เลือกตั้งเกาหลีใต้ 2017: สนามชี้ขาดอยู่ที่คาบสมุทร - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

เลือกตั้งเกาหลีใต้ 2017: สนามชี้ขาดอยู่ที่คาบสมุทร

ภาพประกอบ: antizeptic

 

การชุมนุมใหญ่ของประชาชนเกาหลีใต้เมื่อปี 2016 ที่ผ่านพ้นมา กลายเป็นพลังสำคัญต่อการขับดันให้รัฐสภาเกาหลีใต้ลงมติถอดถอน ปัก กึน เฮ อดีตประธานาธิบดีลงจากตำแหน่ง ในข้อหาทุจริต คอร์รัปชัน ก่อนที่ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประวัติศาสตร์เกาหลีใต้จะหลุดจากตำแหน่ง หลังมติการถอดถอนของสภาได้รับการรับรองจากตุลาการทั้งเก้าคนของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ ปัก กึน เฮ เป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง การคืนอำนาจการตัดสินใจจึงกลับมาสู่ประชาชนชาวเกาหลีใต้อีกครั้งในรอบสี่ปี

การเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะเริ่มขึ้นทั่วประเทศอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ 9 พฤษภาคม 2560 ถือเป็นการเลือกตั้งผู้นำที่มีความสำคัญอีกครั้งหนึ่งในเอเชีย และอาจจะระดับโลกด้วย เนื่องจาก สถานการณ์ทางการเมืองบนคาบสมุทรเกาหลีกำลังร้อนแรงดั่งเปลวไฟ และยังเป็นบททดสอบสำคัญของระบบการตรวจสอบถ่วงดุลตามระบอบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ ที่ดำเนินมั่นคงมาอย่างยาวนานอย่างน้อย 30 ปี นับตั้งแต่การปราบปรามประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยเกิดขึ้น โดยรัฐบาลเผด็จการทหารในปลายทศวรรษที่ 1980

ชี้ขาดจากจุดยืนบนคาบสมุทร

จุดสนใจของการเลือกตั้งเกาหลีใต้ครั้งนี้ ยังคงอยู่ที่เรื่องวิกฤติบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งยืดเยื้อยาวนานจนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังการทดลองยิงขีปนาวุธและซ้อมรบอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ รวมถึงท่าทีอันแข็งกร้าวของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดังนั้น นอกเหนือจากประเด็นการคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นที่มาของการเลือกตั้งครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญและใช้เป็นข้อพิจารณาในการตัดสินใจ คือ การแสดงท่าทีของผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีต่อจุดยืนบนคาบสมุทรเกาหลี

ตัวเต็งของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ มุน แจ อิน อดีตนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน วัย 64 ปี และเคยเป็นหัวหน้าคณะทำงานของอดีตประธานาธิปดีโน มู เฮียน จากพรรคมินจู (Minjoo หรือ Democratic Party of Korea) อีกทั้งยังเคยลงเลือกตั้งแข่งขันเป็นประธานาธิบดี ในปี 2012 แต่พ่ายแพ้ให้แก่ ปัก กึน เฮ จากพรรคแซนูรี (Saenuri) หรือ พรรคเสรีนิยมเกาหลี ไปแบบมีลุ้น ทั้งๆ ที่บทบาทของเขาในเวลานั้นยังไม่ค่อยมีความโดดเด่น

สำหรับการเลือกตั้งในปี 2017 นี้ ภาพลักษณ์ของ มุน แจ อิน ดูเหมือนจะพุ่งทะยานขึ้นถนัดตา ด้วยความนิยมของพรรครัฐบาล ปัก กึน เฮ ตกต่ำอย่างมากจากปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และการดำเนินนโยบายที่น่ากังขาหลายประการ

สิ่งที่ มุน แจ อิน นำเสนอในการหาเสียง จึงเป็นการประกาศจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพรรครัฐบาลเดิม ทำให้เขาได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องการเมืองบนคาบสมุทรเกาหลี ที่แสดงให้เห็นว่า เขามีท่าทีประนีประนอม โดย มุน แจ อิน เห็นว่า เหตุการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี เป็นเรื่องที่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้สามารถจัดการเองได้ และจะเหมาะสมมากกว่า หากเกาหลีใต้ยืนระยะห่างจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ถึงกระนั้น การวางท่าทีไม่ให้ความสำคัญกับมหาอำนาจ ก็ไม่ถึงขั้นประกาศตัวเป็นศัตรูไปเสียทีเดียว

ขณะที่จุดแข็งอีกประการหนึ่งของตัวเต็งครั้งนี้คือ การที่พรรคมินจู ของ มุน แจ อิน ไม่ได้มาจากตัวแทนของกลุ่มทุนเหมือนกับคู่แข่งอีกสองพรรค ที่ผลสำรวจความนิยมยังคงตามมาห่างๆ

อีกทั้งแรงส่งที่สำคัญในการเลือกตั้งคือ บรรยากาศการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้รอบนี้ พบว่า พลเมืองเกาหลีใต้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงนั้นมีความตื่นตัวสูง โดยเฉพาะการตื่นตัวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตอย่างมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้จำนวนผู้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้ามีถึง 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน

มุน แจ อิน ที่มาภาพ: By VOA [Public domain], via Wikimedia Commons

สนามแข่งขันที่เหวี่ยงไป-มา

ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา การเมืองเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นการต่อสู้ระหว่างความคิดของคนรุ่นใหม่ กับความคิดของคนรุ่นเก่า ที่เคยสัมผัสการเมืองในช่วงสงครามเย็น ซึ่งกลุ่มที่เกิดหลังจากยุค 70 เป็นต้นมานั้น มีแนวคิดต่างจากกลุ่มคนรุ่นเก่า ที่เชื่อในแนวคิดชาตินิยมอย่างแรงกล้า

การสวิงของขั้วการเมืองครั้งนี้ แน่นอนว่า เป็นผลมาจากกระแสต่อต้านรัฐบาลตลอดปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น กลุ่มคนที่เคยนิยมชมชอบพรรครัฐบาล เมื่อเริ่มเอาใจออกห่างจากพรรคเสรีนิยมเกาหลี จึงมี มุน แจ อิน เป็นตัวเลือกสำคัญ

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ การที่ประธานาธิบดีสองคนก่อนหน้านี้ ทั้ง ปัก กึน เฮ และ ลี เมียง บัก ล้วนมาจากพรรคเก่าแก่ ซึ่งมีลักษณะเป็นตัวแทนกลุ่มทุน ขณะที่ มุน แจ อิน นั้นต่างออกไป

มุน แจ อิน ได้รับอิทธิพลจากอดีตประธานาธิบดีคนสำคัญอย่าง คิม แด จุง ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 1998-2003 เขามีประวัติของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เคยต่อสู้ร่วมกับประชาชนในการโค่นล้มระบอบเผด็จการทหาร เมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้ว ซึ่ง คิม แด จุง เองเกือบโดนประหารชีวิต จนต่อมาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2000 จากการที่สามารถพาเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือมาพบปะพูดคุยกันได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่หลังสงครามเกาหลีเมื่อทศวรรษที่ 1950

หัวใจหลักของพรรคมินจูมีลักษณะเป็นตัวแทนของประชาชนในวงกว้างมากกว่ากลุ่มทุนระดับชาติที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน เมื่อประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง การหวนกลับไปหาพิราบขาวในต้นศตวรรษ 21 จึงเป็นทางออกสำคัญของคนเกาหลีใต้ และแน่นอนการสานงานต่อนโยบายของพรรคมาจาก คิม แด จุง ก็ส่งผลให้กระแสของการหยั่งเสียงจากหลายสำนักยังคงทำให้หัวหน้าพรรคมินจูคนปัจจุบัน อย่าง มุน แจ อิน ยังคงนำโด่งอยู่นั่นเอง

 

แนวโน้มของผลคะแนน

จากการสำรวจของโพลหลายสำนัก โดยเฉพาะ The National Election Survey Deliberation Commission (NESDC) เผยให้เห็นว่า มุน แจ อิน มีคะแนนนำคู่แข่งคนอื่นๆ อยู่หลายช่วงตัว โดยได้รับความนิยมร้อยละ 43.2 ขณะที่อันดับสองและสามที่ตามมาห่างๆ คือ ฮง จุน เพียว จากพรรคเสรีนิยมเกาหลี ซึ่งมีความนิยมอยู่ที่ ร้อยละ 21.1 ขณะที่อันดับสามคือ อัน ชอล ซู จากพรรคประชาชน ตามมาติดๆ โดยมีผลการสำรวจความนิยมอยู่ที่ร้อยละ 20.1

สำหรับตัวเต็งอันดับสองของการเลือกตั้งคราวนี้นั้น ฮง จุน เพียว มีฐานะเป็นตัวแทนจากพรรครัฐบาลเดิม ของ ปัก กึน เฮ และยังคงเน้นแนวทางชาตินิยมเอาไว้เป็นจุดขายหลัก โดยมีจุดยืนสำคัญ คือการสนับสนุนกลุ่มทุนหลักของประเทศ เช่น ซัมซุง และต้องการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศใกล้ชิดกับรัฐบาลวอชิงตัน

ฮง จุน เพียว ที่มาภาพ: By VOA [Public domain], via Wikimedia Commons
ขณะที่ อัล ซอน ซู ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักวิชาการผู้มีความสามารถสูง มีความเฉลียวฉลาด ก่อนจะหันมาลงเล่นการเมือง แต่กลับถูกโจมตีว่าเป็นเพียงตัวแทนของกลุ่มทุนอีกกลุ่มในการเลือกตั้งครั้งนี้เท่านั้นเอง ทำให้คะแนนความนิยมยังคงตามมาห่างๆ

จากกราฟข้างบนนี้จะแสดงให้เห็นว่า สีน้ำเงิน คือ มุน แจ อิน สีเขียว คือ อัน ชอล ซู และสีแดง คือ ฮง จุน เพียว สีเหลือง คือ ซิม ซัง จุง ผู้สมัครตัวแทนจากกลุ่มผู้ใช้แรงงาน กล่าวได้ว่าก่อนหน้านี้เธอได้รับความนิยมอยู่สูง เพราะมีสไตล์ที่ดุดัน แต่ถูกให้ภาพลักษณ์ว่าเหมาะสมกับการทำงานเฉพาะด้านมากกว่าการเป็นผู้นำระดับประเทศ นักสังเกตการณ์บางคนระบุว่า เวลาเธอขึ้นเวทีดีเบตนโยบายในรายการโทรทัศน์มักจะกล่าวถึง มุน เเจ อิน ในแง่ดีเสมอ ซึ่งหาก มุน แจ อิน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี มีความเป็นไปได้ว่า ซิม ซัง จุง จะถูกขอให้มาช่วยงาน มุน เเจ อิน

อัน ชอล ซู ที่มาภาพ: By VOA [Public domain], via Wikimedia Commons
และจะเห็นได้ว่า กราฟของอันดับสองและสามเคลื่อนสวนทางกัน สาเหตุเนื่องมาจากฝ่ายนิยม ฮง จุน เพียว และฝ่ายนิยม อัน ชอล ซู เมื่อเปลี่ยนใจจากผู้สมัครของตนเอง เพราะผู้สมัครทั้งสองคนมีลักษณะอนุรักษนิยมสูงและเอียงข้างสหรัฐ แต่ก็จะไม่เทคะแนนให้ มุน แจ อิน

ซิม ซัง จุง ที่มาภาพ: By VOA [Public domain], via Wikimedia Commons
ขณะที่สีฟ้า คือ ยู ซอง มิน เคยทำงานกับ ปัก กึน เฮ มาก่อน ดังนั้นแนวคิดและจุดยืนจึงมีท่าทีคล้ายคลึงกับรัฐบาลเดิม ทำให้ผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงยังคงติดภาพลบและไม่เชื่อใจ

ยู ซอง มิน ที่มาภาพ: By VOA [Public domain], via Wikimedia Commons
สถานการณ์การเลือกตั้งในตอนนี้ หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ปัจจัยการตัดสินใจของพลเมืองเกาหลีใต้ น่าจะมาจากนโยบายต่างประเทศบนคาบสมุทรเกาหลีเป็นหลัก โดยผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่ที่มีแนวโน้มสนับสนุน มุน แจ อิน นั้นเชื่อว่า รัฐบาลเกาหลีใต้พลาดท่าที่ปฏิเสธระบบต่อต้านขีปนาวุธจากจีน แต่กลับเลือกไปตกลงกับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งก่อนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้มีความพยายามอย่างมากที่จะดำเนินการเรื่องนี้ให้สำเร็จ

ผู้สนับสนุน มุน แจ อิน เชื่อว่า ผลของการตัดสินใจผิดพลาดของรัฐบาลเดิมคือ ธุรกิจและโรงงานสัญชาติเกาหลีที่ได้รับผลกระทบ เช่น Hyundai Motor ธุรกิจในจีนของเกาหลีใต้ โดนสั่งปิด ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนก็เลือกไม่เดินทางมายังเกาหลีใต้ การเลือกตั้งเกาหลีใต้ 2017 นี้ จึงสำคัญต่อทิศทางการเมืองโลกไม่น้อยกว่าสนามการเลือกตั้งใหญ่ เช่น สหรัฐ ฝรั่งเศส และอังกฤษที่ใกล้จะถึงนี้


อ้างอิงข้อมูลจาก: m.news.naver.com
usatoday.com

nytimes.com

 

author
อิทธิพล โคตะมี
อิทธิพลเข้ามาในกองบรรณาธิการ WAY พร้อมตำรารัฐศาสตร์ สังคม การเมือง ถ้อยคำบรรจุคำอธิบายด้านทฤษฎีและวิธีการปฏิบัติ คาร์แรคเตอร์โดยปกติจะไม่ต่างจากนักวิชาการเคร่งขรึม แต่หลังพระอาทิตย์ตกไปสักพัก อิทธิพลจะเป็นชายผู้อบอุ่นที่โอบกอดมิตรสหายได้ทุกคน
(กองบรรณาธิการ WAY ถึงปี 2560)