กินออร์แกนิกช่วยล้างพิษ?

organic 03

บรรดานักวิจัยต่างพยายามค้นหาคำตอบที่ว่า สารเคมีที่ตกค้างในอาหารหลายๆ ชนิดอาจส่งผลร้ายต่อร่างกายในระยะยาว – อย่างน้อย การบริโภคอาหารที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘อินทรีย์’ ก็จะทำให้โอกาสในการรับสารกำจัดแมลงลดลงกว่าการบริโภคอาหารในอุตสาหกรรมเกษตรปกติ

อาหารที่มีสัญลักษณ์ยืนยันว่า ‘ออร์แกนิก’ อยู่ภายใต้คำจำกัดความและนิยามที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ ปลูกโดยไม่ใช้สารฆ่าแมลง หรือเคมีภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ป้ายที่แปะอยู่บนตัวอาหารแสดงว่าเป็นผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์ อาจไม่ใช่เครื่องยันยันว่าอาหารชนิดนั้นปลอดภัยเสมอไป จนถึงปัจจุบัน ยังมีงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้นพยายามค้นหาว่า ในอาหารอินทรีย์มีสารพิษตกค้างหรือไม่ และถ้ามี จะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

 

organic 04

+ กินอาหารออร์แกนิกขจัดพิษสารฆ่าแมลง?

การทำเกษตรในระบบอุตสาหกรรม มีการใช้สารเคมีในหลายกระบวนการ โดยเฉพาะพิษจากสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืช นั่นคือต้นทางที่การผลิต ส่วนปลายทางที่รับผลกระทบโดยตรงก็คือผู้บริโภค

การเกษตรอินทรีย์เพื่อผลิตอาหารอินทรีย์หรืออาหารออร์แกนิก กำจัดแมลงด้วยสมุนไพร บำรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ปลูกให้เติบโตตามธรรมชาติ คิดเป็นเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของการทำการเกษตรทั่วโลก แต่ในความเป็นจริง ฟาร์มที่ยืนยันว่าเป็น ‘ออร์แกนิก’ จะคงความปลอดภัยไว้อย่างหมดจดได้อย่างไร เมื่อถูกล้อมรอบด้วยแปลงเกษตรอื่นๆ ที่ต่างใช้สารเคมี – คำตอบคือ เราไม่มีทางรู้แน่ชัด

คลิปที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตชิ้นหนึ่งอ้างว่า การหันมาบริโภคแต่อาหารออร์แกนิก จะทำให้สารเคมีเป็นพิษในร่างกายถูกกำจัดออกไปหมด

เครือข่ายร้านชำในสวีเดน อ้างถึงคำแนะนำจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมแห่งสวีเดน (Swedish Environmental Research Institute) ว่า อาหารออร์แกนิกสามารถกำจัดสารพิษอย่างยาฆ่าแมลงออกจากร่างกายได้ แค่เปลี่ยนวิธีการบริโภคเพียง 14 วัน สารพิษในร่างกายก็จะถูกขับออกไปร้อยเปอร์เซ็นต์

วิธีทดสอบคือ การตรวจปัสสาวะสมาชิกครอบครัวสวีดิชครอบครัวหนึ่งจำนวนห้าคน ทั้งก่อนและหลังการปรับปรุงครัวและเปลี่ยนวิธีการเลือกอาหารรับประทานใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่เคยมีอาหารออร์แกนิกในมื้ออาหารเป็นสัดส่วนไม่มาก มาเป็นอาหารออร์แกนิกทั้งหมด

สองสัปดาห์ผ่านไป ทางทีมได้ตรวจปัสสาวะของสมาชิกในครอบครัวซ้ำอีกครั้ง ผลปรากฏว่า สารเคมีที่เคยตรวจพบในครั้งแรกหายไปจนหมด

การทดลองดังกล่าวก็มีข้อโต้แย้งมากมาย ว่าการบริโภคอาหารอินทรีย์ไม่จำเป็นว่าพิษจะหมดไปจากร่างกาย จากการทดสอบใน 4,400 ตัวอย่าง ที่ตีพิมพ์ใน Environmental Health Perspectives เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่บริโภคอาหารออร์แกนิก มีสารฆ่าแมลง (Organophosphate Insecticides) ที่ใช้กันโดยทั่วไป น้อยลงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้บริโภคออร์แกนิก ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีสารตกค้างในร่างกาย

การสัมผัสกับสารกำจัดแมลง Organophosphate Insecticides โดยตรง มีอันตรายอย่างมาก เพราะสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งและอาการผิดปกติของต่อมไร้ท่อได้ และยังไม่มีผลการศึกษาที่แน่ชัดว่า การได้รับสารชนิดนี้แต่น้อย ในระยะเวลานานๆ จะส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

 

organic 05

+ สำรวจสารพิษตกค้าง

ข้ออ้างที่ว่าอาหารอินทรีย์สามารถล้างพิษสารเคมีได้ ถูกโต้แย้งจากหลายฝ่าย เพราะทีมวิจัยอื่นๆ เชื่อว่า การทดสอบว่าอาหารอินทรีย์ช่วยกำจัดพิษหรือไม่ ต้องทำการศึกษาอีกมาก ที่สำคัญ ยังไม่มีใครกล้ายืนยันว่า อาหารที่การันตีว่าเป็น ‘ออร์แกนิก’ นั้น ปลอดภัยจากสารพิษจริงหรือไม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น การบริโภคแต่อาหารออร์แกนิก ก็จะยังมีสารพิษตกค้างอยู่ไม่ต่างจากวิธีการกินปกติสักเท่าไหร่

การทดสอบใน 4,400 ตัวอย่าง ที่ตีพิมพ์ใน Environmental Health Perspectives ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) ได้เก็บตัวอย่างจากผู้เข้าร่วมวิจัยกว่า 4,400 ราย เพื่อศึกษาหาผลกระทบในระยะยาวของสารเคมีจำพวกสารกำจัดแมลงในผลผลิตทางการเกษตร โดยผู้เข้าร่วมทั้งหมดมีอายุ 45 ปีขึ้นไป หลากหลายเชื้อชาติ และมีภูมิหลังต่างกัน

ขั้นตอนแรก ทางทีมจะตั้งคำถามเรื่องอาหารต่อผู้เข้าร่วม เพื่อสำรวจว่า พวกเขาบริโภคผักและผลไม้ที่เป็นออร์แกนิกบ่อยแค่ไหน หลังจากนั้นก็ทำการตรวจปัสสาวะ เพื่อนำมาทดสอบว่า มี Organophosphate Insecticides – สารกำจัดแมลงที่ใช้กันทั่วไปในสหรัฐ เจือปนอยู่หรือไม่

ผลการทดสอบออกมาน่าประหลาดใจ เมื่อเปรียบเทียบผู้ที่บริโภคอาหารออร์แกนิกเป็นประจำ กับผู้ที่บริโภคออร์แกนิกน้อยครั้งหรือไม่เคยบริโภคเลย ส่วนใหญ่มีการสะสมของสารกำจัดแมลงน้อยพอๆ กัน หรือพูดง่ายๆ ว่า ผู้บริโภคอาหารที่ไม่ได้เป็นออร์แกนิก อาจจะมีสารพิษสะสมในตัวน้อยกว่าผู้ที่บริโภคออร์แกนิกเป็นประจำก็ได้

ผลการทดลองนี้ยืนยันว่า อาหารที่ได้ชื่อว่า ‘อินทรีย์’ หรือ ‘ออร์แกนิก’ ไม่ได้ปลอดจากสารกำจัดแมลงเสมอไป อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงข้อสรุปในเบื้องต้น เพราะถ้าดูปัจจัยอื่นๆ ยังไม่สามารถระบุในรายละเอียดได้ว่า ใครบริโภคออร์แกนิกบ่อยแค่ไหน และในตัวอย่างนี้ มีคนที่บริโภคออร์แกนิกแบบเอาจริงเอาจังเลยหรือเปล่า

 

organic 02

 

+ ภัยเงียบของสารฆ่าแมลงตกค้าง

แม้สำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (The Environmental Protection Agency: EPA) มีความพยายามห้ามใช้สารกำจัดแมลงจำพวก Organophosphate มาตั้งแต่ปี 2000 แต่การออกกฎที่ไม่ครอบคลุม ก็ทำให้สารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทนี้ยังคงถูกใช้ในการฉีดพ่นในแปลงเกษตรอยู่ เพราะข้อกำหนดของ EPA คือ การได้รับสารพิษทีและน้อย ในระยะเวลานานๆ ยังถือว่าอยู่ในข่าย ‘ปลอดภัย’

ด้วยข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์ที่การตรวจสอบปริมาณความเสี่ยงออกมาเป็นตัวเลขนั้นทำได้ยาก และงานค้นคว้าข้างต้น ก็ไม่ได้ช่วยยืนยันว่าการบริโภคสลัดผักอินทรีย์ทุกวันนั้นปลอดภัยต่อสุขภาพจริงหรือเปล่า สิ่งที่ต้องหาคำตอบให้ได้ในลำดับถัดไปคือ การพิสูจน์หาภัยจากการสะสมของสารพิษในร่างกายเป็นเวลานานๆ และใช้ผลที่ได้ออกมาเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ เมื่อต้องบริโภคหรือสัมผัสกับอาหารที่มีสารเคมีเป็นพิษปนเปื้อนอยู่

เครือข่าย Pesticide Action Network เปิดเผยว่าว่า Organophosphate ถูกระบุว่ามีส่วนทำให้เกิดมะเร็งหลายชนิด รวมถึงทำลายการทำงานของต่อมไร้ท่อ และสารเคมีชนิดนี้ออกฤทธิ์ต่อพัฒนาการทางระบบประสาทในเด็ก

ในงานวิจัยปี 2012 ของสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติ (National Institutes of Health: NIH) โดย ศาสตราจารย์เดวิด เบลลิงเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาวาร์ด (Harvard Medical School) คำนวณว่า IQ สะสมของชาวอเมริกันลดลงถึง 17 ล้านจุด เนื่องจากพิษของสารกำจัดฆ่าแมลงชนิดนี้ และเขายืนยันว่า อาการดังกล่าวจะเป็นเหมือนการระบาดของโรคอย่างเงียบๆ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก: takepart.com

logo

อภิรดา มีเดชกินออร์แกนิกช่วยล้างพิษ?

Related Posts

‘สยามพาราควอต’ ประเทศอาบสารพิษ

สารเคมีเกษตรอย่าง ‘พาราควอต’ ไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะของเกษตรกร แต่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั้งประเทศ คำถามอยู่ที่ว่า จุดยืนทางนโยบายของประเทศนี้อยู่ตรงไหน

ข้อเท็จจริง ‘พาราควอต’ สารพิษที่ไม่มียาถอนพิษ

52 ประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรปและเอเชีย ประกาศแบน 'พาราควอต' อย่างเป็นทางการ และอีก 17 ประเทศ มีการจำกัดการใช้อย่างเข้มงวด แต่ประเทศไทยยังเฉย

4 สารต้องห้ามในเครื่องสำอาง

สารเคมีหลายขนิดถูกระบุชัดเจนว่าเป็นสารอันตราย แต่ยังมีผู้ผลิตเครื่องสำอางจำนวนไม่น้อยฝ่าฝืนข้อบังคับใช้สารเหล่านี้หรือใช้เกินมาตรฐานที่กำหนด ทำให้แทนที่ผู้ใช้จะได้หน้าใสๆ กลับได้หน้าไหม้แถมปัญหาสุขภาพมากมายตามมา