รัฐประหารของคนไกลบ้าน

4 กุมภาพันธ์ 2564 ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ ประชาชนจำนวนหนึ่งนัดหมายมาทำกิจกรรม ‘ส่องไฟต้านรัฐประหาร’ หน้าสถานทูตเมียนมา เวลา 20.00 น. เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้านการรัฐประหารในประเทศเมียนมา

เวลา 19.50 น. ชาวเมียนมากลุ่มหนึ่งชูภาพ พลเอกมิน อ่อง หล่าย ที่ถูกตัดต่อให้เคียงคู่ไดโนเสาร์ พร้อมข้อความภาษาอังกฤษสื่อถึงเผด็จการ แล้วกู่ร้องด้วยภาษาพม่า จากนั้นจึงทำการจุดไฟเผาภาพดังกล่าวแล้วใช้เท้าเหยียบ 

บรรยากาศในงานมีชาวเมียนมาหลายสิบคนรวมตัวยืนบนขั้นบันไดหน้าอาคารไนน์ทูไฟฟ์ ของบริษัท วอง จิวเวลรี่ จำกัด ข้างสถานทูตเมียนมา พวกเขาเปิดแฟลชส่องไฟจากโทรศัพท์มือถือ พร้อมชู 3 นิ้ว รวมถึงชูภาพนางอองซาน ซูจี จากนั้นร่วมกันร้องเพลง ‘กะบา มะ เจ่ บู้’ ที่มีความหมายว่า ยืนหยัดตราบโลกสลาย 

แม้ในเวลาเดียวกัน เสียงของตำรวจที่ดังผ่านทรโข่งจะประกาศก้องให้ยุติกิจกรรม แต่เสียงร้องเพลงของพวกเขาก็ไม่แผ่วลง หนึ่งในชาวเมียนมาที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมบอกกับเราว่า – ฉันจะไม่ยอมกลับไปอยู่ใต้อำนาจทหารอีกแล้ว ไม่ยอมอีกแล้ว คนทั้งโลกต้องได้ยินเสียงเรา

1

เนินนวนเวย
พนักงานเสิร์ฟอาหาร, 20 ปี

วินาทีที่รู้ว่ามีการรัฐประหาร เสียใจมากค่ะ ผิดหวัง หมดหวัง ร้องไห้ วันแรกที่รู้ เราแทบไม่มีแรงทำงานเลย ใจมันหล่นไปเลย

ก่อนหน้าที่อองซานซูจีจะชนะเลือกตั้งขึ้นมาเป็นผู้นำ พวกเราอยู่กันลำบาก เอาหน้าไปสู้ใครเขาก็ไม่ได้ น้อยใจค่ะ พอบอกคนอื่นว่ามาจากเมียนมา ไม่มีอะไรที่เราจะภาคภูมิใจได้เลย แต่ตอนนี้อองซานซูจีขึ้นเป็นผู้นำ พวกเราภาคภูมิใจมากที่เป็นคนพม่าคนหนึ่ง เขามีนโยบายที่ทันสมัย ที่บ้านเราพัฒนาขึ้น มีรายได้ดี มีงาน ถนนหนทางเขาก็สร้างให้ใหม่ ตอนนี้เมืองที่เราอยู่มันเจริญขึ้นมาก ไม่เหมือนที่ผ่านมา 

เราอยู่ไทยมา 10 ปีแล้ว มาทำมางานตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านไม่มีงานการให้ทำ ไม่มีอะไรที่เราจะอยู่รอดได้ เรามาเมืองไทย มาทำงาน หาเงินส่งให้น้องๆ เรียนหนังสือ  เรามาประท้วงตั้งแต่วันแรกที่รัฐประหารเลย ที่หน้าสถานทูตเมียนมา ครั้งที่สองไป UN ครั้งนี้ก็ลางานมาอีก เราติดต่อไปที่บ้าน เขาก็อยู่ในความกลัว เขาหมดหวัง ทำอะไรไม่ได้ อนาคตที่เราคิดๆ กันไว้มันหายไปเลย 

กว่าที่เราจะได้ประชาธิปไตย เราลำบากกันมาก พอมาเจอแบบนี้ อิสรภาพของเรามันหายไปอีกครั้ง จากที่คิดถึงอนาคต ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไล่ตามประเทศอื่นเขาทันไหม สิ่งที่เรากลัวคือ กลัวไม่ได้กลับบ้าน

ถึงแม้เราจะอยู่ไกลบ้าน เราก็ต้องแสดงจุดยืนว่าเราไม่เอา พลเอกมินอ่องหล่าย ไม่เอารัฐประหาร พวกเราจะทำทุกอย่างเท่าที่เราทำได้ เราดีใจที่เห็นคนไทยออกมาช่วยส่งเสียง เราจะไม่ยอมกลับไปอยู่ใต้ทหารอีกแล้วค่ะ ไม่ยอมอีกแล้ว

2

ชายหนุ่ม
28 ปี

ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา พ่อแม่ที่อยู่พม่าโทรมาเล่าว่า พรรคของทหารเขาเอาเสื้อมาแจก แล้วบอกว่าต้องเลือกพรรคเขานะ พรรคสีเขียว แล้วเขาก็บอกอีกว่า อองซานซูจีโกงเลือกตั้ง แต่มันไม่ใช่ พวกทหารนั่นแหละที่โกง เขาเข้ามาถึงที่บ้านเราเลย 

บ้านของผมอยู่ตรงแถวชายแดนไทย-เมียนมา ช่วงที่อองซานซูจีเป็นรัฐบาล เรามีไฟฟ้าใช้ มีสัญญาณโทรศัพท์ 4G จากที่ไม่เคยมี มันเจริญขึ้นครับ ถ้าเทียบกับ 10 ปีก่อนช่วงรัฐบาลทหาร เราไม่มีอะไรเลย ผมเรียนที่พม่าแค่ 3 ปี ก็ต้องลี้ภัยมาอยู่ประเทศไทย เพราะบ้านผมเกิดสงครามชนกลุ่มน้อย KNU ก็เลยต้องลี้ภัยมากับแม่ครับ เราอยู่กรุงเทพฯ มา 5 ปี ไปอยู่เชียงใหม่มา 6 ปีครับ รวมๆ แล้วก็สิบกว่าปี  

จนถึงตอนนี้ เราไม่มีความคิดจะกลับไปอยู่พม่าแล้ว เราอยู่ไทยมานาน ผูกพัน เรามีชีวิตอยู่ที่นี่ แต่เราก็ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารพม่า และไม่เชื่อว่าเขาจะอยู่แค่ 1 ปี ผมคิดว่าเขาต้องอยู่ยาวแน่ๆ เพราะพม่ามีชนกลุ่มน้อยเยอะ คนติดอาวุธกันเยอะมาก การที่ทหารมายึดอำนาจ มันมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งจีนก็หวังผลจากธุรกิจเพชร รัสเซียก็หวังผลจากอาวุธปืน จากสงครามครับ 

ผมติดต่อที่บ้านไม่ได้หลายวันแล้ว ติดต่อได้แค่พี่สาวที่อยู่ต่างประเทศครับ

3

โบ/ซาร่า แม่ค้าย่านลาดพร้าว

เรามาแสดงออกว่าเราไม่ยอม นักข่าวต้องถ่ายรูปพวกเราให้พวกทหารพม่าเห็นว่า ‘ไม่มีใครอยากได้พวกเธอนะ!’ วันนี้เรามาไลฟ์สดด้วย 

วันแรกที่รัฐประหาร เราติดต่อญาติๆ ไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ติดต่อได้แล้ว เขาร้องไห้ เขาทุกข์ทรมาน พี่น้องทุกคนเสียใจ แม่ก็โทรมาบอกว่า ‘อยากประท้วงก็ไปเลยลูก ไม่เป็นไร ไปประท้วงเลย ชีวิตก็แค่ตายครั้งเดียว’ ยังไงเราก็จะไม่ยอมกลับไปอยู่ใต้อำนาจทหารอีกแล้ว ไม่อยากอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ตอนที่รู้ว่ามีรัฐประหาร มันรู้สึก… แทบพูดอะไรไม่ออก เจ็บใจมากเลย พวกทหารมันทำแบบนี้ไม่ได้ พวกเราเจอแบบนี้มาหลายปีแล้ว ที่พม่าเรา ก่อนหน้านี้เขาทำรัฐประหารมา 50 กว่าปีแล้วค่ะ 

เราได้ประชาธิปไตยมาแค่ 5 ปี (รัฐบาลอองซานซูจี) ชีวิตดีขึ้นมากเลยค่ะ ไม่เหมือนสมัยก่อน ประชาชนก็ออกมาดีใจ ทำมาหากินได้ ใช้ชีวิตอิสระได้ ก่อนหน้านั้นมันแย่มาก เราได้แต่คิด ห้ามพูด ห้ามถาม ให้ทำตามอย่างเดียว แต่พอมาช่วงรัฐบาลซูจี ชีวิตอิสระขึ้น  

ประชาชนพม่าทุกคนอยากได้ประชาธิปไตย เพราะมันหมายถึงอิสรภาพในการพูด ในการใช้ชีวิต เมื่อก่อนแค่พูดว่า เราอยากโตไปเป็นสิ่งนี้นะ ยังไม่กล้าเลย 

4

โกมาง
เปิดร้านขายโทรศัพท์, 43 ปี

ตอนนี้เราติดต่อญาติไม่ได้เลย ถูกตัดสัญญาณหายหมด ครอบครัวเราอยู่ใกล้ๆ ย่างกุ้ง ติดต่อไม่ได้เลย โทรก็ไม่ได้ 

ตอนนี้อองซานซูจีถูกทหารจับไว้ เราต้องการให้ปล่อยอองซานซูจีเป็นอิสระครับ ถ้าไม่ปล่อยเราต้องออกมาทุกวันครับ ที่เขาบอกว่าจะอยู่แค่ 1 ปี ไม่จริงหรอกครับ แต่เขาก็อยู่ไม่ได้หรอก เพราะพวกเราจะไม่ยอม 

การรัฐประหารครั้งนี้ ถ้าให้อธิบายยังไงก็แย่ครับ ต่อไปประเทศของเราก็จะต้องแร้นเเค้น เราอยู่แบบนั้นมาแล้ว ไม่เคยมีอะไรดีครับ แต่พออองซานซูจีเข้ามาได้ 5 ปีเอง ความเจริญก็มาแล้วครับ

5

ชายไทย
52 ปี 

ตอนที่รู้ข่าวว่าพม่ารัฐประหาร ชุมชนที่เราอยู่มีเพื่อนบ้านพม่าเยอะ สนิทกันเลย เขาแสดงออกถึงความไม่สบายใจในระบอบทหารที่มายึดอำนาจประชาชน เหมือนเราเลย เหมือนกับประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบอยู่ตอนนี้ เราอยากออกมาเรียกร้องต่อต้านการรัฐประหาร

เราอยากให้เขาออกมาเรียกร้องความยุติธรรม อยากให้ประชาธิปไตยของเขาที่ อองซานซูจีสร้างไว้ กลับมาเหมือนเดิม

6

ป้านก
แม่บ้าน, 58 ปี

เรามาแสดงออกว่าต่อต้านเผด็จการ ไม่เอารัฐประหารค่ะ ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ตาม เพราะถ้ามีรัฐประหารที่ไหน ฉิบหายที่นั่น ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ แล้วยิ่งเกิดกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเรา ก็อยากออกมาช่วยกัน 

ดูสิวันนี้ พวกตำรวจไทย มันเผด็จการ รับใช้พวกที่มีอำนาจ ป้าไม่ชอบ คุณควรให้เขาทำกิจกรรมเพื่อบ้านเมืองเกิดของเขา ให้กำลังใจเขา มีอาวุธที่ไหน มีแต่พวกคุณนั่นแหละที่มาคุกคาม ความรุนแรงมันเกิดจากภาครัฐ ไม่ได้เกิดจากประชาชน พวกเรามาให้กำลังใจ มายืนเฉยๆ มาส่องไฟ จุดเทียน คุณตำรวจจะไปอะไรกับเขานักหนา บ้านเมืองเขากำลังแย่ เราก็ต้องช่วยส่งเสริมเขาหน่อย บ้านพี่เมืองน้องกัน ดูแลกันไป

ตอนที่ป้ารู้ว่ามีรัฐประหารพม่านะ ฮึ่ย! นั่นเขาเป็นผู้หญิงนะ ก็เหมือนนายกฯ ปูของเรา เห็นไหม นายกฯ ปูทำดีเท่าไหร่ก็โดนผู้ชายอกสามศอกมายึดอำนาจ แล้วก็ขอเวลาอีกไม่นาน แต่คุณก็อยู่มาสองสมัยแล้วเนี่ย 

อย่างพม่าก็ขอเวลา 1 ปี ไม่เชื่อหรอกว่าพวกทหารจะอยู่ 1 ปี เพราะเดี๋ยวก็หวงแหนอำนาจ อยากได้อำนาจ ป้าคิดว่าเขาน่าจะอยู่นานกว่านั้น ยิ่งอยู่ยิ่งแย่ ยิ่งอยู่ประชาชนยิ่งฉิบหาย 

เราไม่เอารัฐประหาร เราไม่เอาพวกเผด็จการ ถ้าเผด็จการเข้ามาที่ไหน มันฉิบหายไปถึงนั่น ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ไม่มีผลประโยชน์ตกถึงประชาชน เพราะว่าพวกเขารวบอำนาจอยู่จุดเดียว ไม่ปล่อยให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ อย่างน้อยแค่กิจกรรมส่องไฟ กิจกรรมก็ไม่ได้หนักหนาอะไร เขามาทำนิดหน่อย เดี๋ยวก็กลับ 

ป้าก็เป็นกำลังใจให้พม่าทุกคนนะคะ อยากให้บอกว่าอองซานซูจีอยู่ตรงไหน และปล่อยตัวเขาเร็วๆ เถอะ เขาก็คนเหมือนเรา

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend