เปิดเบื้องหลังสามเจ้าภาพ World Cup ‘United 2026’ ธุรกิจหรือฟุตบอล

 

การประชุมใหญ่ ฟีฟ่าคองเกรส (FIFA Congress) ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Fédération Internationale de Football Association: FIFA) ที่กรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย เมื่อวันพุธ 13 มิถุนายน หนึ่งวันก่อนการแข่งขันคู่เปิดสนาม รัสเซีย-ซาอุดีอาระเบีย ในศึกฟุตบอลโลก World Cup 2018 มีวาระสำคัญคือการลงคะแนนเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกสำหรับปี 2026 ระหว่างสามประเทศโซนอเมริกาเหนือ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ที่รวมตัวเสนอเป็นเจ้าภาพแข่งขันกับ โมร็อคโค ตัวแทนจากทวีปแอฟริกา ปรากฏว่า กลุ่มสามประเทศชนะการโหวตอย่างถล่มทลาย โดยได้รับคะแนน 134 เสียง ขณะที่โมร็อคโคได้เพียง 65 เสียง

United 2026

ข่าวระบุว่า ทั้งสามประเทศที่เรียกกลุ่มตนเองว่า ‘United 2026’ แห่งโซนคอนคาเคฟ (Confederation of North, Central American and Caribbean Association Football: Concacaf) สมาพันธ์ฟุตบอลที่ครอบคลุมพื้นที่อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน ในทวีปอเมริกาเหนือ และบางส่วนเล็กน้อยในตอนบนของทวีปอเมริกาใต้ ได้รับการพิจารณาคัดเลือก ด้วยเหตุผลหลักๆ คือ ความได้เปรียบด้านการเสนอราคาระดับมหาศาล ความทันสมัยและความพร้อมของสนามกีฬา และเครือข่ายเชื่อมโยงของระบบขนส่งสาธารณะที่มีความสะดวกสำหรับมหาชน

หลังจากคณะกรรมการเฉพาะกิจได้ประเมินโดยรวมแล้วปรากฏว่า กลุ่ม ‘United 2026’ ได้คะแนนความพร้อมทุกด้านถึง 4 ใน 5 คะแนนเต็ม ทำให้การแข่งขันฟุตบอลระดับสุดยอดของโลกจะกลับไปจัดที่ทวีปอเมริกาเหนืออีกครั้ง หลังจากสหรัฐได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเมื่อปี 1994

อีกด้านหนึ่ง การเสนอแผนงานของโมร็อคโคเท่าที่ปรากฏส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงร่างเบื้องต้น ยังไม่มีความพร้อมเป็นรูปธรรม อีกทั้งประเทศจำต้องกู้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อการลงทุนสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ และยังจะต้องเผชิญปัญหาเพื่อรับมือการแข่งขันขนาดมโหฬาร ที่ได้มีการตกลงให้เพิ่มจำนวนทีมเข้ารอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม ซึ่งฟีฟ่าประเมินความพร้อมของโมร็อคโคเอาไว้ได้เพียง 2.7 ใน 5 คะแนนเต็ม

คาร์โลส คอร์เดโร (Carlos Cordeiro) ประธานสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐอเมริกา (United States Soccer Federation) ปาดน้ำตาด้วยความตื้นตันพลางกล่าวขอบคุณอย่างสูงสำหรับเกียรติอันยิ่งใหญ่ ที่สมาชิกมอบความไว้วางใจให้กับกลุ่ม United 2026 เขาบอกว่าสมาชิกทั้งหมดจะร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้งด้วยเกมการแข่งขันที่สวยงาม รวมทั้งมิตรภาพเหนือกว่าพรมแดนและวัฒนธรรม ต่างจากเกมฟุตบอลในปัจจุบันที่มุ่งหน้ามองเพียงชัยชนะเท่านั้น

ประธานฟีฟ่า เจียนนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ผู้แสดงท่าทีสนับสนุนกลุ่มอเมริกาเหนือมาก่อน กล่าวแสดงความยินดีกับสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ที่ชนะโหวตในการคัดเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 โดยบอก “เราเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสร้างมหกรรมฟุตบอลโลกที่น่ามหัศจรรย์ในปี 2026 ได้อย่างแน่นอน”

“นั่นคือช่วงเวลาที่ทุกคนเกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน” คอร์เดโรกล่าวภายหลัง ขณะเล่าว่าตนเองย้อนนึกถึงความหายนะที่เขารู้สึกในปี 2010 เมื่อสหรัฐอเมริกาล้มเหลวในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพดำเนินการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ซึ่งเป็นการพ่ายแพ้ให้แก่กาตาร์ ในกระบวนการลงคะแนนเสียงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากว่าเต็มไปด้วยลูกเล่นและกลเม็ดในเชิงทุจริตหลายประการในหมู่คณะกรรมการของฟีฟ่าขณะนั้น

United 2026

ความเป็นมาของกลุ่มอเมริกาเหนือเพื่อบอลโลก

เบื้องหลังของชัยชนะที่กลุ่ม United 2026 ได้รับมาครั้งนี้ เต็มไปด้วยความพยายามลงมือลงแรงอย่างแข็งขัน มีเกร็ดเล็กน้อยประกอบเรื่องมากมาย จุดเริ่มต้นของความฝันครั้งนี้มาจากการนัดกินอาหารในภัตตาคารแห่งหนึ่งที่แวนคูเวอร์ แคนาดา ต่อมาเป็นการประกาศดำเนินการอย่างเป็นทางการบนอาคารสูงเสียดฟ้าที่นิวยอร์ค รวมไปจนถึงการตรวจสอบตัวสนามฟุตบอลที่แอซเตกาสเตเดียม (Estadio Azteca) แห่งเม็กซิโก ซิดี้

แผนการตามความฝันดังกล่าวถูกนำไปเร่ขายยังเมืองใหญ่สารพัดแห่ง นับตั้งแต่กรุงเทพมหานครไปจนถึงจาการ์ตา โคเปนเฮเกนถึงลิสบอน เจดดาห์ถึงโยฮันเนสเบิร์ก โดยฝีมือเจ้าหน้าที่หลายนายของสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก ที่ได้จัดแจงฟอร์มทีมงานนักล็อบบี้มือฉกาจเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ

แล้วความสำเร็จก็ปรากฏขึ้นในวันพุธที่มอสโคว์ การรณรงค์ครั้งนี้สิ้นสุดลงเมื่อสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนน คล้อยตามการชักจูงโดยข้อเสนอว่า

1. จำนวนฝูงชนผู้เข้าชมมหาศาลมากสุดในประวัติศาสตร์

2. รายได้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

และอาจเป็นเรื่องสำคัญสุดยอดคือ 3. ฟันกำไรสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนสำหรับฟีฟ่า องค์กรกำกับเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลทั้งหลายทั้งปวงของโลก

‘ฟุตบอลโลก 2026’ จะเต็มไปด้วยปรากฏการณ์ ‘ครั้งแรก’ หลายประการ นั่นคือ เป็นครั้งแรกที่รอบสุดท้ายมีรูปแบบการแข่งขันรวมทีม 48 ทีม จากเดิม 32 ทีม และการลงคะแนนเมื่อวันพุธนั้นเป็นครั้งแรกที่สมาชิกทั้งหมดของ FIFA ลงคะแนนเสียงเพื่อตัดสินเลือกเจ้าภาพ (ก่อนหน้านี้เป็นการลงคะแนนในแวดวงคณะกรรมการเฉพาะจำนวน 24 คน) ในบรรดา 80 แมตช์ นั้น 10 แมตช์จะจัดขึ้นในแคนาดา 10 แมตช์ในเม็กซิโกและ 60 แมตช์ในสหรัฐอเมริกา – รวมทั้งทุกแมตช์ของรอบควอเตอร์ไฟนอล รอบรองชนะเลิศ จนถึงการชิงชนะเลิศแมตช์สุดท้าย

ครั้งล่าสุดที่มีการจัดฟุตบอลโลกขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือคือเมื่อสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพในปี 1994 เม็กซิโกเคยเป็นเจ้าภาพในปี 1970 และ 1986 และแคนาดาไม่เคยเป็นเจ้าภาพ

ที่สำคัญ ขณะลงคะแนนเสียงในวันพุธนั้น ยังไม่มีความชัดเจนว่าแต่ละทีมของเจ้าภาพทั้งสามจะได้ลงเล่นรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ เช่นที่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับประเทศเจ้าภาพอื่นที่เคยเป็นมาหรือไม่ เจ้าหน้าที่ FIFA กล่าวว่ายังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายสำหรับเรื่องนี้

นักล็อบบี้เดินทางขายฝันอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

ผู้นำหลายคนของกลุ่มจากอเมริกาเหนือ United 2026 ออกเดินทางขายฝันมาตั้งแต่เดือนเมษายนโดยการตระเวนแวะเวียนไปตามเมืองใหญ่ทั่วโลก เมื่อเวลางวดลง กลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูง ร่วมกับสมาชิกคณะทำงานยกโขยงเข้าตั้งค่ายชุมนุมอยู่ในลอนดอน เพื่อใช้เมืองนี้เป็นฐานที่มั่นสำหรับเดินทางออกเยือนสมาพันธ์ฟุตบอล ทั้งในยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาภาคใต้ เมื่อถึงจุดหนึ่งเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้าวันลงคะแนน คอร์เดโรกับพนักงานของเขาเดินทางจากยุโรปมายังกรุงเทพมหานครเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพียงครั้งเดียว และเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น

หลังจากนักล็อบบี้จากอเมริกาเหนือสาละวนวิ่งรอกเข้าพบเจรจาเพื่อเสนอ ‘วิสัยทัศน์’ ต่อบรรดาประธานสหพันธ์ฟุตบอลสมาชิกฟีฟ่ารวมทั้งหมดถึง 211 คนอย่างถึงเนื้อถึงตัว ผลจากความพยายามก็ออกมาสาสมแก่แรงกายแรงใจที่ทุ่มเทลงไป United 2026 แห่งอเมริกาเหนือได้รับคะแนนฉันทานุมัติจากสมาพันธ์ในทวีปอเมริกาทั้งสอง เอเชีย และยุโรปส่วนใหญ่ แถมยังมีเสียงโหวตส่วนน้อยจากแอฟริกาบางประเทศอีกด้วย

ทั้งที่ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งภูมิภาค อาห์เหม็ด อาห์เหม็ด (Ahmed Ahmed) ออกแถลงการณ์วิงวอนโดยอ้างกับสมาชิกกลุ่มตนเมื่อวันอังคาร พยายามกระตุ้นให้พวกนั้นออกเสียงลงคะแนนให้โมร็อคโค เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีของชาวแอฟริกัน

“ภาพเริ่มปรากฏเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าเรากำลังเดินบนเส้นทางชัยชนะที่ชัดเจน” คอร์เดโรให้สัมภาษณ์ คะแนนเสียงของบางประเทศที่ได้มาเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้คาดหวังมาก่อน เช่นจากรัสเซีย

หลังจากหลายเดือนของการประชุมที่เต็มด้วยการส่งพลังโน้มน้าวชักนำไม่หยุดหย่อน รวมทั้งสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าในโรงแรมต่างๆ เปลี่ยนไปหลายสถานที่ งานรณรงค์ที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาหลังจากโมร็อคโคโดดลงสู่การแข่งขันแบบฉับพลันทันที (วันสุดท้ายที่สามารถลงสมัครได้) ก็นำมาสู่ฉากสิ้นสุดของความพยายามช่วงชิงสิทธิเป็นเจ้าภาพโดยคำประกาศสั้นๆ ของประธานฟีฟ่า เจียนนี อินฟานติโน ว่ากลุ่มสามประเทศอเมริกาเหนือรวมกันได้รับชัยชนะในการลงคะแนน

ต่อมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประกาศต้อนรับชาวโลกเพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองฟุตบอลโลก 2018 กลุ่มผู้นำแห่งสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอเมริกาเหนือ United 2026 ก็ก้าวขึ้นสู่เวทีเดียวกันเพื่อแจ้งต่อชาวโลกให้ร่วมเฉลิมฉลองกับพวกเขา ในปี 2026

ชัยชนะทำให้สหรัฐอเมริการอดพ้นจากความพ่ายแพ้ซ้ำสองภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี นับแต่ทีมฟุตบอลชายของสหรัฐอเมริกาตกรอบคัดเลือก World Cup 2018 นี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986

ความพร้อมของ United 2026

วิคเตอร์ มอนตาเกียนี (Victor Montagiani) ประธานคอนคาเคฟซึ่งเป็นองค์กรฟุตบอลแห่งภูมิภาค บอกเล่าว่าสหพันธ์ฟุตบอลอเมริกันใช้เงินกว่า 6 ล้านดอลลาร์จากงบประมาณรวมกันประมาณ 8 ล้านดอลลาร์ เพื่อความพยายามจะนำฟุตบอลโลกกลับไปสู่ทวีปอเมริกาเหนือให้ได้ โดยที่การเริ่มต้นครั้งแรกสุดของความคิด United 2026 นี้เกิดขึ้นที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองแวนคูเวอร์ แห่งบริติชโคลัมเบีย แคนาดา ในวันหนึ่งเมื่อเจ็ดปีก่อนหน้านี้

มอนตาเกียนีเล่าว่า เขาเริ่มคิดวางแผนเรื่องนี้ขณะเขาเป็นประธานสมาคมฟุตบอลแคนาดา และต่อมาสามารถโน้มน้าวให้ สุนิล กูลาตี (Sunil Gulati) ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐอเมริกา เห็นชอบด้วยในการจะยื่นใบสมัครเสนอการเป็นเจ้าภาพร่วมกันแบบที่มีศักยภาพเต็ม หลังจากแคนาดาประสบความสำเร็จในการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงเมื่อปี 2015 กูลาตี ซึ่งถูกเข้าแทนในตำแหน่งโดยคอร์เดโรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์เพราะเขาไม่ลงสมัครแข่งขัน ตอนนั้นสามารถหาทางโน้มน้าวจนได้รับการสนับสนุนจากประธานผู้มีอิทธิพลของสถานีโทรทัศน์เม็กซิกัน เอมิลิโอ แอซการากา (Emilio Azcárraga) แล้วในที่สุดก็นำพาเอาสหพันธ์ฟุตบอลเม็กซิกันเข้ามารวมกลุ่ม United 2026 ได้สำเร็จ

สิ่งที่กลุ่มเฉพาะกิจของชาวอเมริกาเหนือยื่นเสนอต่อสมาพันธ์สมาชิกแห่งฟีฟ่าทั้งหลาย ได้แก่ การแข่งขันฟุตบอลโลกซึ่งมีทุกสิ่งพร้อมมูล – สนามกีฬา 23 แห่งที่สร้างเสร็จอยู่แล้ว เช่นเดียวกับสิ่งอำนวยความสะดวกนานัปการ สำหรับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นถึง 48 ทีมจะต้องใช้ รวมไปถึงสถานฝึกซ้อม โรงแรม สนามบิน รถไฟ เครือข่ายคมนาคม ฯลฯ

ประเด็นการสนับสนุนของผู้นำประเทศ เช่นเดียวกันกับโมร็อคโค กลุ่มอเมริกาเหนือยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลทั้งสามของตน United 2026 เป็นอะไรบางอย่างที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ ‘ความเห็นพ้องต้องกันของสามรัฐบาล’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งนัก และยังมีข่าวกระเส็นกระสายว่ารัฐบาลสหรัฐ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อุตส่าห์ออกแรงในทางปกปิดเร้นลับเพื่อพยายามโน้มน้าวเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าและสมาพันธ์สมาชิกของบางประเทศเพื่อจุดประสงค์นี้อีกด้วย

ผิดจากตอนแรกที่มีความห่วงใยกันเป็นอย่างมากว่า เหตุปัจจัยทางการเมือง เช่น ความเกลียดชังอเมริกาในบางประเทศที่เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันนโยบายต่อต้านคนเข้าเมือง หรือการทหารที่กระทบกระทั่งบางประเทศ รวมถึงการเขียนข้อความลงในทวิตเตอร์ของทรัมป์ที่สุ่มเสี่ยงก่อให้เกิดความหมั่นไส้จากบางฝ่าย แต่ United 2026 ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฟีฟ่ายังส่งสัญญาณสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป และยืนยันให้จัดแข่งขันรอบรองและชิงชนะเลิศในสนามกีฬาของสหรัฐอเมริกา

แต่โดยแท้จริงแล้ว การเดินหมากหลังฉากของทรัมป์อาจส่งผลให้การออกเสียงของบางประเทศเปลี่ยนไปในทางเป็นคุณก็ได้ ก่อนหน้านี้ทางการทำเนียบขาวได้ออกหนังสือมอบให้แก่ประธานฟุตบอลสหรัฐคอร์เดโรถึงสามฉบับ ซึ่งเขาได้นำออกแสดงต่อตัวแทนของหลายประเทศ

ในหนังสือทางการเหล่านั้นประธานาธิบดีทรัมป์ให้คำรับรองว่า มาตรการกีดกันผู้เข้าเมืองมุสลิมจากบางประเทศจะได้รับการยกเว้นไม่ให้มีผลใดๆ ที่กระทบกระเทือนต่อการแข่งขันฟุตบอลโลกในสหรัฐอเมริกา

หรือว่า ‘รายได้’ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตาม จุดขายหลักของกลุ่มอเมริกาเหนือที่แสดงออกมาเป็นภาษาที่สมาชิกของฟีฟ่าเข้าใจได้ดีมาช้านานแล้ว นั่นคือ ‘รายได้’ เนื่องจากกลุ่ม United 2026 ให้คำมั่นกับฟีฟ่าถึงผลกำไรมูลค่า 11 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะแปรต่อไปเป็นผลสำเร็จโดยรวมอันสุดน่าทึ่ง ซึ่งน่าจะหมายถึงเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สำหรับกองทุนเพื่อพัฒนาฟุตบอลของสมาคมแห่งชาติทั้งหลาย

โมร็อคโค ซึ่งสามารถให้คำมั่นว่าจะก่อผลกำไรได้เพียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคู่แข่ง ออกคำวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวทางที่มุ่งเน้นไปที่ตัวเงินมากกว่าฟุตบอล ตลอดมาจนกระทั่งจบเกมแข่งขันหาเจ้าภาพ World Cup 2026

กลุ่มสามประเทศเสนอราคาเสมือนข้อเสนอทางธุรกิจ แทนที่จะเป็นเรื่องของฟุตบอล

เจ้าหน้าที่โมร็อคโค มอนเซฟ เบลคายัต (Moncef Belkhayat) กล่าวอย่างหัวเสียก่อนหน้านั้น

ข้อเสนอของเขาอิงอยู่กับดอลลาร์ กับผลกำไร ขณะที่โมร็อคโคกำลังหยิบยื่นข้อเสนอที่อิงอยู่กับความหลงใหลในฟุตบอลโดยแท้

พลพรรคเจ้าหน้าที่ของทีมงานโมร็อคโคแสดงความผิดหวังและเสียใจอย่างมากที่มีสมาคมฟุตบอลของบางประเทศแห่งทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะพวกที่ใช้ภาษาอาหรับ เบี่ยงเบนออกนอกแนวทางผนึกพลังของชาวทวีป แล้วลงคะแนนเสียงให้แก่กลุ่มสามประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลร้ายแรงเกี่ยวกับการลงสมัครเพื่อรับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพของโมร็อคโคตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะในกรณีขีดความสามารถของประเทศในภูมิภาคแอฟริกาเหนือแห่งนี้ว่าจะจัดการงานขนาดมโหฬารเพื่อรองรับฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มีถึง 48 ทีมเข้าร่วมแข่งขันได้หรือไม่ ไหนจะต้องหาเงินหลายพันล้านดอลลาร์มาใช้จ่ายเพื่อก่อสร้างสนามอีกเก้าแห่ง และยังจะต้องปรับปรุงสนามห้าแห่งที่มีอยู่ ทั้งหมดภายในช่วงเวลาแปดปี นั่นคือสี่ปีน้อยกว่าระยะ 12 ปีที่ฟีฟ่าให้เวลากับกาตาร์ ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงสาละวนอยู่กับงานเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเท่าที่ปรากฏตอนนี้คือหลายอย่างยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

นอกเหนือจากนั้นยังมีเรื่องของโรงแรมที่พัก ถนนไฮเวย์ เครือข่ายทางรถไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอื่นเพื่อการเป็นเจ้าภาพที่พร้อมจะรองรับนักเตะกว่า 1,100 คน รวมถึงแฟนบอลนับล้านที่เดินทางสู่แอฟริกาเหนือ ซึ่งทั้งหมดนั้นจำเป็นจะต้องสร้างขึ้นมาโดยใช้เงินอีกนับพันล้านดอลลาร์

โมร็อคโคประสบความพ่ายแพ้ในความพยายามเสนอตนเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกมาแล้วถึงห้าครั้ง แต่ยังคงมุ่งมั่นประกาศว่าจะดำเนินการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่นที่ได้นำเสนอต่อสมาชิกผู้ลงคะแนนเสียงต่อไป “เราเสนอตัวด้วยสปิริตของนักกีฬา และเราจะยังคงมุ่งมั่นในหนทางนี้สืบเนื่องไปในสายโลหิต” เป็นคำกล่าวของประธานทีมนำเสนอโมร็อคโค มูเลย์ ฮาฟิด อีลาลามี (Moulay Hafid Elalamy) มหาเศรษฐีระดับนำของประเทศ

ก่อนหน้าการนับคะแนนขั้นสุดท้าย เรื่องน่าตื่นเต้นใจหายใจคว่ำเกิดขึ้นแทรกแซงการประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงอยู่ประปราย ทั้งสองทีมผู้เสนอเดินทางถึงโรงแรมที่พักของคณะตัวแทนจากทวีปเอเชียเกือบพร้อมกัน ทำให้เกิดข่าวลือสะพัดว่าโมร็อคโคน่าจะได้รับการหนุนหลังมากกว่ากลุ่มอเมริกาเหนือ แถมข่าวลือดังกล่าวยังมีน้ำหนักมากขึ้นอีกด้วยเนื่องจากสมาพันธ์ฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ประกาศเมื่อวันอังคารว่าจะเทการสนับสนุนให้แก่โมร็อคโค ซึ่งตรงข้ามกับที่ทีมอเมริกาเหนือได้รับคำบอกเล่าก่อนหน้านี้เพียงแค่สัปดาห์เดียว

ชัยชนะของกลุ่ม United 2026 ยังถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ต้องเฉลิมฉลองสำหรับบรรดาเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าระดับนำ ผู้ที่เคยแสดงออกเด่นชัดว่าสนับสนุนให้สมาชิกเลือกแนวทางของความมั่นคงทางการเงิน พร้อมกับผลกำไรนับพันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกเลือกให้ ‘ฟุตบอลโลก 2026’ กลับไปสู่อเมริกาเหนืออีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ประธานฟีฟ่าอินฟานติโนย้ำเตือนหลายครั้งให้สมาชิกผู้ออกเสียงจงอ่านรายงานทางเทคนิคให้ดีๆ ที่แสดงตัวเลขผลงานนำเสนอโดยกลุ่มอเมริกาเหนือว่าสูงกว่าของโมร็อคโคมากมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบของฟีฟ่ายังตอกย้ำอีกด้วยว่าเต็มด้วยความเสี่ยงอย่างมากว่าจะไม่เป็นไปตามแผน

อินฟานติโน ผู้แสดงความจำนงชัดเจนมาก่อนแล้วว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกเป็นประธานฟีฟ่าสมัยที่สองภายในปีหน้า แสดงความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากสำหรับแนวทางจัดหารายได้อันจำเป็นต้องนำมาเพิ่มเติมลงในกองทุนที่เขาเคยสัญญาว่าจะจัดส่งให้แก่สมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลของประเทศต่างๆ

คอร์เดโรแห่งกลุ่ม United 2026 เองก็ได้อธิบายต่อสมาชิกว่าการจัดฟุตบอลโลกในทวีปอเมริกาเหนือจะนำไปสู่ผลพลอยได้เป็นเม็ดเงินมหาศาลสำหรับทุกฝ่าย เขาเคยกล่าวไว้เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า ตัวอย่างเช่นในกลุ่มสแกนดิเนเวียนั้น แต่ละสมาพันธ์อาจได้รับเงินเพิ่มขึ้นถึงขนาด 50 ล้านดอลลาร์ หาก World Cup 2026 โกยกำไรได้สูงตามเป้าหมาย 11 พันล้านดอลลาร์ “ฉะนั้นก็จงตระหนักตามนี้เถิด” เขาสรุป


อ้างอิงข้อมูลจาก:
New York Times
usatoday.com

 

ไพรัช แสนสวัสดิ์

ทำงานหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต มีความสนใจในระดับหมกมุ่นหลายเรื่อง อาทิ ประวัติศาสตร์ วรรณคดี การเมือง สังคม วัฒนธรรม ศิลปะ จักรยาน ฯลฯ ช่วงทศวรรษ 2520 มีงานแปลทะลักออกมาหลายเล่ม หนึ่งในนั้นคือ Bury my heart at Wounded Knee หรือ ฝังหัวใจข้าไว้ที่วูนเด็ดนี ปัจจุบันเกษียณตัวเองออกมาทำงานแปลอย่างเต็มตัว แต่ไม่รังเกียจที่จะแปลและเขียนบทวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ หากเป็นประเด็นที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อชาวโลก

ไพรัช แสนสวัสดิ์เปิดเบื้องหลังสามเจ้าภาพ World Cup ‘United 2026’ ธุรกิจหรือฟุตบอล

Related Posts

โครเอเชีย ความฝันที่เพิ่งสร้างบนตารางหมากรุก

หากนับสถานะ 'ประเทศ' โครเอเชียเป็นชาติเกิดใหม่ที่มีความหลากหลาย ผ่านมาแล้วทั้งความขัดแย้งทางเชื้อชาติและสงคราม 'ฟุตบอล' คือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นหลังควันแห่งความโกลาหลจางลง นี่คือการเติบโตบนโลกลูกหนังของชาติเล็กๆ บนกระดานหมากรุก - โครเอเชีย

ทลายพรมแดนที่คลุมเครือ: การเข้ามาของ VAR และ กระบวนการยุติธรรมในวงการลูกหนัง

จะเป็นเช่นไร หาก FIFA ได้นำระบบเทคโนโลยี VAR-Video Assistant Referee เข้ามาตัดสินความไม่ชัดเจนของการแข่งขันฟุตบอลโลกตั้งแต่ครั้งอดีต

Andres Escobar: เหตุฆาตกรรมในกรอบเขตโทษ

ภาพจำชุดหนึ่งของฟุตบอลโลกปี 1994 คือ โรเบอร์โต บาจโจ ยิงลูกโทษข้ามคานในนัดชิง ทำให้บราซิลได้แชมป์โลก - บาจโจยังเป็นฮีโร่ของชาติ แต่มีนักเตะอีกคนที่ความผิดพลาดของเขาทำให้ทีมพ่ายแพ้ และเขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มีลมหายใจ