ผัดไทยในโลกเซลลูลอยด์ ‘วิทยา ปานศรีงาม’ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

ผัดไทยในโลกเซลลูลอยด์ ‘วิทยา ปานศรีงาม’

วิทยาได้รับฉายาว่า ‘นักแสดงไทยขวัญใจต่างชาติ’ เจ้าตัวบอกว่า ถ้าเลือกได้อยากเป็นขวัญใจคนไทยมากกว่า แต่กับอีกฉายา ‘นักแสดงที่(เสือก)มาดังตอนแก่’ เขากลับชอบใจ  …

เรื่อง : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ,อารยา คงแป้น

ภาพ : เฉลิมพล ปัณณานวาสกุล

 

DSC_2208 rz lead

 

ถ้า จา พนม คือ ‘ต้มยำกุ้ง’ เขาขอเปรียบตัวเองว่าเป็น ‘ผัดไทย’

ปู-วิทยา ปานศรีงาม ชายไทยวัย 55 ที่เริ่มเป็นที่รู้จักจากการรับบท ‘หลวงพ่ออนันดา’ ในหนัง ศพไม่เงียบ (Mindfulness and Murder) พร้อมกับรางวัล Best Actor จากเทศกาลภาพยนตร์ ThrillSpy International Film Festival วอชิงตัน ดี.ซี.

ต่อด้วยการฝากเสียงเล็กๆ ไว้ในหนังฟอร์มใหญ่อย่าง Hangover ภาค 2 ก่อนจะนุ่งโจงกระเบนเดินในเทศกาลหนังเมืองคานส์เคียงข้างกับ ญาญ่าญิ๋ง-รฐา โพธิ์งาม ในฐานะหนึ่งในทีมนักแสดง Only God Forgives ร่วมกับ ไรอัน กอสลิง ผลงานโดยผู้กำกับ นิโคลัส วินดิง เรฟน์

วันนั้น ท่ามกลางทะเลแฟลช วิทยาได้ยินคนแซวตัวเองด้วยว่า “บอดี้การ์ดญาญ่าญิ๋งใส่โจงกระเบนด้วยว่ะ (ยิ้ม)”

เย็นวันเดียวกันนั้น หลังฉายภาพยนตร์จบ เขาได้รับเสียงปรบมือชนิด standing ovation จากการรับบท ‘ช้าง’ นายตำรวจไทยผู้แทบไร้บทพูด

กลับมาถึงเมืองไทย สื่อจำนวนหนึ่งให้ความสนใจนักแสดงวัย 55 คนนี้พอสมควร ในฐานะคนไทยที่ได้รับบทเด่นสูสีกับนักแสดงชื่อดัง ไรอัน กอสลิง แต่บริษัทที่นำภาพยนต์เรื่องนี้เข้ามาฉายในเมืองไทย ไม่ได้นำชื่อและภาพของเขาขึ้นโปสเตอร์ ทั้งๆ ที่เครดิตขึ้นเป็นนักแสดงนำ

หนนั้น เขาบอกว่า เหมือนถูกตบหน้า

“ถามว่าเราน้อยใจ เจ็บใจ โกรธไหม มันต้องมีอยู่แล้ว นี่คือการไม่ให้เกียรติคนไทยด้วยกัน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะพิสูจน์ให้ดู ฉันจะทำต่อ ฉันจะเอาชื่อ เอาหน้า ขึ้นโปสเตอร์ให้ได้ ไม่ใช่แค่อยากจะดังหรือมีชื่อเสียง แค่อยากให้รู้ว่าฉันทำได้”

วิทยาได้รับฉายาว่า ‘นักแสดงไทยขวัญใจต่างชาติ’ เจ้าตัวบอกว่า ถ้าเลือกได้อยากเป็นขวัญใจคนไทยมากกว่า แต่กับอีกฉายา ‘นักแสดงที่(เสือก)มาดังตอนแก่’ เขากลับชอบใจ

“ดีว่ะ…มันจุดประกายให้คนรีไทร์แล้วคนอื่นมีกำลังใจ ให้ลองทำสิ่งใหม่ๆ”

กับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด เพชฌฆาตคนสุดท้าย (The Last Executioner) เขารับบทเป็น เชาวเรศน์ จารุบุณย์ อดีตเพชฌฆาตผู้ทำหน้าที่ประหารนักโทษด้วยการยิงเป้า ก่อนกฎหมายจะเปลี่ยนให้เป็นการฉีดยาในปัจจุบัน

แสงแฟลชหันมาหาวิทยาอีกครั้ง การสวมบทเพชฌฆาตทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซียงไฮ (Shanghai International Film Festival 2014) เฉือนคู่แข่งอย่าง มาร์ค รัฟฟาโล จากหนัง Begin Again มาได้

ผลพลอยได้จากการได้รับรางวัล ทำให้หนัง เพชฌฆาตคนสุดท้าย ที่กำกับโดย ทอม วอลเลอร์ ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เจ้าของโปรดักชั่นเฮาส์ในเมืองไทย ได้ยืนโรงฉายในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตามหัวเมืองใหญ่เป็นเวลา 2 อาทิตย์ จากนั้นก็ถูก ‘กองทัพวานร’ Dawn of the Planet of the Apes เบียดหลุดโปรแกรมไป

“เป็น 2 อาทิตย์ที่ผมออกรายการทีวีทุกวัน พอถ่ายจบ คัท! ทุกคนก็กลับบ้าน…จบ คือถ้าผมไม่ได้รางวัลคงไม่มีใครมาสนใจ เหมือนกัน…พรุ่งนี้หนังออกโรง ก็จบแล้ว ไม่มีอะไร มันตรงกับคำไทยว่า ‘จระเกลี้ยง’ คือไม่ยินดียินร้ายกับคำติคำชมคำด่าคำสรรเสริญ ถ้าคุณจระเกลี้ยง คุณก็โอเค”

 

DSC_2172 rz

ชีวิตและศิลปะ

คำว่า ‘นักแสดงที่(เสือก)มาดังตอนแก่’ นั่นเพราะช่วงวัยก่อนถึงเลข 5 ของเขา ไม่ได้เข้าไปสนิทสนมกับวงการมายา จะมีก็แค่วงการนางงามที่เขาเคยเฉียดเข้าไปใกล้เท่านั้น

ย้อนกลับไปในวัยหนุ่ม ลูกชายคนเดียวในครอบครัวชนชั้นกลางเลือกเรียนสายบัญชีแทนศิลปะที่เขาชอบ เพียงเพราะคิดว่ามันมั่นคง แต่สุดท้ายก็ยอมถอยหลังออกมาเพราะ “เก่งไม่ได้จริงๆ”

“อายุจะ 20 แล้ว เลยไปคุยกับพ่อแม่ว่าอยากไปอเมริกา น้าสาวเปิดร้านอาหารที่นิวยอร์ก เนื่องจากเราเป็นลูกคนเดียว ไม่เกเร พ่อแม่ก็ฟัง ให้ตั๋วบินไปเที่ยวเดียว ส่วนตั๋วกลับให้หาเอาเอง พร้อมบอกด้วยว่า ไม่ได้ปริญญาตรีอย่ากลับมา อย่าเอาผมทองกลับมาด้วยนะ (ยิ้ม)”

ที่นั่น เขาได้เรียนกราฟิกดีไซน์สมใจ ควบคู่ไปกับเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารของน้าสาว และที่นั่นวิทยาได้พบกับคู่ชีวิต ‘คุณเฟย์’ สาวอเมริกันที่เรียนบัลเลต์มาตั้งแต่อายุ 14 ก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ด้วยกันหลังเรียนจบ

จากนั้น วิทยาได้ทำเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ที่นิวยอร์ก แต่ก็จนแล้วจนรอด เขาก็อยู่กับงานที่รักได้ไม่นาน เมื่อตัดสินใจมาเที่ยวเมืองไทย และได้เริ่มอาชีพใหม่ ‘นักธุรกิจขายตรง’

“มาเที่ยวเมืองไทยรอบแรก ภรรยาชอบมาก กลับไปอีกทีเราทั้งคู่เริ่มคิดถึงการใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยสลับกับนิวยอร์กอย่างละครึ่งปี คุณเฟย์เอง อายุมากขึ้นก็อยากรีไทร์จากการเต้นบัลเลต์ เราจึงเริ่มหาอาชีพใหม่ พอดีตอนนั้นพ่อแม่คุณเฟย์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าขายตรง ทำสนุกๆ นะ ซึ่งเราคิดว่าน่าสนใจ พอย้ายมาอยู่เมืองไทยเลยลองทำ ปีแรกๆ ภรรยา suffer มาก เช่าบ้านที่บางนาตราดเดือนละ 1,500 ทุกวันต้องออกไปคุยกับคนชวนให้มาทำด้วยกัน เลยตัดสินใจเลิก แต่ก่อนกลับขอเที่ยวเมืองไทยให้ชุ่มปอด แต่นั่นทำให้เรายิ่งเห็นว่าคนไทยน่ารัก เมืองไทยน่าอยู่มากๆ และทำให้เราตัดสินใจทำต่อ และทำต่อเนื่องมาเกือบๆ 10 ปี จะเรียกเราว่าเป็นยุคบุกเบิกก็ว่าได้”

ความเป็นนักพูด นักจิตวิทยา นักการตลาด มนุษยสัมพันธ์ และความกล้าแสดงออก คือต้นทุนที่วิทยาสะสมมาตลอดจากการเสิร์ฟอาหารและอาชีพขายตรง จนค่อยๆ ถอยตัวออกมารับทำงานอีเวนท์ พร้อมกับเปิดโรงเรียนสอนบัลเลต์ Rising Star Dance Studio ของภรรยาที่รับเทรนแดนเซอร์และแฟชั่นโชว์ไปในตัว เมื่อกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ติดต่อเข้าไปให้ช่วยฝึกสอนผู้เข้าประกวด สำหรับวิทยาจึงเป็นงานที่สบายมาก

ตั้งแต่ปรับขั้นบันไดบนเวทีให้เหลือแค่ 3 ขั้นเพื่อกันเดินล้มสะดุด คิดกิจกรรมละลายพฤติกรรม ไปจนถึงนันทนาการเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์วงการขาอ่อนจากผลประโยชน์มาสู่เวทีของเพื่อนพี่น้อง คือ ผลงานเล็กๆ น้อยๆ ของ ‘พี่ปู-วิทยา’ ที่ฝากไว้ให้น้องๆ มิสไทยแลนด์เวิลด์

และมิตรภาพหลังเวทีนั่นเอง ทำให้เขาได้เข้าวงการภาพยนตร์ โดยชิมลางจากการเล่นหนังสั้น 8 นาที ซึ่งเป็น 8 นาทีที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปทั้งชีวิต

 

DSC_2197 rz

 

นักแสดงจอกทองคำ

“ไปปาร์ตี้ของ ไบรอน บิชอป แฟน ซินดี้-สิรินยา เบอร์บริดจ์ มีตากล้องสารคดีชื่อ เวด มุลเลอร์ เขาอยากผันมาเป็นตากล้องภาพยนตร์ เจอผมและชวนมาเล่นหนังสั้น portfolio ความยาว 8 นาทีให้เขา ผมก็เล่นให้ จากนั้น เวด มุลเลอร์ ก็ได้เป็นตากล้องภาพยนตร์ ส่วนผมก็มีงานหนังเข้ามาเรื่อยๆ”

ถ้าภาพยนตร์เรื่อง ศพไม่เงียบ (Mindfulness and Murder) เป็นใบเบิกทางสู่แผ่นฟิล์มให้วิทยา เช่นนั้นแล้ว Only God Forgives ก็น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับสากล จนมาถึงผลงานล่าสุด เพชฌฆาตคนสุดท้าย กับรางวัลจอกทองคำที่ได้มาจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซียงไฮ น่าจะทำให้น้องใหม่ในวงการวัย 55 คนนี้ไปได้อีกไกล

ล่าสุดเขาได้รับสายจาก เป็นเอก รัตนเรือง ติดต่อให้เล่นหนังเรื่องใหม่ สมุย Song ร่วมกับ พลอย-เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์

“พอเขาแนะนำว่า ผมต้อม-เป็นเอก นะครับ เราก็เงียบไปประมาณ 3 วินาที แล้วบอกเขาว่า ผมกำลังรอโทรศัพท์จากคุณอยู่พอดี ผมคิดว่าเรามาถึงจุดนี้แล้ว เราพร้อมที่จะให้ พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเราเก่งกาจอะไร เราเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเหมือนเป็นนักเรียนอยู่เสมอ ถ้าคิดเอาเองว่าได้รับรางวัลจอกทองคำมาแล้ว แบบนั้นมันจบ คุณก็จะกลายเป็นนักแสดงเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป”

จนถึงตอนนี้ ยังมีบทอื่นบ้างไหมที่ วิทยา ปานศรีงาม อยากจะเล่น…

“ดราม่า” เขาตอบทันที ด้วยความที่ชอบหนังดราม่าเป็นทุนเดิม และบทเด่นที่ผ่านๆ มาก็มักจะเล่นกับความโหดเหี้ยม รุนแรง ภายใต้สีหน้าอันเรียบเฉย โดยเฉพาะกับบทบาทชิ้นหลังสุด ผู้ที่หน้าที่ประหารชีวิต

 

DSC_2205 rz

 

พ่อครัว มั่วเป็น

พ้นจากการเป็นนักแสดง ผู้บริหารโรงเรียนสอนบัลเลต์ วิทยายังเป็นนักเคนโด้สายดำ ดั้ง 5 และล่าสุดเพิ่งได้เป็น ทูตอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Ambassador) ของมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย หลังจากช่วยอยู่อย่างเงียบๆ มานานหลายสิบปี

นอกจากนี้ ยังมีอีกบทบาทหนึ่งที่เขาชอบมากคือ ‘พ่อครัว’

จานเด็ดของวิทยามีอยู่หลายอย่าง อาทิ sand pasta หรือพาสต้าใส่ทราย ที่วิทยาลงมือตั้งแต่นวดเส้นเอง จากนั้นนำเส้นไปผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียม พริกแห้ง คลุกชีส หรือจะเป็นพล่าปลาแซลมอนดิบ ที่ถูกเพื่อนๆ ญาติๆ เรียกใช้บริการบ่อยครั้ง

แต่ที่ใช้เวลานานที่สุดกับการศึกษาและคิดสูตรคือ ‘ผัดไทย’

“ใช้เวลา 1 ปีในการศึกษาผัดไทย ไปทุกจังหวัด แล้วกินผัดไทยอย่างเดียว ไปยืนดูเขาทำ ทุกที่ไม่เหมือนกันเลย พอเราเอามาลองทำเองก็ประยุกต์แบบฟิวชั่น วัตถุดิบอย่างมะขามเปียก น้ำส้มสายชู น้ำปลา พริกป่น แต่เราจะเพิ่มซอสศรีราชา น้ำมันงา บางทีก็ใช้ rice vinegar ของญี่ปุ่นที่ให้รสละมุน หรือเปลี่ยนเส้นจันท์มาเป็นโรตีกรอบ”

วิทยาเรียกตัวเองว่า confusion chef คือทำแบบมั่ว แต่มั่วให้เป็นและอร่อย

เช่นนั้น ถ้า จา พนม คือ ‘ต้มยำกุ้ง’ เขาก็ขอเป็น ‘ผัดไทย’ ที่สำคัญเป็นผัดไทยสูตรเฉพาะที่ปรุงขึ้นมาเอง

“เราคืออีกรสชาติหนึ่งของหนังไทย ของคนไทย ที่ได้ไปเสนอหน้าบนจอภาพยนตร์ ถึงรสไม่จัดจ้านแต่ก็กลมกล่อมและหลากหลายในตัวของมันเอง”

 

DSC_2176 rz

 

**********************************

(หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรกคอลัมน์ Face of entertainment นิตยสาร Way ฉบับที่ 76 กรกฎาคม 2557)

author