่นนำไปสู่การนัดแนะให้ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้พบกับเจ้าหญิงไดอาน่า

“โดยการพยายามเข้าถึงเจ้าหญิงไดอาน่าด้วยวิธีเช่นนี้ นักข่าวบาเชียร์สามารถเกลี้ยกล่อมให้เธอยินยอมให้สัมภาษณ์ได้” รายงานระบุเพิ่มเติมว่าพฤติกรรมนี้เป็นการละเมิดต่อหลักเกณฑ์ของสำนักบีบีซี

แมกซ์ ฟอสเตอร์ (Max Foster) ผู้ประกาศและนักข่าว CNN เคยรายงานไว้เมื่อก่อนหน้านี้ว่า บาเชียร์เคยถูกกล่าวหามานานแล้วว่าได้ใช้เอกสารปลอมที่แสดงว่า เจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังกำลังทำงานต่อต้านเจ้าหญิงไดอาน่า และได้รับจ้างให้สอดแนมความเคลื่อนไหวของเธอ

statements ซึ่งถูกปลอมขึ้นมาโดยนักออกแบบกราฟิกของบีบีซี

แมทท์ วีสเลอร์ (Matt Wiessler) อดีตนักออกแบบกราฟิกของบีบีซี กล่าวว่า เขาเป็นผู้จัดสร้างเอกสารเท็จเลียนแบบรายการเดินบัญชีของธนาคาร หลังจากบาเชียร์ขอให้เขาช่วย

รายงานของคณะกรรมการเมื่อวันพฤหัสบดียังพบอีกด้วยว่า บาเชียร์มีแนวโน้มว่าได้เคยทำรายการเดินบัญชีธนาคารปลอมขึ้นอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเขาได้แสดงให้สเปนเซอร์ดูอีกครั้งหนึ่งด้วยเช่นกัน

ผลของการล่อลวงและคำโกหกต่อเนื่อง

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการทางโทรทัศน์ ‘Panorama’ ซึ่งมีผู้ชมมากกว่า 20 ล้านคนในสหราชอาณาจักร ไดอาน่าสร้างความตื่นตกใจให้แก่ผู้คนทั้งประเทศด้วยการยอมรับเรื่องชู้สาว และยังบอกเล่าแบ่งปันรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตสมรสของเธอกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ รัชทายาท

นั่นนับว่าเป็นครั้งแรกสุดที่ไดอาน่าได้แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับสภาพการแต่งงานของเธอที่สุ่มเสี่ยงที่จะถึงคราวพังพินาศ รวมทั้งมีการเปิดเผยวิถีชีวิตของราชวงศ์ และโรคการรับประทานอาหารผิดปกติ (bulimia) ของเธอในการให้สัมภาษณ์ครั้งนั้นด้วย

คำพูดของเธอที่ว่า “มีเราสามคนอยู่ในชีวิตสมรสนี้ ดังนั้นมันจึงค่อนข้างแออัด” ซึ่งต่อมากลายเป็นถ้อยคำอ้างอิงที่อื้อฉาวบันลือโลก – เป็นการเจาะจงหมายถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ที่กำลังรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับ คามิลลา ปาร์คเกอร์ โบว์ลส์ (Camilla Parker Bowles) ให้กลับคืนมา ซึ่งบัดนี้เธอกลายเป็นภรรยาคนที่สองของเขา – เช่นนั้น เป็นการสร้างความเสียหายอย่างหนักหนาเหลือจะกล่าวแก่ราชวงศ์วินด์เซอร์

นั่นเปรียบเสมือนการทะลวงโจมตีวังบัคกิงแฮมที่กำลังไม่รู้เนื้อรู้ตัว และทำให้วังถูกโยนเข้าสู่วิกฤติโดยความเห็นตามถ้อยคำของไดอาน่า ซึ่งเผยให้เห็นความเป็นไปที่หาชมหาฟังได้ยากมากเกี่ยวกับสภาพการเคลื่อนไหวภายในแวดวงราชวงศ์

รายงานฉบับใหม่ระบุว่าวีสเลอร์ ซึ่งเป็นมือกราฟิกผู้ปลอมเอกสารธุรกรรมธนาคารในตอนนั้นเกิดกังวลว่าเขา “อาจมีบทบาทโดยการร่วมมือหลอกลวงเพื่อการให้สัมภาษณ์” และแจ้งความกังวลของเขาต่อบีบีซี ไม่นานหลังจากการสัมภาษณ์ออกอากาศ ทว่ารายงานกลับระบุว่า วีสเลอร์ไม่ได้เผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างใดเกี่ยวกับการยอมรับทำงานปลอมเอกสารนั้น และอธิบายว่าเขาเป็น ‘นักออกแบบกราฟิกที่มีชื่อเสียง’ ซึ่งทำงานอิสระให้กับบีบีซี

สำนักข่าวได้เปิดการไต่สวนเป็นการภายในเมื่อปี 1996 และสรุปว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจริง แต่นั่นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของไดอาน่าในการให้สัมภาษณ์

ตอนแรกเริ่มที่มีการสงสัย บาเชียร์อ้างว่าเขาไม่ได้แสดงเอกสารให้ใครเห็น แต่กลับยอมรับเป็นอย่างอื่นในเดือนมีนาคม 1996 รายงานของไดสันระบุ

รายงานดังกล่าวมีถ้อยคำวิพากษ์อย่างหนักหนาต่อพฤติกรรมของบาเชียร์ และวิธีการสอบสวนของบีบีซี ซึ่งสรุปได้ว่า “โดยไม่มีเหตุผล” สำนักบีบีซี “ได้ปกปิด … ข้อเท็จจริงตามที่สามารถระบุได้ว่านายบาเชียร์ได้แสวงหาหนทางเพื่อการสัมภาษณ์ครั้งนั้นอย่างไร”

ไดสัน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนกล่าวเพิ่มเติมว่า “บีบีซีละเลยสิ้นเชิงในการกล่าวถึงประเด็นนี้ในรายการข่าวอื่นของสำนักข่าว”

“หากปราศจากความชอบธรรม บีบีซีก็ย่อมขาดมาตรฐานระดับสูงของความสุจริตซื่อตรงและความโปร่งใส ซึ่งเป็นจุดเด่นของหน่วยงาน” รายงานกล่าวตรงๆ

รายงานกล่าวว่าหลังจากการสัมภาษณ์ออกอากาศไปแล้ว บาเชียร์ก็ยังโกหกพวกเจ้านายของเขาอย่างซ้ำซากอีกว่า ได้รับอนุญาตให้มีการสัมภาษณ์อย่างไร เมื่อยังคงมีคำถามดำเนินอยู่ต่อมา พวกผู้จัดการของบีบีซีก็ยังมืดบอดล้มเหลวที่จะวิเคราะห์และกลั่นกรองเหตุการณ์ที่นักข่าวคนนี้ดำเนินเรื่องราวอื้อฉาวไว้ให้ถูกต้องและครอบคลุมข้อเท็จจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับหนทางที่บาเชียร์ได้แสวงหาเพื่อให้เกิดการสัมภาษณ์ขึ้นจนได้

การสัมภาษณ์ครั้งนั้นได้บันดาลผลให้มาร์ติน บาเชียร์ ได้รับความสนใจและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ทำให้ต่อมาเขาก็มีโอกาสดำเนินการสัมภาษณ์คนดังรายอื่นอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไมเคิล แจ๊คสัน (Michael Jackson) ศิลปินชื่อก้องโลก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บีบีซีประกาศว่าบาเชียร์ลาออกจากตำแหน่งบรรณาธิการและผู้สื่อข่าวศาสนา “เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ”

ตัวนักข่าวบาเชียร์เองก็ได้ออกแถลงการณ์ ซึ่งเขาแสดงถ้อยคำขอโทษสำหรับการปลอมรายการธนาคารในครั้งนั้น แต่ก็ยังยืนยันว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของเจ้าหญิงไดอาน่าที่ยอมให้เกิดการสัมภาษณ์

“มันเป็นสิ่งโง่งั่งที่ผมได้ทำลงไป และเป็นการกระทำที่ผมเสียใจอย่างสุดซึ้ง” บาเชียร์กล่าวในแถลงการณ์ “แต่ผมยืนตามหลักฐานที่ได้ให้ไว้เมื่อ 25 ปีที่แล้ว และอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้”

“ผมขอย้ำด้วยว่ารายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจโดยส่วนตัวของเจ้าหญิงไดอาน่าเพื่อการให้สัมภาษณ์”

บาเชียร์ยังเสริมอีกด้วยว่าเขายังคงภูมิใจอย่างมากมายกับผลงานการสัมภาษณ์ครั้งนั้น

รายงานของอดีตผู้พิพากษาไดสันยังได้แสดงสำเนาจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของไดอาน่า ถึงนักข่าวบาเชียร์ ซึ่งเธอเขียนขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากการสัมภาษณ์ ซึ่งในจดหมายนั้นเธอบอกว่า เธอไม่มีอะไรต้องเสียใจกับเรื่องนี้

“จากพฤติกรรมหลอกลวงของเขา … นายบาเชียร์ประสบความสำเร็จในด้านการสร้างหนทางเพื่อให้เกิดการพบปะกันแล้วนำไปสู่การสัมภาษณ์” รายงานกล่าว “แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเพิ่มเติมเอาไว้ด้วยว่า เจ้าหญิงไดอาน่าได้ตกลงใจเองแล้วเช่นกันที่จะให้สัมภาษณ์”

จดหมายเขียนด้วยลายมือของเจ้าหญิงไดอาน่า
ซองจดหมายที่จ่าหน้าถึงมาร์ติน บาเซียร์

ความเคลื่อนไหวของบีบีซีเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวในอดีต

เมื่อวันพฤหัสบดีหลังจากการแถลงของคณะกรรมการตรวจสอบของไดสันจบลง บีบีซีได้ออกข่าวแทบจะทันทีโดยมีการแถลงขอโทษทั้งโดยคณะทำงานสำนักข่าว และกล่าวรวมถึงการขอโทษของอดีตนักข่าวบาเชียร์เป็นการเฉพาะ

ข่าวแจ้งด้วยว่าบีบีซีได้เขียนจดหมายถึงเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รีเพื่อแจ้งถึงคำขอโทษดังกล่าว

บรรษัทสาธารณะกล่าวว่ารายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง ‘ความล้มเหลวอันชัดเจน’ โดยยอมรับว่าสำนักข่าวแห่งนี้ควรพยายามให้มากขึ้นเพื่อไปให้ถึงจุดลึกล้ำต่ำสุดของเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลานั้น

เช่นเดียวกับจดหมายถึงบุตรชายทั้งสองของไดอาน่า บีบีซียังได้เขียนขอโทษถึงเจ้าชายชาร์ลส์ และ เอิร์ล สเปนเซอร์ น้องชายของไดอาน่า นอกจากนี้บรรษัทฯ ยังได้เสนอคืนรางวัลทั้งหมดที่รายการสัมภาษณ์ได้รับหลังจากนั้น รวมถึงรางวัล TV Bafta ที่ได้รับในปี 1996 ด้วย

รายงานของไดสันเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันผันผวนอย่างมากสำหรับบีบีซี ซึ่งเป็นบรรษัทยักษ์ใหญ่ของวงการข่าวสารสาธารณะ แต่ระยะหลังนี้ต้องมาอยู่ภายใต้แรงกดดันจากพวกนักการเมืองหนักข้อขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทุกหน่วยงานในสหราชอาณาจักรที่ได้รับทุนจากสาธารณะ บัดนี้ต้องเผชิญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เข้มงวดมากขึ้นโดยหน่วยงานรัฐบาล รวมถึงจากนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน

การวิเคราะห์ของ อาโมล ราชัน บรรณาธิการสื่อบีบีซี

Amol Rajan, Media Editor, BBC

รายงานของไดสันแสดงรายการแห่งความล้มเหลวทางจริยธรรม ความเป็นมืออาชีพ และด้านงานบรรณาธิการของบีบีซีซึ่งเกิดขึ้นช่วงทศวรรษ 1990 ในสามระดับด้วยกัน

ประการแรก การสัมภาษณ์แห่งศตวรรษได้เกิดขึ้นจากการหลอกลวงของ มาร์ติน บาเชียร์ ซึ่งยอมรับว่ามีการปลอมใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร รายงานฉบับนี้ระบุว่าเขาโกหกคนหลายคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงพวกที่อยู่ในบีบีซีด้วย

ประการที่สอง การสอบสวนที่นำโดย โทนี ฮอลล์ นั้น ไม่มีประสิทธิภาพ และเชื่อถ้อยคำของบาเชียร์อย่างง่ายดายเกินการณ์ ไม่ได้มีการสัมภาษณ์ เอิร์ล สเปนเซอร์ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ไดสันได้ปฏิเสธเหตุผลที่ฮอลล์กับทีมงานของเขาชี้แจงแก้ตัวสำหรับความล้มเหลวนี้

ลำดับท้ายสุด ไดสันก็ใช้วลีที่เขารู้ว่าเป็นเสมือนลูกระเบิด นั่นคือได้มีการ ‘ปกปิด’ ในส่วนที่มาของการปกปิดนั้นไม่ชัดเจน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นั่นคือบีบีซีได้กระทำการสมคบคิดในวงกว้างเพื่อหลอกลวงสาธารณชนซึ่งเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุน และควรได้รับการตอบแทนด้วยการทำงานที่ดีกว่านี้

รายงานนี้จะไม่เพียงแค่สร้างความเสียหายให้แก่บีบีซีเท่านั้น แต่จะกลายเป็นตราบาป และสมควรจะได้รับการยอมรับว่าแม้ว่ามันจะแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวรุนแรงของงานข่าวบีบีซี แต่ก็แสดงให้เห็นถึงพลังและคุณค่าของงานสื่อสารมวลชนด้วย

สิ่งนี้เกิดขึ้นได้โดยอาศัยผู้สื่อข่าวที่มุ่งมั่นหนักแน่น เช่นกลุ่มของ Daily Mail ที่ทำให้วันนี้เรามีรายงานเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกที่อยู่เบื้องหลังการสัมภาษณ์อันน่าทึ่งที่สุด และก่อผลต่อเนื่องในประวัติศาสตร์ของงานสื่อสารทางโทรทัศน์

อ้างอิง

Author

ไพรัช แสนสวัสดิ์
ทำงานหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต มีความสนใจในระดับหมกมุ่นหลายเรื่อง อาทิ ประวัติศาสตร์ วรรณคดี การเมือง สังคม วัฒนธรรม ศิลปะ จักรยาน ฯลฯ ช่วงทศวรรษ 2520 มีงานแปลทะลักออกมาหลายเล่ม หนึ่งในนั้นคือ Bury my heart at Wounded Knee หรือ ฝังหัวใจข้าไว้ที่วูนเด็ดนี
ปัจจุบันเกษียณตัวเองออกมาทำงานแปลอย่างเต็มตัว แต่ไม่รังเกียจที่จะแปลและเขียนบทวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ หากเป็นประเด็นที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อชาวโลก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend