‘คลื่นพายุแห่งปัญหา’ กำลังโถมใส่เมียนมา ผู้แทน UN เรียกร้องเข้าช่วยเหลือฉุกเฉิน

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (14 กรกฎาคม 2564) ผู้รายงานพิเศษประจำองค์การสหประชาชาติด้านสิทธิ​มนุษยชน (The UN Special Rapporteur) ประจำเมียนมา เรียกร้องให้ประชาคมโลกยื่นมือเข้าช่วยเหลือประชาชนเมียนมา เพื่อรับมือกับ ‘คลื่นพายุแห่งปัญหา’ (perfect storm) ที่โหมกระหน่ำเข้ามาจนอาจส่งผลให้ภาวะวิกฤติโควิด-19 ในเมียนมามีแนวโน้มทรุดตัวลง อันเนื่องมาจากระบบสาธารณสุขที่ล่มสลาย ภายใต้ปัญหาความชอบธรรมทางการเมืองของรัฐบาลทหารเมียนมา 

ทอม แอนดรูวส์ (Tom Andrews) กล่าวว่า สถานการณ์อันเลวร้ายหลายประการกำลังเกิดขึ้น อาทิ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา (Delta) การล่มสลายของระบบสาธารณสุขของเมียนมา และความรู้สึกหวาดระแวงของชาวเมียนมาอย่างยิ่งยวดต่อสิ่งใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับรัฐบาลเผด็จการทหาร ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดคลื่นพายุแห่งปัญหานี้ ซึ่งอาจ “นำไปสู่การสูญเสียชีวิตอย่างมีนัยสำคัญในเมียนมา หากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างฉุกเฉินจากประชาคมระหว่างประเทศ” 

นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า รัฐบาลทหารต้องมีความรับผิดชอบกับเงินช่วยเหลือจำนวน 350 ล้านดอลลาร์ (หรือราวๆ 10,000 ล้านบาท) ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้จัดสรรให้กับประชาชนชาวเมียนมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพื่อต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19

“รัฐบาลทหารขาดแคลนทั้งทรัพยากร ความรู้ความสามารถ และความชอบธรรมในการจัดการกับวิกฤติโควิด-19 ให้อยู่ภายใต้การควบคุม” แอนดรูวส์กล่าว

เขาเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้าช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่องค์กรที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหาร เพื่อดำเนินการประสานงานในเรื่องของการเริ่มต้นรับมือกับโรคระบาดโควิด-19 รวมถึงจัดสรรและฉีดวัคซีนที่ประชาชนชาวเมียนมาสามารถให้ความไว้วางใจได้

ในถ้อยคำแถลงของเขา แอนดรูวส์กล่าวว่า “สิทธิที่จะเข้าถึงสุขภาพตามมาตรฐาน

ขั้นสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนพึงจะได้รับ และสิทธินั้นถูกพรากไปจากผู้คนส่วนใหญ่ในเมียนมา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาคมระหว่างประเทศจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง” 

ประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ องค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานระดับภูมิภาค รวมถึงองค์กรเอกชน ต้องยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ก่อนที่จะเกิดการสูญเสียไปมากกว่านี้ และนำไปสู่สถานการณ์อันเลวร้าย อาทิ เมียนมาอาจกลายเป็นประเทศผู้แพร่เชื้อไวรัสรายใหญ่ (super spreader) อันร้ายแรงนี้”

นอกจากนี้ แอนดรูวส์ยังได้กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการจัดหาเครื่องช่วยหายใจเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากในขณะนี้ เมียนมากำลังประสบกับปัญหาขาดแคลนออกซิเจนสำหรับใช้กับเครื่องช่วยหายใจ “ผู้คนกำลังจะสูญเสียชีวิต เนื่องจากทรัพยากรทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ รวมถึงความไม่ไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลเผด็จการ” เขาระบุ

มีหลายกรณีที่ชี้ให้เห็นวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นในระดับ ‘คลื่นพายุแห่งปัญหา’ ตัวอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในย่างกุ้ง เมืองใหญ่ในเมียนมา พลเมืองต่างท้าทายมาตรการเคอร์ฟิวของรัฐบาลเผด็จการทหาร โดยการออกตามหาถังออกซิเจนในยามวิกาล ด้วยความหวังที่จะนำไปให้กับสมาชิกในครอบครัวอันเป็นที่รักซึ่งกำลังต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19

หลายคนได้เตรียมเก้าอี้มาจากบ้าน เนื่องจากรู้ดีว่าต้องใช้ระยะเวลานานในการรอคิว และสำหรับบางคน เวลานั้นมีค่ามากเสียจนไม่สามารถทนรอได้อีกต่อไป “พี่สาวของผมป่วยด้วยโรคโควิด-19 มาสามวันแล้ว” ตาน ซอ วิน (Than Zaw Win) กล่าวกับแหล่งข่าว ขณะเดินออกจากคิว

“ในวันแรก เธอวิงเวียนศีรษะ พร้อมกับมีความดันเลือดต่ำ…และเมื่อวานนี้ อาการของเธอย่ำแย่ลงมาก เพราะหายใจไม่ค่อยสะดวก…แต่ในขณะที่ผมรอคิวเพื่อเติมออกซิเจนเมื่อเช้านี้ หลานสาวของผมได้ติดต่อให้ผมกลับบ้าน เพราะพี่สาวของผมเสียชีวิตแล้ว”

นอกจากนั้น ผู้ต้องขังในเรือนจำของเมียนมา รวมถึงนักโทษการเมืองจำนวนหลายพันคนที่ถูกควบคุมตัวโดยพลการตั้งแต่เกิดรัฐประหาร ก็ตกอยู่ในสภาพที่เสี่ยงต่ออันตรายร้ายแรงเช่นเดียวกัน แอนดรูวส์ให้ความเห็นว่า “เหล่านักโทษ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจมองว่าโทษของการถูกคุมขังครั้งนี้ได้กลายเป็นโทษประหารชีวิตไปเสียแล้ว” 

ในวันพุธที่ผ่านมา มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเมียนมามากกว่า 7,000 ราย ในขณะที่ต้นเดือนพฤษภาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังอยู่ที่ประมาณ 50 คนต่อวัน และปัจจุบัน เมียนมามียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 208,357 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปแล้วกว่า 4,181 ราย (ข้อมูลอัพเดตเมื่อ 15 กรกฎาคม 2564)

อ้างอิง

อวิกา กันยาแสงศรี
เด็กปาก(กา)แจ๋วในทวิตเตอร์ผู้ผันตัวมาเป็นนัก(อยาก)เขียน เฟมินิสต์และแพนเซ็กชวลผู้หลงใหลในบทเพลงและสนับสนุนความเท่าเทียมในทุกรูปแบบ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend