บอกรักลุงด้วยข้อความ #ผนงรจตกม คุยกับคนเคยรัก และเคยมีลุงเป็นไอดอล - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

บอกรักลุงด้วยข้อความ #ผนงรจตกม คุยกับคนเคยรัก และเคยมีลุงเป็นไอดอล

“คุณมีอะไรจะบอกกับลุงหรือเปล่า??”

หากคุณรู้สึกอึดอัด คับเเค้นกับเหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่ไปไหนสักที นี่คือโอกาสที่คุณจะมาระบายหรือเสนอความคิดเห็นของคุณ เพราะนี่คือพื้นที่ของพวกคุณ กับกิจกรรม ‘บอกรักลุง’ สะท้อนประเด็นปัญหาบ้านเมือง ณ ปัจจุบัน กิจกรรมจัดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 หน้าตึกคณะรัฐศาสตร์ (ตึกใหม่) ชั้น 1 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

“#มินิฮาร์ท #บอกรักลุง #ลุงตู่ #รัฐบาลเซียงกง #ผนงรจตกม #นาฬิกายืมเพื่อน”

นี่คือข้อความประกอบภาพโปสเตอร์สีชมพูพร้อมภาพลายเส้นใบหน้ายิ้มของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และมือทั้งสองข้างทำเครื่องหมายมินิฮาร์ทที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ ‘คบเพลิง’ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 คล้ายภาพตลกร้ายล้อเลียนการเมืองในห้วงเวลาต่อเนื่องจากเหตุการณ์กราดยิงประชาชนที่นครราชสีมา แต่ข้อความกลับกลายเป็น ‘บอกรักลุง’ พร้อมเชิญชวนคนไปบอกรักลุงเนื่องในวันวาเลนไทน์ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มันยิ่งทำให้เทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ มีความหมายแตกต่างจากวันแห่งความรักในนิยามของคนทั่วไป

กลุ่ม ‘คบเพลิง’ ซึ่งเคยจัดกิจกรรมรณรงค์ยื่นถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาแล้วเมื่อปีที่แล้วเล่าว่า เดือนมกราคมปีนี้ทั่วประเทศมีกิจกรรม ‘วิ่งไล่ลุง’ ทางกลุ่มก็คุยกันและได้ข้อสรุปว่า ‘เดือนแห่งความรัก’ ก็ควรจัดกิจกรรมความรักอย่างสร้างสรรค์ด้วยการ ‘บอกรักลุง’ และที่สำคัญคือ อยากเชิญชวนให้คนออกจากโซเชียลมีเดียมาสู่โลกของความเป็นจริง

“ที่ผ่านมามันมีกระแส มีการติดแฮชแท็กหรือไม่ก็ด่ากันจนขึ้นอันดับหนึ่ง แล้วยังไง? ตราบเท่าที่คนจริงๆ ยังไม่ออกมา เราก็จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร” นักศึกษาหนุ่มกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของงานนี้

ภาพลายเส้นใบหน้าของคนสำคัญในรัฐบาลทั้ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์, นายวิษณุ เครืองาม และดร.ทักษิณ ชินวัตร ถูกติดไว้บนผนังหน้าตึกคณะรัฐศาสตร์ พร้อมโปสเตอร์ว่างสำหรับแปะข้อความที่เขียนลงบนโพสต์อิท

จากการเฝ้าสังเกตพบว่า คนที่มาเขียนบอกรักลุงส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาหญิง ส่วนข้อความนั้นส่วนใหญ่เป็นการระบายความรู้สึกอัดอั้นทางการเมือง นี่จึงเป็นการบอกรักที่แทบจะไม่มีคำว่า ‘รัก’ ปรากฏบนข้อความที่เขียนลงบนกระดาษโพสต์อิท หรือโปสเตอร์เลย

คนบอกรัก เพราะเคยมีประยุทธ์เป็นไอดอล

หศวรรษ รัตนคเชนทร์ หรือไบค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เด็กหนุ่มจากกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในฐานะตัวแทนของกลุ่มคบเพลิงเล่าให้ฟังว่า สมัยเรียนมัธยมนั้นเขามีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นไอดอล ทั้งนี้เกิดจากการอ่านหนังสือของ วาสนา นาน่วม ที่นำเสนอแง่มุมว่า พลเอกประยุทธ์เป็นทหารที่อ่านหนังสือเยอะมาก เป็นคนขยัน มีความมุ่งมั่นจึงทำให้มีวันนี้ได้

“ผมสนใจการเมืองเพราะพลเอกประยุทธ์ ตอนนั้นแกจะทำอะไรก็ดูดีไปหมดในสายตาผม ยิ่งตอนการเมืองขัดแย้งสูง แกทำรัฐประหารแล้วทุกอย่างสงบมันยิ่งทำให้ผมชอบแกมาก จนอยากเรียนทหาร อยากจบไปเป็นทหาร”

ไบค์ชอบพลเอกประยุทธ์ตรงที่เป็นคนเด็ดขาด ชอบถึงขั้นเคยวาดภาพเหมือนแล้วใส่กรอบไปมอบให้ตอนวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาลถึง 2 ครั้ง โดยครั้งที่สอง คือ วันเด็กปี 2561 เขาไปที่ทำเนียบรัฐบาลเอง

“ผมเคยเล่นเกมฟีฟ่ากับแกด้วย ผมเชียร์ลิเวอร์พูลเลยเลือกทีมลิเวอร์พูล ส่วนแกเลือกทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้ครึ่งเดียวก็เลิกเพราะไม่มีเวลา แกบอกให้กลับไปซ้อมดีๆ ตั้งใจๆ (ผลการแข่งขันครึ่งแรกจบลงที่เสมอกัน 0-0) คือ ตอนนั้นแกดูดี เป็นคนเก่ง เป็นคนตลก ผมยกแกเป็นไอดอล แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีคนด่าเยอะมากแกก็ยังทนได้ไม่ใส่ใจนี่ถือว่า สุดยอดมาก เป็นผมคงทนไม่ได้แน่ถ้าถูกคนด่าเยอะขนาดนี้”

ไม่น่ารีบชอบเลย แม่xเอ๊ย!!!

ไบค์เล่าว่า เขาชอบพลเอกประยุทธ์ถึงขนาดมีการประมูลเสื้อออนไลน์ อย่างเสื้อยืดตัวที่เขาใส่อยู่นี้ เขาสู้ราคาจนได้เสื้อยืดรูปพลเอกประยุทธ์กับชื่อ PRAYUTH ที่เลียนแบบ METALICA มาในราคา 1,400 บาท และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมเสื้อที่มีหน้าของบุคคลทางการเมือง ตอนนี้เขามีทั้งประยุทธ์ (มี 2 ตัว), ประวิตร, ศรีวราห์ และ คิม จอง อึน

“แต่พอมาเรียนรัฐศาสตร์ ทุกอย่างมันกลับด้านกันกับที่ผมคิดผมชอบ ความรู้เรื่องการเมืองการปกครอง หลักสิทธิมนุษยชนมันสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคของพลเอกประยุทธ์เป็นผู้นำ ความฝันที่อยากเป็นข้าราชการ อยากเป็นทหาร อยากเป็นผู้บัญชาการทหารบกมันหายไปเลย ผมไม่อยากเป็นมันอีกแล้ว”

นอกจากการเรียนรู้จากทฤษฎี ความรู้จากตำราต่างๆ แล้ว สังคมของเพื่อนนักศึกษาที่เขาคลุกคลีด้วยก็ช่วยเกลาให้เขาได้เข้าใจและเรียนรู้ว่า สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ทำตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นมันไม่ได้สวยงามเลยทั้งในมิติของทางการเมือง การบริหารบ้านเมือง และเรื่องสิทธิมนุษยชน  

“เพื่อนไม่ได้ต่อว่าอะไรที่ผมมีประยุทธ์เป็นไอดอล แต่เขาก็จะสะท้อนว่า มีคนชอบลุงแบบนี้ด้วยหรือ? พวกเขาไม่พยายามเปลี่ยนผมนะ แต่จะชอบแซวว่า คนนี้เขาชอบลุงตู่ ผมก็บอกพวกเขาตามนั้น แต่ตอนนี้พอใครให้พูดถึงข้อดีของประยุทธ์ดูซิ ผมก็ตอบไม่ได้ สงบ เคยเป็นคำตอบ ตอนนี้มันไม่ใช่สงบ มันคือการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ตลก เคยเป็นจุดขาย แต่ตอนนี้ ตลกมันใช่เหรอ สำหรับคนเป็นนายกฯ

“อย่าว่าแต่ผมเลยที่เปลี่ยน คือ ผมอยู่ในครอบครัวที่ฝ่ายหนึ่งเป็นเสื้อแดง ดูเอเชียอัพเดทและไปชุมนุมที่ราชประสงค์ กับอีกฝ่ายหนึ่งเป็น กปปส. ไปเป่านกหวีด แต่ตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างหันมาด่าประยุทธ์ เพราะบ้านผมทำร้านอาหารก็พบปัญหาค้าขายไม่คล่อง ประยุทธ์เข้ามาคนก็หาย ลูกค้าก็หาย แต่ข้าวของในตลาดกลับแพงขึ้น คือมาถึงตอนนี้ ผมรู้สึกว่า – กูไม่น่ารีบชอบเลย แม่xเอ๊ย!”

หลังบอกรักลุง ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ’60

นอกจากบอกรักลุงแล้วประเด็นต่อไปที่ทางกลุ่มคบเพลิงอยากรณรงค์หลักๆ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพราะที่บ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้ก็เพราะรัฐธรรมนูญได้สร้างเงื่อนไขให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ เราจึงมี สว.แต่งตั้ง 250 คน ได้ระบบเลือกตั้งที่ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของคนลงคะแนน มีองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน

“รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน มันให้อำนาจรัฐอยู่เหนืออำนาจประชาชน หากเป็นไปได้ก็อยากเสนอให้ยกทิ้งทั้งฉบับแล้วร่างใหม่โดยให้ประชาชนมาร่วมกันออกแบบ โดยต้องมีการให้ความรู้กันในวงกว้างเพื่อให้เข้าใจร่วมกันว่ามันจำเป็นต้องแก้ ส่วนไอ้ที่ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงนั้นก็เห็นกันอยู่ว่า ปราบแต่ฝ่ายตรงข้าม ส่วนฝ่ายตัวเองนั้นไม่ต้องปราบ ไม่ต้องตรวจสอบ”

ส่วนการรณรงค์ ‘บอกรักลุง’ ของกลุ่มคบเพลิงนั้น จะยังคงดำเนินต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ตามซุ้ม ตามโรงอาหารและตลาดนัดภายในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อกระตุ้นการแสดงออกและเป็นปฏิบัติการทางสังคมอย่างสร้างสรรค์

Author

ธีร์ อันมัย
นิยามตัวเองว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง นอกจากเป็นกรรมกรสอนหนังสือแล้ว ยังเป็นนักเขียน นักดนตรี และคอยสร้างความครื้นเครงให้วงสนทนาผ่านการเล่าเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาอยู่เสมอ