ความสูญเสียมหาศาลจาก ‘ความผิดพลาดทางการแพทย์’

man-with-crutches

 

สืบเนื่องจากปี 1999 ที่ the Institute of Medicine แห่งสหรัฐอเมริกาได้ตีพิมพ์และเผยแพร่รายงานชุด To Err Is Human ที่เปิดเผยตัวเลขว่าปีนั้นมีผู้เสียชีวิตจากความผิดพลาดทางการแพทย์สูงถึง 98,000 ราย ถือเป็นการหย่อนระเบิดลูกใหญ่ลงไปในวงการแพทย์สหรัฐ ก่อให้เกิดการโต้แย้งกันมากมายในเวลานั้น แต่ปัจจุบันวงการแพทย์และโรงพยาบาลได้ออกมายอมรับแล้วจริงและสามารถเกิดขึ้นได้ ประกอบกับสื่อมวลชนก็นำเสนอเรื่องนี้เป็นระยะ

ปี 2010 สำนักงานผู้ตรวจการสุขภาพและบริการประชาชนแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ the Office of Inspector General for Health and Human Services เผยอีกว่า โรงพยาบาลที่มาตรฐานการรักษาต่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 180,000 คน

ล่าสุด ผลการศึกษาในปัญหาเดียวกัน ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ใน วารสาร Patient Safety เผยให้เห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่าง 210,000-440,000 คนในแต่ละปี และนั่นทำให้ความผิดพลาดทางการแพทย์ทะยานขึ้นมาเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา รองจากโรคหัวใจ ในอันดับ 1 และ มะเร็งอันดับ 2

 

medical

 

การประเมินครั้งล่าสุดนี้จัดทำโดย จอห์น ที เจมส์ นักพิษวิทยาจากองค์การนาซ่า ในฮุสตัน ที่ก่อตั้งองค์กรอิสระชื่อ Patient Safety America นอกจากนี้เจมส์ยังเป็นผู้เขียนหนังสือ เกี่ยวกับการตายของลูกชายวัย 19 ของเขาเองที่เกิดจากความผิดพลาดทางการแพทย์ และการละเลยการบริการของโรงพยาบาล

ถามว่าเป็นการประเมินยอดที่สูงเกินไปหรือไม่? โฆษกของสมาพันธ์โรงพยาบาลสหรัฐอเมริกา บอกว่า ยอมรับในยอดผู้เสียชีวิต 98,000 ราย ของ the Institute of Medicine มากกว่ายอดอื่นๆ และสื่ออย่าง ProPublica ก็ได้ไปสอบถาม นักวิจัยด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยที่เข้าไปอ่านรายงานของเจมส์ นักวิจัยบอกว่าวิธีการศึกษาและหาคำตอบของเจมส์นั้น เชื่อถือได้

คำถามสำคัญกว่านั้นก็คือ ยอดผู้เสียชีวิตจริงอยู่ที่เท่าไหร่?

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย ตอบว่าไม่มีใครรู้ อย่างไรก็ตาม การวัดมาตรฐานการรักษายังคงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแม้จะเป็นเพียงจำนวนคาดการณ์แต่ก็นำมาซึ่งความตระหนัก และการวิจัยนโยบายด้านสุขภาพก็ยังเป็นด้วยกระตุ้นให้มีการพัฒนาและแก้ปัญหาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

เจมส์ เผยถึงวิธีการศึกษาวิจัยของเขาว่า มี 4 กรณีศึกษา ที่เรียกว่า ‘adverse event’ หรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์/ผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ จะใข้วิธีที่เรียกว่า Global Trigger Tool หรือ เครื่องมือในการค้นหาและติดตามระดับความปลอดภัยของผู้ป่วย เช่น สัญญาณการติดเชื้อ การวินิจฉัยขั้นต้นทางแพทย์ ความผิดพลาดต่างๆ หรือการรักษาของแพทย์เจ้าของไข้

 

Medical translation

 

ทั้ง 4 กรณีนี้ ได้สำรวจจากจำนวนผู้ป่วยกว่า 4,200 คนในโรงพยาบาล ตั้งแต่ปี 2002-2008 นักวิจัยพบ กรณีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ชนิดรุนแรง ประมาณร้อยละ 21 และกรณีร้ายแรงถึงแก่ชีวิต ราว 1.4 เปอร์เซ็นต์

จากการรวบรวมข้อมูลและอ้างอิงจากการผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 34 ล้านคนในปี 2007 เจมส์สรุปว่า ความผิดพลาดที่สามารถป้องกันได้เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลเสียชีวิตถึง 210,000 คนต่อปี

แต่เจมส์ยังบอกอีกว่า นั่นเป็นเพียงผลวิจัยคร่าวๆ ซึ่งจำนวนแท้จริงแล้วอาจมากกว่า 2 เท่า เจมส์ให้เหตุผลว่าเพราะ Global trigger tool ไม่สามารถตรวจครอบคลุมไปถึงวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยควรได้แต่ไม่ได้ และ การวินิจฉัยผิดตั้งแต่ต้น

“ถึงเวลาแล้วสำหรับกฎหมายสิทธิของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ทุกๆ หลักฐานการรักษาล้วนสำคัญต่อผู้ป่วยในการบ่งชี้ว่าการรักษาขั้นตอนใดเป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหน และถ้าเป็นไปได้ควรเข้าร่วมสังเกตการณ์การรักษาให้มากที่สุดเพื่อรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง” เจมส์ สรุป

Dr. Lucian Leape กุมารแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หนึ่งในทีมผู้เขียน รายงานชุด To Err Is Human บอกว่า เขาเองก็มั่นใจใน 4 กรณีศึกษา ของเจมส์ และเพิ่มเติมอีกว่า สถิติความผิดพลาดทางการแพทย์ในปัจจุบันอาจจะน้อยกว่าความเป็นจริง เพราะการรักษาในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นมากๆ ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา และยิ่งซับซ้อนเท่าไหร่ ความผิดพลาดก็ยิ่งมากขึ้น

………………………………………………………………………

ที่มา : ProPublica.org

สนับสนุนโดย

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ

เป็นหญิงแกร่งหลังบ้าน WAY ที่แท้จริง อาจมีผลงานปรากฏสู่สายตาไม่ถี่บ่อยนัก แต่ทุกชิ้นรับประกันคุณภาพจากประสบการณ์ในสายงานข่าวที่คลุกคลี ทั้งสัมภาษณ์ บันเทิง และไลฟ์สไตล์

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะความสูญเสียมหาศาลจาก ‘ความผิดพลาดทางการแพทย์’

Related Posts

เกาหลีเหนือขู่ทรัมป์ล้มการเจรจา

ทันทีที่มีข่าวซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้สหรัฐ รัฐบาลเปียงยางจึงส่งสัญญาณว่าพวกเขาอาจล้มเจรจาการประชุมสุดยอด The North Korea–United States Summit เพราะเป็นการขัดต่อคำประกาศปันมุนจอม ที่มีข้อตกลงยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันและกัน

สงครามการค้าจีน-สหรัฐ บนหัวใจเสรีนิยมใหม่

เมื่อสหรัฐเตรียมมีมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าบางอย่างจากจีน เพื่อตอบคำถามถึงสถานการณ์การตอบโต้ทางภาษีที่อาจนำไปสู่สงครามการค้าเสรีนิยม ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้จัดงานอภิปรายวิชาการในประเด็น ‘จีน VS สหรัฐ 2018’ ขึ้น

WAY to READ: รบเถิดอรชุน

นิธิ นิธิวีรกุล เปิดเผยเนื้อหาและข้อมูลอันแยบยลของหนังสือเล่มหนา 'America First: รบเถิดอรชุน' ที่บอกเล่าเรื่องราวของสองคนผ่านประเด็นคำถามสำคัญ โลกควรจะมี 'สงครามเพื่อหยุดยั้งสงครามทั้งปวง' หรือไม่ โดยมีฉากหลังเป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 ไปจนถึงการฝักใฝ่แนวคิดนาซี