นักเรียนโปรตุเกสรวมตัวยื่นฟ้อง 47 ชาติยุโรปฐานทำโลกร้อน

นักเรียนชาวโปรตุเกส อายุตั้งแต่ 5-14 ปี รวมตัวกันระดมทุน (crowdfunding) เพื่อ ‘ฟ้อง’ 47 ประเทศยุโรปในข้อหารัฐบาลประเทศเหล่านั้นต่างล้มเหลวในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำมาสู่การคุกคามสิทธิในการดำรงชีวิต (right to life) ของพวกเขา

หากยังจำกันได้ เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกิดไฟป่าอย่างรุนแรงขึ้นพร้อมๆ กัน 60 พื้นที่ในโปรตุเกส นักดับเพลิงกว่า 1,700 คนลงมือปฎิบัติการอย่างเต็มกำลัง แต่สุดท้ายไฟนรกเหล่านั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 62 คน ยังไม่รวมผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมหาศาล

โศกนาฏกรรมครั้งนั้นนำมาสู่การร่วมมือร่วมใจของนักเรียนที่อาศัยในเขตซึ่งได้รับผลกระทบรวมตัวกันดำเนินคดีต่อศาลสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรป (European Court of Human Rights: ECHR) โดยได้รับการสนับสนุนจากเอ็นจีโอ Global Legal Action Network (GLAN) เบื้องต้นสามารถหาทุนได้ทั้งหมดประมาณ 47,000 ดอลลาร์ ซึ่งเงินดังกล่าวมาจากการเปิดการระดมทุนลักษณะ crowdfunding บนเว็บไซต์ CrowdJustice เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้เข้าไปร่วมสมทบทุนมากกว่าหนึ่งล้านคน

47 ประเทศที่ถูกกล่าวหานั้นล้วนเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดในยุโรป โดยหากคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ของจำนวนก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่ทั่วโลก ประเทศเหล่านั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เยอรมนี และฝรั่งเศส

น่าครุ่นคิดกว่านั้น ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรปยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อคดีดังกล่าว

หนึ่งในเด็กกลุ่มดังกล่าววัย 14 ปี มองว่า climate change ไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่เป็นปัญหาใกล้ที่ส่งผลกระทบแวดล้อมไปทั่ว

ถ้าให้ผมมองว่ากรณีอะไรที่รุนแรงมากที่สุด ผมคิดว่าเรื่องการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากการที่น้ำแข็งละลาย ชายฝั่งถูกกัดเซาะ อากาศร้อนมากขึ้น เกิดไฟป่าเพิ่มขึ้น อย่างที่เห็นกันอยู่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นำมาสู่ความตาย และทิ้งให้ทั้งประเทศต้องจมอยู่กับความโศกเศร้า

มาร์ค วิลเลอร์ส (Marc Willers) ทนายความจากบริษัทให้ปรึกษาทางกฎหมายชั้นนำอย่าง Garden Court Chambers แสดงความคิดเห็นต่อคดีนี้ว่า

“หากคดีดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะถือว่าเป็นการดำเนินคดีในประเด็น climate change ที่พิเศษมาก เพราะผู้นำประเทศทั้งหลายจะต้องมายืนต่อหน้าศาล ขณะเดียวกัน มันแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐต่อการจัดการกับ climate change เพราะทุกวันนี้ climate change ทวีความรุนแรงและกลายเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลยุโรปก็เห็นแต่ทุ่มเทเพื่อแก้ไขจัดการปัญหาดังกล่าวได้ไม่เพียงพอ”

อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวไม่ใช่คดีแรก เมื่อสองปีที่แล้ว ชาวดัตช์รวมตัวกันในชื่อกลุ่ม Urgenda ฟ้องรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ฐานละเลยการปฎิบัติหน้าที่ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาจนทำให้อุณหภูมิโลกสูงมากกว่าสององศาเซลเซียส แน่นอนว่าพวกเขาชนะ ศาลสั่งรัฐบาลต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 25 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2020


อ้างอิงข้อมูลจาก:
theguardian.com

Editorial Staffนักเรียนโปรตุเกสรวมตัวยื่นฟ้อง 47 ชาติยุโรปฐานทำโลกร้อน

Related Posts

แหมะเหง่อระอาว: ขอบคุณโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทำให้เรารักกัน

ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นหนึ่งในสถานที่ก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เขตเย แต่ด้วยความเข้มแข็งและความสามัคคีของชาวบ้านในหมู่บ้านอังแตง ที่พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส หวังว่าบ้านของพวกเขาจะกลับมาอุดมสมบูรณ์และงดงามอีกครั้ง

แหมะเหง่อระอาว: ครั้งหนึ่ง ความหวัง

บันทึกการเดินทางไปเมียนมาร์ สำรวจพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งระบบนิเวศเคยอุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันทำไม่ได้แม้แต่จะหาเลี้ยงปากท้องตัวเอง สืบเนื่องจากการเข้ามาของโรงงานปูนซีเมนต์และโรงไฟฟ้าถ่านหิน จนต้องอพยพออกจากบ้านเกิดตัวเองสู่การเป็นแรงงาน

ครอบครัวไทยใน Aging Society

สถานการณ์เด็ก เยาวชน และครอบครัวไทย มีความอ่อนไหวและเปราะบาง นิยามและโครงสร้างของสถาบันครอบครัวไทยแตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง อันเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะผลกระทบจากการเคลื่อนเข้าสู่สังคมสูงวัย